advertisement

ย้อนรอย'ปฏิวัติ'ร้อน.. จาก'บูรพาพยัคฆ์'สู่'ทหารแตงโม'

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 21 พ.ค. 2556 08:00

หลังปฏิวัติรัฐประหารปี 49 ถือเป็นยุคเฟื่องฟูของนายทหารสายหมวกแดง "เบเร่ต์แดง" หรือ "รบพิเศษ" ที่มี "บิ๊กบัง" พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.ในฐานะประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) ที่มีทั้งบารมี และอำนาจล้นฟ้าของเมืองไทยในขณะนั้นแต่เพียงผู้เดียว ทุกอย่างในเรื่องกิจการทหาร จึงต้องผ่าน รวมทั้งเรื่องการจัดทัพปรับย้าย "บิ๊กบัง" จะเป็นผู้รวบอำนาจไว้แต่เพียงผู้เดียว

โดยการจัดแถวทหารลงตามหน่วยสำคัญๆ ในยุค บิ๊กบัง ที่อยู่ในภาวะตึงเครียด การจะส่งสัญญาณ หรือทำการคัดเลือกหน่วย "เกรดดี" คุมกำลังรบหลักสำคัญ พล.อ.สนธิ จะเป็นผู้ตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียว ขณะที่การส่งลูกน้องคนสนิท หรือผู้ใต้บังคับบัญชา จะเน้นไปเฉพาะคนที่มีความสนิทสนม หรือเติบโตมาจากสายรบพิเศษลง ก็จะได้ลงไปกุมบังเหียน อาจจะว่าเป็นการปูนบำเหน็จ จากความสำเร็จที่ร่วมกับปฏิวัติล้มอำนาจจาก พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อให้ไปสู่ตำแหน่งนั้นก็ได้


เป็นเพราะสถานการณ์ไม่นิ่ง หรืออาจเป็นเพราะความผูกพัน ความไว้วางใจ ที่ตัวเองเคยเติบโตมาจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.) ทำให้การจัดคนจากหน่วยนี้ไปสู่ตำแหน่งสำคัญ จึงต้องมาเป็นอันดับแรก

ขณะเดียวกันเพื่อนร่วมรุ่นพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี (ตท.10) ก็ถูกเด้งถ่ายเทโยกย้ายชนิดยกแผง ทั้งถูกจับเข้ากรุ ถูกดอง เด้งข้ามห้วยให้ไปนั่งตบยุงจบเกือบหมดรุ่น

ส่วน ตท.10 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ก็ได้รางวัลแห่งความสำเร็จในการนำกำลังเข้าปฏิวัติร่วมกับ พล.อ.สนธิ ถึงแม้จะเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท.10 แต่ก็ถือว่าเป็นคนละกลุ่ม คนละก๊วน ได้รับการปูนบำเหน็จกระโดดจาก "แม่ทัพภาคที่ 1" ขึ้นเป็น "ผช.ผบ.ทบ." ทำให้อนาคตเริ่มสดใส พร้อมๆ กับพล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร จากแม่ทัพภาคที่ 3(ตท.7) ข้ามมาเป็น ผช.ผบ.ทบ.พร้อมกัน ขณะที่พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์ (ตท.9) จาก ผบ.นรด. ก็ขึ้นเป็น เสธ.ทบ.

ก่อนที่ในปีถัดไปทั้ง พล.อ.สพรั่ง-พล.อ.อนุพงษ์ เกิดความบาดหมางกับ พล.อ.สนธิ ในการเสนอชื่อผู้ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.ต่อจากตนเอง จนเป็นที่แน่ชัดว่า พล.อ.สนธิ ได้เสนอชื่อ พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์ เสธ.ทบ. ขณะนั้นขึ้นเป็น ผบ.ทบ.ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ ก็ต้องการขึ้นเป็น ผบ.ทบ.เลย จึงเกิดการช่วงชิง และในที่สุด พล.อ.อนุพงษ์ ก็หันไปจับมือกับ พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 ขณะนั้น และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ทบ.เพื่อขอให้(ฟ้าสูง) ลงมายุติศึก จนประสบความสำเร็จได้เป็น ผบ.ทบ.ตามที่หวัง

จากนั้นนายทหารสาย "รบพิเศษ" ของพล.อ.สนธิ ก็เริ่มถูกเขี่ยจนเข้ากรุเกือบหมด
จึงเป็นที่มาของการเข้าสู่ยุค "บูรพาพยัคฆ์" เรืองอำนาจ …..


