advertisement

คลิปร้อนเขย่ารัฐบาล-ปิดเกมหลอก'ทักษิณ'กลับบ้าน..

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 10 ก.ค. 2556 05:30

ถือเป็นความโชคดีของ "บิ๊กอ๊อด" พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ที่ได้กลับมานั่งในตำแหน่ง รมช.กลาโหม เพื่อรับงานพา "เจ้านาย" พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กลับบ้าน โดยมีการอ้างถึง ผบ.เหล่าทัพ ร่วมขบวน แต่ก็ถือเป็นความโชคร้ายตามมาติดๆ เมื่อมีคลิปเสียงสนทนาหลุดออกมา ท่ามกลางการเมืองที่ร้อนแรง จึงกลายเป็นระเบิดเวลา เหยื่ออันโอชะของฝ่ายตรงข้าม ที่จะเขย่ารัฐบาลเวลานี้...


ในที่สุด สังคมไทยก็ถึงบางอ้อ เมื่อมีคลิปเสียงบทสนทนา คล้ายน้ำเสียงของ "บิ๊กอ๊อด" พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม กับ "นายห้าง" พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกมาแพร่หลายในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทำให้หลายคนหูตาสว่างขึ้น และยังสามารถไขปริศนาความกระจ่าง ถึงการปรับ "ครม.ปู 5" ว่า ทำไม พ.ต.ท.ทักษิณ จึงให้ "น้องปู" น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ปรับ "บิ๊กโอ๋" พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต ออกจากตำแหน่ง รมว.กลาโหม

 

ทั้งที่เพื่อนทั้งรุ่น ตท.10 ต่างรู้ดีกันว่า "ทั้งคู่" เป็นเพื่อนรักที่ไว้ใจกันมาก แต่ "บิ๊กโอ๋" ก็ไม่สามารถรักษาเก้าอี้ได้ ต้องกระเด็นออกจากตำแหน่ง แถมเลือกใช้บริการ "ม้าแก่" พล.อ.ยุทธศักดิ์ ที่วัยล่วงเลยมา 76 ปี ที่ยอมลดตัวมาเป็น รมช.กลาโหม ทั้งที่เคยผ่านตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.กลาโหม มาแล้ว ถือเป็นการลดชั้นตัวเองเป็นอย่างมาก 

แต่เมื่อฟังไป-มาหลายรอบ ยิ่งทำให้รู้จักคนชื่อ พล.อ.ยุทธศักดิ์ มากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะกับเสียงคำพูดที่ก้องอยู่ในบทสนทนาว่า อยากเป็นหนูเพื่อช่วยราชสีห์กลับประเทศ...เป็นครั้งสุดท้ายแล้วครับ ครั้งสุดท้ายในชีวิต ในประวัติ เป็นประวัติชีวิตเลย เพราะว่าหลังจากนี้ไปก็ไม่เป็นไรต่อละ พอละ แต่ต้องทำให้ได้สักที มันเป็นความภูมิใจนะครับ ของชีวิตคนเรา...


เรื่องนี้จึงกลายเป็น "ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์" เพราะเพียงชั่วข้ามคืน ภายหลังที่ "ทีนิวส์" ได้ปล่อยคลิปเสียงเพียงตอนเดียว เพื่อเรียกน้ำย่อย จากนั้น "เว็บไซต์ผู้จัดการ" ก็นำเสนอคลิปแบบฉบับเต็มตามมา พร้อมกันนั้น ผู้ใช้ชื่อ "ไทยรักชาติ" ได้ทำการเผยแพร่คลิปเสียง "บทสนทนา" นี้ ผ่านทางเว็บไซต์ยูทูบ สำทับลงมาอีกในช่วงเย็นวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา

 

และจากการสำรวจยอดคนเข้าไปฟังเสียงสนทนานี้ โดยถึงปัจจุบันแห่เข้าไปฟังคลิปกว่า 5 แสนราย จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า คลิปดังกล่าวเป็นที่สนใจของคอการเมืองและคนทั่วไป เพราะมีการพูดพาดพิงถึงบุคคลหลายวงการ โดยเฉพาะบุคคลที่อยู่ในกองทัพ สำนักงานองคมนตรี สถาบัน... และอดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่ หรือแม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างสหภาพพม่า ที่สำคัญการพูดถึงการปรองดองผ่านกระบวนการนิรโทษกรรม ที่จะนำพา พ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้านเกิด

