advertisement

'อลงกรณ์'ย้ำปชป.ต้องปฏิรูป หลังแพ้เลือกตั้ง 2 ทศวรรษ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 เม.ย. 2556 17:50

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทวิตเตอร์แจงเหตุปฏิรูป ปชป. ยอมรับโจทย์ใหญ่ปรับตัวไม่ทัน ทำแพ้ตลอด 21 ปี ชี้ปัญหาใหญ่ถูกมองอิงเผด็จการ-ปล่อยคอรัปชัน...

เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ดูแลภาคกลาง ได้โพสต์ข้อความลงบนทวิตเตอร์ส่วนตัว “alongkornpb” ถึงแนวคิดการปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ว่า “การปฏิรูปพรรคจะทำให้เกิดจุดเปลี่ยนที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปการเมือง และประเทศไทย เพราะหลายปีมานี้ ประเทศไทยตกอยู่ในวังวนความแตกแยก ทำลายเอกภาพและศักยภาพของประเทศ จนขีดความสามารถของประเทศถดถอย ขณะที่การคอรัปชันในวงการเมือง และราชการระบาดรุนแรง เหมือนมะเร็งร้ายเกาะกินบ้านเมืองจนประเทศเสมือนคนป่วยหนักโคม่า การเมืองพัฒนามาสู่ระบบ 2 พรรคใหญ่ โดยมีพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ผลัดกันเป็นแกนนำรัฐบาล การต่อสู้ทางการเมืองทั้งในและนอกสภาฯ เป็นไปอย่างเข้มข้นแบ่งสีแตกแยก จนมองไม่เห็นอนาคตของประเทศ คำถามคือ แล้วเราจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร เมื่อไหร่ และโดยใคร ดังนั้นจึงคิดว่า เราต้องเริ่มแก้ไขที่พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย ซึ่งหวังว่า พรรคเพื่อไทยจะมีการปฏิรูปพรรคสู่ความเป็นสถาบันทางการเมืองพร้อมกับเรา

นายอลงกรณ์ ยังได้โพสต์ข้อความต่ออีกว่า นอกจากนี้ตนได้เสนอให้มีการปฏิรูปพรรคอย่างจริงจัง และเป็นรูปธรรม คือ 1. ปฏิรูปโครงสร้าง 2. ปฏิรูปการบริหารจัดการ 3. ปฏิรูปวัฒนธรรมองค์กรและบุคคลากร ดังนั้น ถ้าเราต้องการชนะเลือกตั้งต้องปฏิรูปพรรค เพราะหลังจากชนะในการเลือกตั้งทั่วไปเดือน ก.ย. 2535 เราพ่ายแพ้มาตลอด 21 ปี การแพ้ต่อเนื่อง 21 ปี คือโจทย์ใหญ่ แม้เราจะพยายามแก้ไขเพื่อให้กลับมาชนะบ้างแต่ก็ทำไม่สำเร็จโดยเฉพาะเมื่อ เกิดพรรคไทยรักไทย การเลือกตั้งปี 2544 เราแพ้พรรคไทยรักไทยที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรค และแพ้มากขึ้นทุกที แม้หลายคนในพรรคจะปักใจว่าปี 2544 พรรคประชาธิปัตย์ แพ้เพราะเงินแต่หลายคนรวมทั้งตนคิดว่า เราแพ้เพราะ "คิดไม่ทัน ปรับตัวไม่ทัน" สโลแกน "คิดใหม่ ทำใหม่" และรูปแบบหาเสียงใหม่ๆ โดยเฉพาะนโยบายใหม่ๆ คำสั้นๆ เช่น 30 บาทรักษาทุกโรคและกองทุนหมู่บ้าน เป็นต้น

"เมื่อเขาชนะได้เป็นรัฐบาลก็ลงมือทำทันที จนสร้างความเชื่อมั่นว่า ทำได้อย่างที่พูด จึงผูกใจประชาชนและเป็นเช่นนั้นจนถึงวันนี้ รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ" และรัฐบาลปัจจุบันแยกการบริหารกับการเมืองออกจากกัน โดยรัฐบาลบริหารสร้างผลงาน และให้พรรครับงานการเมือง เมื่อคู่แข่งเปลี่ยนกลยุทธ์ทั้งการเลือกตั้งและการบริหารจัดการแต่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เปลี่ยนวิธีคิดวิธีทำงาน เราจึงสู้ไม่ได้มากขึ้น และอีกปัญหาคือ เมื่อเวลาสื่อ หรือนักวิชาการ องค์กรใดๆ วิจารณ์พรรคประชาธิปัตย์ก็จะตอบโต้ทันที และสรุปว่า นั่นคือพวก พ.ต.ท.ทักษิณ จึงทำให้เสียแนวร่วมไปมาก และปัญหาใหญ่คือ การที่พรรคถูกมองว่า อิงแอบเผด็จการ และปล่อยให้มีการคอรัปชันอย่างมากตอนเป็นรัฐบาล” นายอลงกรณ์ ระบุ ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อนายอลงกรณ์ทางโทรศัพท์แต่ไม่มีคนรับสาย โดยมีเสียงตอบรับอัตโนมัติให้ฝากข้อความไว้ ไม่สามารถติดต่อได้แทน.

โหวตข่าวนี้