advertisement

คนไทย 64% ไม่เลือกข้าง เอแบคสำรวจพบ ครม.ใหม่ไม่มีฮันนีมูน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มิ.ย. 2556 15:21

'เอแบค'โพล ชี้ 64% ขอเป็นพลังเงียบ ไม่เข้าข้าง การเมืองฝ่ายใด ฟันธง! ครม.ใหม่ ไม่มีเวลา "ฮันนีมูน" เหตุ ความเชื่อมั่นรัฐตกต่ำ ขาดแรงสนับสนุนที่แท้จริง จากสาธารณชน

วันที่ 28 มิ.ย. นางสาวปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง จุดยืนทางการเมืองของประชาชนและการทำรัฐประหารในช่วงคนไทยสวมหน้ากากเข้าหากัน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ใน 17 จังหวัดของประเทศ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร กาญจนบุรี สุพรรณบุรี สมุทรปราการ พะเยา เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ นครพนม สกลนคร สุรินทร์ บุรีรัมย์ ขอนแก่น นครราชสีมา ชุมพร ตรัง และนครศรีธรรมราช จำนวนทั้งสิ้น 2,219 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 15 - 27 มิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา โดยใช้การเลือกตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่มเชิงชั้นภูมิหลายชั้น ที่สุ่มเลือกอำเภอ ตำบล ชุมชน ครัวเรือน และประชาชนที่ตอบแบบสอบถามระดับครัวเรือน

พบว่า จุดยืนทางการเมืองของสาธารณชนในขณะนี้ กลับสู่จุดตั้งต้นของรัฐบาล โดยผลสำรวจพบว่า ร้อยละ 18.4 สนับสนุนรัฐบาล ในขณะที่ร้อยละ 17.6 ไม่สนับสนุนรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ หรือ ร้อยละ 64.0 ไม่อยู่ฝ่ายใด ขอเป็นพลังเงียบ และเมื่อจำแนกออกตามเพศ พบว่า กลุ่มผู้หญิงส่วนใหญ่หรือร้อยละ 66.5 ไม่อยู่ฝ่ายใด ขอเป็นพลังเงียบ มากกว่า กลุ่มผู้ชายที่มีอยู่ร้อยละ 61.4 ในขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุน และ ไม่สนับสนุนรัฐบาล กลุ่มผู้ชายจะมากกว่า กลุ่มผู้หญิง คือ ร้อยละ 19.5 และร้อยละ 19.1 ในกลุ่มผู้ชาย ในขณะที่ร้อยละ 17.3 และร้อยละ 16.2 ในกลุ่มผู้หญิง

นางสาวปุณฑรีก์ กล่าวต่อว่า เมื่อจำแนกตามช่วงอายุ พบว่า ส่วนใหญ่เกินกว่าร้อยละ 60 ในทุกกลุ่มช่วงอายุ ไม่อยู่ฝ่ายใด ขอเป็นพลังเงียบ อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มที่อายุต่ำกว่า 20 ปี ยังพบผู้ที่สนับสนุนรัฐบาล มากกว่า ไม่สนับสนุน

ที่น่าสนใจคือเมื่อจำแนกตามระดับการศึกษา พบว่า กลุ่มที่สำเร็จการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีร้อยละ 80.0 ไม่อยู่ฝ่ายใด ขอเป็นพลังเงียบ ซึ่งมีสัดส่วนสูงที่สุดเปรียบเทียบกับกลุ่มปริญญาตรีร้อยละ 63.0 และกลุ่มต่ำกว่าปริญญาตรีร้อยละ 64.0 และที่น่าพิจารณาคือ กลุ่มต่ำกว่าปริญญาตรี ที่เคยเป็นฐานสนับสนุนสำคัญของรัฐบาล กลับลดลงต่ำกว่ากลุ่มปริญญาตรีคือ ร้อยละ 17.1 ต่อร้อยละ 22.9 ที่สนับสนุนรัฐบาล และเมื่อจำแนกตามกลุ่มอาชีพ พบว่ากลุ่มอาชีพเกษตรกร และรับจ้างใช้แรงงานทั่วไป ที่เคยเป็นฐานสนับสนุนสำคัญของรัฐบาลลดลงเหลือเพียงร้อยละ 16.0 ในขณะที่ ไม่สนับสนุนรัฐบาลมีอยู่ร้อยละ 20.5 ของกลุ่มเกษตรกร และผู้รับจ้างใช้แรงงานทั่วไปอย่างไรก็ตาม ทุกกลุ่มอาชีพส่วนใหญ่เกินกว่าร้อยละ 60 กลับไปสู่จุดเดิมคือไม่อยู่ฝ่ายรัฐบาลและไม่อยู่ฝ่ายค้าน ขอเป็นพลังเงียบ

ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามถึงการทำรัฐประหาร พบว่า กลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลและกลุ่มพลังเงียบส่วนใหญ่คือร้อยละ 71.0 และร้อยละ 55.8 ระบุไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ไม่สนับสนุนรัฐบาล 1 ใน 4 หรือร้อยละ 25.3 เห็นว่า เหมาะสม แต่โดยภาพรวมของสาธารณชนส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม

ผู้ช่วย ผอ.เอแบคโพลล์ กล่าวว่า ในยามนี้ ไม่มีเวลาสำหรับ “ฮันนีมูน” ในตำแหน่งรัฐมนตรีทั้งหลาย เพราะรัฐบาลกำลังอยู่ในสภาวะที่ ขาดแรงสนับสนุนแท้จริงจากสาธารณชน ดังนั้นรัฐบาลต้องดึงความเชื่อมั่นจากประชาชนในการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาล ขอเสนอแนะ อย่างน้อยสองประการในจุดเปลี่ยนผ่านของเสถียรภาพรัฐบาลในขณะนี้ คือ

ประการแรก รัฐบาลเชิญชวนทุกภาคส่วนมาเป็น “หุ้นส่วน” (Partnership) กับรัฐบาลที่สามารถรับรู้รายละเอียดของกระบวนการตัดสินใจอย่างโปร่งใส ไม่ใช่เพียงคำยืนยันจากรัฐบาลว่าโปร่งใสแต่ไม่เห็นได้ว่าโปร่งใสอย่างไร ดังนั้น รัฐบาลต้องแสดงความกล้าหาญตรงนี้ก่อน

ประการที่สอง เมื่อรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาจากการเลือกตั้งและประกาศมาตลอดว่า หัวใจของการทำงาน คือ ประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศ จึงต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนส่วนใหญ่ในแต่ละพื้นที่ ประเมินผลการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ และนำผลการประเมินไปเป็น “องค์ประกอบ” ของการจัดสรรงบประมาณ และการแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งของเจ้าหน้าที่รัฐแทนอำเภอใจของฝ่ายการเมืองแต่อย่างเดียว เพื่อทำให้เจ้าหน้าที่รัฐ ทำงานรับใช้ประชาชนส่วนใหญ่ในแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง แต่ถ้าหากพื้นที่ใดที่ประชาชนรับอามิสสินจ้างในการประเมินก็ต้องทำให้ประชาชนเหล่านั้น พบกับความเดือดร้อนจากปัญหาทุจริตคอรัปชันในพื้นที่นั้น โดยหวังว่า จะมีการลุกออกมาต่อต้านการทุจริตคอรัปชันอย่างจริงจัง และต่อเนื่องมากกว่าการจัดทำ “อีเวนต์” ของการต่อต้านทุจริตคอรัปชันแต่เพียงอย่างเดียว

โหวตข่าวนี้