แท้จริงแล้ว คลิปเสียงสนทนาเชื่อว่า เกิดจากการพลั้งเผลอของ พล.อ.ยุทธศักดิ์ เอง โดยสันนิษฐานได้ว่า สถานที่น่าจะเป็นโรงแรมแห่งหนึ่งในเกาะ... เป็นการพูดคุยและจิบกาแฟร่วมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ บังเอิญมีนักข่าวโทรศัพท์เข้าไปเพื่อขอสัมภาษณ์ แล้วด้วยความบังเอิญที่โทรศัพท์เป็นแบบรุ่นใหม่ อาจจะเผลอไปกดปุ่มรับ และปิดซองหน้าโทรศัพท์ ทำให้ไม่ทราบว่าขณะนั้นโทรศัพท์สัญญาณการสนทนายังเปิดอยู่ และสิ่งที่สนทนากันในโต๊ะ จะกลายเป็นสัญญาณอันตรายมาถึงตัว

 

ทั้งนี้ ต้องชมนักข่าวท่านนั้น ที่มีความพยายามทนฟังและอัดเทปไว้ตลอดเกือบ 40 นาที ทำให้ 40 กว่านาที กลายเป็นเรื่องที่ทำให้คนทั้งประเทศได้ประโยชน์มากมายมหาศาล รู้ถึงสิ่งต่างๆ เรื่องราวดีๆ และไขข้อสงสัยได้ว่า ใครคิดทำอะไร อย่างไร และเพื่ออะไรในประเทศ ในบ้านเมืองนี้

แต่ทั้งหมดทั้งปวง นายทหารระดับสูงในกองทัพเชื่อว่า เป็นความผิดพลาดของคนที่เคยเป็นนายทหารระดับสูงของกองทัพ ผ่านการเป็น รมว.กลาโหม และรองนายกฯ เอง โดยถือว่าเป็นการตายน้ำตื้น กับแค่เรื่องไฮเทคโนโลยีของโทรศัพท์ยุค 3 จีด้วย "ไอโฟน5" นี่เอง

นายทหารคนดังกล่าว ยังวิเคราะห์ว่า เรื่องนี้่น่าจะมีการวางแผนกันมาอย่างเป็นระบบ เพื่อสอดรับกับความยากของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ต้องการเร่งวันเร่งคืนในการกลับประเทศไทย ประกอบกับรัฐบาลเพลี้ยงพล้ำจากเรื่องโครงการทุจริตจำนำข้าว และโครงการบริหารจัดการน้ำ ทำให้เกิดกระแสต้องเปลี่ยนภาพลักษณ์คณะรัฐมนตรี เพื่อนำน้ำดีมาไล่น้ำเสียออก เปลี่ยนถ่ายคนที่มีชื่อเสียงในด้านดีเข้ามาพยุง เช่นเดียวกับช่วงใกล้เปลี่ยนถ่าย ฤดูโยกย้ายข้าราชการ โดยเฉพาะดุลอำนาจทางกองทัพ ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นจังหวะที่เหมาะเจาะทั้งปวง

 

มีการผูกโยงไปถึงการกลับมาเป็น รมว.กลาโหม ของ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ด้วยการกล่าวหา พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีตรมว.กลาโหม ว่า "เผด็จการ" เลือกใช้วิธีที่ "ยาแรง" จนเอา ผบ.เหล่าทัพ ไม่อยู่ ขณะที่คู่ขนาน พล.อ.ยุทธศักดิ์ เร่งสร้างผลงาน โดยพยายามจัดให้มีการรับประทานอาหาร ระหว่าง ผบ.เหล่าทัพ กับนายกฯ ถี่ขึ้น โดยเฉพาะจุดนี้เอง ทำให้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ สามารถสร้างภาพในสายตาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าสามารถเคลียร์ใจ และประสานให้กองทัพกับนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ใกล้ชิดแนบแน่น

