สวนดุสิตโพลเผยผลสำรวจพบส่วนใหญ่รู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย เมื่อได้ฟังเพลงชาติ เห็นว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการเสริมสร้างความสามัคคี แต่ไม่แน่ใจว่าจะได้ผล..
เมื่อวันที่ 20 ก.ย. สวนดุสิตโพล มหาวิยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อโครงการ "ไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง" หลังจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน นำคณะรัฐมนตรี ร่วมกันร้องเพลงชาติไทยในเวลา 18.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อลดบรรยากาศทางการเมืองที่ตึงเครียดอยู่ในขณะนี้
โดยพบว่า ความรู้สึกเมื่อได้ฟังเพลงชาติไทย ส่วนใหญ่รู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย และได้เกิดในผืนแผ่นดินไทย ร้อยละ 28.29 เป็นเพลงที่ได้ยินมาตั้งแต่เกิด ทุกคนสามารถร้องได้ ร้อยละ 23.17 แสดงความเป็นเอกราชของชาติ ไม่เป็นเมืองขึ้นของใคร ร้อยละ 22.48 เป็นเพลงปลุกใจที่ก่อให้เกิดความรักและหวงแหนชาติไทย ไม่ยอมให้ใครมาทำลาย ร้อยละ 15.64 และนึกถึงพระมหากษัตริย์ไทยทุกๆ พระองค์ที่ทรงปกป้องดูแลประเทศไทยให้คงอยู่มาถึงทุกวันนี้ ร้อยละ 10.42
นอกจากนี้ ยังเห็นว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเสริมสร้างความสามัคคีของคนในชาติ ร้อยละ 31.32 เป็นโครงการที่ดีช่วยกระตุ้นให้คนไทยมีจิตสำนึกในความเป็นไทยด้วยกัน ร้อยละ 30.51 ถ้าคนไทยทุกคนไม่สนใจหรือไม่ให้ความสำคัญก็ไม่มีผลอะไร ร้อยละ 25.40 และเป็นโครงการที่รัฐบาลหวังว่าจะช่วยลดความขัดแย้งของคนในชาติได้ ร้อยละ 12.77
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่าโครงการ "ไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง" จะช่วยให้คนไทยมีความสามัคคีเพิ่มขึ้นหรือไม่ ส่วนใหญ่เห็นว่า ไม่แน่ใจ ร้อยละ 36.49 เพราะสถานการณ์บ้านเมืองทุกวันนี้อยู่ในภาวะที่ย่ำแย่ ความรู้สึกนึกคิดของคนในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมากไม่เหมือนเมื่อก่อน และขึ้นอยู่กับการร่วมแรงร่วมใจของคนไทยทุกคน รองลงมาเห็นว่าเพิ่มขึ้น ร้อยละ 32.85 เพราะแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลที่มุ่งหวังให้คนไทยทุกคนมีความรักความสามัคคี ช่วยกระตุ้นให้ทุกคนนึกถึงเพลงชาติไทยและเกิดจิตสำนึกที่ดี เตือนให้ทุกคนนึกถึงบ้านเมืองเป็นสำคัญ และเห็นว่าไม่เพิ่มขึ้น ร้อยละ 30.66 เพราะเป็นเพลงที่ได้ยินได้ฟังมาตั้งแต่เด็กจนเป็นความเคยชิน สภาพจิตใจของคนไทยเปลี่ยนแปลงไป ขาดจิตสำนึกและความจงรักภักดีต่อชาติบ้านเมือง




