ซึ่งการอยู่ในตำแหน่ง ผบ.ทบ.ของพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ถึง 3 ปี ในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น รมว.กลาโหม ทำให้การจัดทัพ ปรับขบวนในกองทัพถือว่าเบ็ดเสร็จและเด็ดขาด ทั้งการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ หรือการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร ต้องถือว่าเป็นยุคทองของ 3 ป.เรืองอำนาจอย่างแท้จริง

ทำให้การปรับย้ายนายทหารที่ถูกจัดแถวโดย พล.อ.อนุพงษ์ มีพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ที่ถือเป็นกุนซือใหญ่ จัดวางระบบกำลังพล กำลังหลัก ในกองทัพบกแบบเบ็ดเสร็จ โดยเฉพาะตำแหน่งหลักที่เกี่ยวกับการดูแลเคลื่อนย้ายกำลังรบหลักจะมีทหารจาก "ทหารเสือราชินี" หรือ (ร.21 รอ.) และนายทหารจาก "บูรพาพยัคฆ์" (พล.ร.2 รอ.) ถูกจัดวางไว้หมด เรียกว่าปิดทางปฏิวัติของฝากฝ่ายตรงข้าม (เสื้อแดง)

ต้องบอกว่ายุคเรืองอำนาจของ "บูรพาพยัคฆ์" นั้นยาวนานมาก ตั้งแต่ พล.อ.อนุพงษ์ เป็น ผบ.ทบ.มา 3 ปี จนเข้าสู่ยุค พล.อ.ประยุทธ์ การจัดทัพเปลี่ยนถ่ายตำแหน่งยังดำเนินอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการตอบแทนให้กับพรรคพวก ของทหารในสายนี้ ที่ยังดำเนินต่อไป กระทั่งสามารถถ่ายเทให้กับทหารรุ่นใหม่ๆ ที่เติบโตขึ้นมารับตำแหน่งกันทัน

จากรุ่นสู่รุ่นเปลี่ยนถ่ายจนทำให้เก้าอี้ของ พล.อ.ประยุทธ์​ นั้นแข็งแกร่ง จนฝ่ายรัฐบาลไม่กล้าที่จะเข้ามาล้วงลูก หรือสับเปลี่ยน จนกระทั่งนายทหารสายแตงโมเริ่มที่จะสูญพันธุ์


กระทั่งเข้ามาสู่ยุค ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) นายทหารแตงโมเริ่มเบ่งบานก่อตัว ทำงานอยู่ใต้ดินมากขึ้น เพราะเหตุเกิดจากทหารเหล่านี้ได้เล็งเห็นว่าหากตัวเองไม่สู้ หรือไม่ยืนหยัดที่จะออกมาเผชิญ ก็จะทำให้ถูกแต่กด ถูกดอง ถูกข้ามหัว ถูกผลักไส้ จนตัวเองต้องโยกจากอีกฝั่งไปสู่อีกฝั่ง

จนนับวันทหารในสายเสื้อแดง (แตงโม) ก็เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ด้วยหลายปัจจัย แต่สิ่งหนึ่งอาจเป็นเพราะพล.อ.ประยุทธ์ ใช้วิธีที่จะแต่งตั้งเฉพาะทหารคนสนิทใกล้ชิด ลูกน้องในสายบูรพาพยัคฆ์ ลูกน้องคนสนิทของพล.อ.อนุพงษ์ และพล.อ.ประวิตร จะได้ดิบได้ดี ทั้งยศ ทั้งตำแหน่ง ทำให้กองทัพเกิดแตกแยก แบ่งฝ่าย เกิดความขัดแย้ง ถือเป็นส่วนหนึ่งที่เกิดจากผู้บังคับบัญชาเป็นคนสร้างขึ้นมา

ทหารแตงโมเหล่านี้ ไม่กล้าที่จะออกมาเปิดศึกกับ พล.อ.ประยุทธ์ โดยตรง ทหารอีกส่วนก็บ่งบอกสถานะ ไม่เป็นพวกใครแต่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ผู้บังคับบัญชาไม่เหลียวแล จนก่อตัวทำให้ทหารทหารในซีกนี้ร่วมกับทหารแตงโม เกิดขึ้นในกองทัพเวลานี้ ที่สามารถนับรวมได้กว่า 60 เปอร์เซ็นต์ หันกลับมาถือหางเป็นทหารสายเสื้อแดงหรือทหารแตงโมแทน