ประกอบกับข่าวการที่รัฐบาลต้องการเด้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ไปเป็น ผบ.สส. และโยก พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. เป็นปลัดกระทรวงกลาโหม กระหึ่มออกมาเป็นระยะ นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ได้หารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ธนะศักดิ์ ในการที่จะใช้แผนหลอกล่อว่าจะเป็นผู้นำ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้าน จน พ.ต.ท.ทักษิณ เชื่อว่ากองทัพและ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ทำได้ จึงมีการปรับ พล.อ.อ.สุกำพล ออกจากตำแหน่ง และให้น้องสาวตัวเองควบเป็น รมว.กลาโหม โดยส่ง พล.อ.ยุทธศักดิ์ เป็น รมช.กลาโหม

จะเห็นว่า หลังจากที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ เข้ากระทรวงกลาโหม ในวันแรก เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. สิ่งแรกที่ได้กล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจต่อหน้าผู้สื่อข่าวว่า จะไม่มีการย้าย พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ธนะศักดิ์ ทันที แม้ยังไม่ถึงวาระการจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารเหมือนเป็นเครื่องยืนยันให้ ผบ.เหล่าทัพ ที่หนุนอยู่ รับทราบ ได้ปฏิบัติตามคำสัญญา

นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งและเหตุผลหลัก ที่ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เชื่อใจ ไว้ใจ และคืนเก้าอี้ให้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กลับมานั่งในกระทรวงกลาโหมด้วยความมั่นใจ เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่นั่งควบในตำแหน่ง รมว.กลาโหม คงเป็นเพียงแค่เสือกระดาษ ประทับตราผ่าน เพราะด้วยความเป็นผู้หญิงและไม่เคยสัมผัสกองทัพ แถมไม่มีความรู้เรื่องทหาร งานส่วนใหญจึงจะต้องถูเทถ่ายมาให้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ แน่นอน แต่ทุกสิ่งทุกอย่างต้องมาพังครืนเพราะความสะเพร่า

 

เมื่อลองฟังในคลิปสนทนา พบว่ามีความน่าสนใจในหลายประเด็น โดยเฉพาะการเอ่ยชื่อพาดพิงไปถึงหลายบุคคล แต่ที่น่าสนใจมากคือ มีการกล่าวถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ โดยมีเสียงของ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ที่ระบุถึง "ป๋า" กลัวจะกลับมาเล่นการเมือง ก่อนที่ปลายเสียงจะตอบ ผมไม่ได้ไปติดใจ ไม่ได้คิดจะไปแก้แค้นใคร และไม่ได้จะแก้แค้นทางการเมือง และจริงๆ แล้วอยากจะจบชีวิตแบบสบายๆ ไม่ใช่ว่ามีปัญหาแบบนี้ มันจบไม่ลงนะ ให้มันจบลงดีกว่า จบลงคือให้ตัวผมไม่เล่นการเมืองเลย"

นอกจากนี้ ในบทสนทนาน้ำเสียงของ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ยังกล่าวถึง ผบ.เหล่าทัพ ว่าจะมีการนำ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้าผ่านสภากลาโหม เพื่อออกเป็น พ.ร.ก.ในสภาความมั่นคง เพื่อนำ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศไทย โดยต้นเสียงยืนยันว่า คุยกับ ผบ.นั้นหมายถึง (ผบ.ทบ.-ผบ.สส.) แล้วครับ ผบ.บอกต้องยืนยันนะ ต้องมีหลักฐานยืนยันนะ ว่าเมื่อท่านกลับมาแล้ว ท่านจะเอาอะไรมายืนยัน

"ผมก็บอกยืนยันว่า จะไม่แก้แค้นท่าน วิธีอยากดองผมง่ายนิดเดียว ตั้งผมไปเป็นที่ปรึกษาทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ซึ่งไม่เป็นองคมนตรี ถูกหนีบเอาไว้ตรงนั้น ทางการเมืองดิ้นยาก ทำให้ต้องไม่กล้าไปไหน เหมือนน้องๆ สายวังเลยนะ มันก็เหมือนทำตัวเป็นคนของเจ้านาย ทำตัวเป็นอย่างอื่นไม่ได้  ล็อกเลย ผมไม่ขอเป็นองคมนตรีอยู่แล้ว เอาอย่างนี้ดีกว่าพี่ พอเรื่องจบปุ๊บเนี่ย พอผมกลับบ้าน ก็ประกาศตั้งตรงนี้ไปเลย"

ส่วนตัวละคร เช่น พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี สมัยเป็น ผบ.ทบ. ที่ของบ 1 พันล้าน เพื่อที่จะนำกำลังเข้าไปปะทะกับพม่า มีการกล่าวถึง พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ที่พลอยฟ้าพลอยฝนไปร่วมทำปฏิวัติ มีการกล่าวถึงการโยกย้ายในกองทัพเรือที่กำลังวุ่นวาย โดยเฉพาะเสียง พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ชม พล.ร.อ.อมรเทพ ณ บางช้าง ลูกเขย "โพไซดอน" ว่าคุณสมบัติมันดีก็ยังถูกกล่าวขาน

 

และที่สำคัญ บทสทนายังวางแผนกันหลังปี 2557 ที่ ผบ.เหล่าทัพจะเกษียณราชการกันหมดว่า "เลือกกันเองสบาย" แถมยังส่งสัญญาณเสมือนหลอกใช้ ผบ.เหล่าทัพ ว่า "ปี 57 อั๊วทำงานเสร็จแล้ว เอาเจ้ากลับแล้ว คราวนี้ต้องตาลื้อบ้างสิ เพราะฉะนั้น ลื้อต้องแสดงฝีมือให้ท่านเห็น ตั้งแต่วันนี้ลื้อต้องแสดงฝีมือให้ท่านเห็น แล้วพอปี 57 เอ็งจะได้มีงานทำต่อ ไม่ต้องอยู่แก่เหมือนคนอื่นเขา เพราะมันว่าผมไม่แก่ ผมบอกจะได้ทำงานอย่างนี้ต่อ มันก็แฮปปี้นะครับ มันไม่ได้บอกว่าโนเลย มันก็เออๆ มันก็เริ่มมองเห็นว่า หลังจากเกษียณไปแล้ว มันอาจจะมีอนาคตสำคัญ"

ทั้งหมดทำให้เห็นว่า การพลาดพลั้งครั้งนี้ของ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ที่แม้เจ้าตัวจะออกมาปฏิเสธว่า ไม่ใช่เสียงตนเอง หรือคนในพรรคเพื่อไทย ออกมาส่งสัญญาณว่าเป็นการตัดต่อ ถูกเตะตัดขาทางการเมือง มีเคลื่อนใต้น้ำ หรือการเมืองจากนี้ไปอยู่ในช่วงเล่นกันรุนแรง แต่นั่นก็ไม่เท่ากับความเป็นสุภาพบุรุษของชายชาติทหาร ที่กล้าทำ ก็ต้องกล้ารับ

โดยเฉพาะมีเรื่องเล่าสนุกจากวงในใกล้ชิดบ้าน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ที่แม้แต่ คุณหญิงอรพรรณ ศศิประภา ภรรยา ยังเข้าใจความรู้สึกสามี โดยไม่ปริปากบ่นว่าเรื่องนี้จะเป็นจริงหรือโดนตัดต่อ แต่สิ่งที่ภรรยาโกรธมากที่สุดคือ เสียงในคลิปสนทนา ที่บอกว่า "ผมใช้ถั่งเช่า" นี่แหละเป็นสาเหตุใหญ่ ที่คนเป็นภรรยายอมไม่ได้ ถึงกลับบ่นอยู่ในบ้านอ่อนปวกเปียก แต่อยู่นอกบ้านกลับมีพลัง "ถั่งเช่า"

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้จึงเป็นบทเรียนให้กับนักการเมือง บิ๊กทหาร หรือผู้หลักผู้ใหญ่ ที่จะต้องระวังในการใช้โทรศัพท์ แต่สำหรับ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ในวันนี้ เส้นทางทางการเมือง หรือภาพลักษณ์ตัวเองต่อสายตาน้องๆ ในกองทัพ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "พี่อ๊อด" ได้ตายจากถนนการเมือง กองทัพ เรียบร้อยแล้ว...

โหวตข่าวนี้