โดยมองการโยกย้ายในครั้งนี้หวังว่ารัฐบาล โดย "บิ๊กโอ๋" พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม จะกล้าคืนความชอบธรรมให้กับทหารเหล่านี้ เพราะขณะเดียวกันทหารในสาย "วงศ์เทวัญ" หรือทหารสาย "มหาดเล็กรักษาพระองค์" ก็สอดแทรกเข้ามาสู่ในไลน์ 5 เสือ ทบ.จนถึงระดับคุมกำลังได้เป็นบางส่วน ทำให้การปรับย้ายครั้งนี้ก็มีสิทธิ์ที่จะลุ้น หากรัฐบาลลงมาดูแลและให้ความสนใจ บางทีก็อาจจะถึงเวลาเปลี่ยนถ่ายในกองทัพได้


ความหวังของทหารแตงโม และทหารสายวงศ์เทวัญ ก็ได้แต่ลุ้นให้ "บิ๊กอ๋อย" พล.อ.จิระเดช โมกขะสมิต ผช.ผบ.ทบ.(ตท.13) ได้เปลี่ยนถ่ายขึ้นเป็น ผบ.ทบ. หรืออย่างน้อยก็ข้ามไปเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม เหมือนเช่น พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ที่ข้ามจาก ผช.ผบ.ทบ.เป็นปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อทหารสายนี้จะได้ลืมตาอ้าปากกับเขาได้

ขณะที่ทหารแตงโมที่เริ่มเปิดตัวไม่อายและไม่เกรงกลัวต่อสายอำนาจเก่าของพล.อ.ประยุทธ์ ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมีท่าทีที่ชัดเจน และมีโอกาสจะเติบโตในอนาคตได้ทั้ง "บิ๊กใหญ่" พล.อ.ม.ล.ประสบชัย เกษมสันต์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม(ตท.13) "บิ๊กแป๊ะ" พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก รองปลัดกระทรวงกลาโหม(ตท.14) ทั้งคู่ถือเป็นคนของรัฐบาลที่ทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กห.ใช้งานอยู่รอจังหวะเสียบอยู่

ในส่วนแกนนำรุ่น ตท.13 ทั้ง พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่งเริงรมย์ ผบ.ทร. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ก็ยืนอยู่ในฟากทหารสายสีแดง

นอกจากนี้กำลังหลักใน ทบ.ที่น่าจับตาในฤดูโยกย้ายนี้ก็มีทั้ง พล.ท.ไพบูลย์ คุ้มฉายา แม่ทัพภาคที่ 1 สาย (วงศ์เทวัญ) ที่มีความสนิทสนมกับคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ พล.ท.จิระศักดิ์ ชมประสพ แม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งสนิทกับทาง ส.ส.เพื่อไทยพื้นที่อีสาน พล.ท.พอพล มณีรินทร์ ผบ.รร.จปร. น้องชาย พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์ เพื่อนสนิท พ.ต.ท.ทักษิณ

นอกจากนี้ยังมีสายตรงพ.ต.ท.ทักษิณ ที่จ่อรอขึ้นตำแหน่ง พล.ต.โชติอนันต์ปรีชา ทรัพย์หิรัญ ผบ.พล.ปตอ. พล.ต.พันธ์ยศ พันธ์เพิ่มศิริ จก.สห.ทบ. ขณะที่รุ่นยังเติร์กอย่าง พ.ท.สราวุฒิ ชินวัตร ผบ.ปตอ.พัน.7 ก็รอลุ้นโอกาสเปลี่ยนถ่าย

ดังนั้น ฤดูการโยกย้ายทหารในครั้งนี้ อาจเป็นไพ่สำคัญของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่จะใช้ต่อกรกับผู้มีอำนาจทางทหารอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. รวมทั้งอาจเป็นดัชนีชี้วัดการได้กลับบ้านของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่จะต้องสอดคล้องกับเก้าอี้ ผบ.ทบ.ว่าใครจะมานั่ง...

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement