advertisement

ผบ.ทบ.ประดับยศ'ร.ต.' เลื่อนฐานะให้ทหารชั้นประทวน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 เม.ย. 2556 17:22

"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" เป็นประธานในพิธีประดับยศ "ร.ต." แก่ทหารชั้นประทวนอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป ที่ได้รับการเลื่อนฐานะเป็นนายทหารสัญญาบัตร 1,249 นาย พร้อมย้ำหน้าที่เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน...

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. มีรายงานว่า ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เป็นประธานในพิธีประดับยศเลื่อนฐานะนายทหารประทวน ที่อายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้น เป็นนายทหารสัญญาบัตร ในสังกัดกองทัพบก 1,249 นาย โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวให้โอวาทตอนหนึ่งว่า ขอแสดงความยินดีกับนายทหารทุกคน ซึ่งเป็นผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติและถือเป็นกลไกหลักสำคัญในการขับ เคลื่อนกองทัพบก ได้บรรลุผลสำเร็จตามความมุ่งหมาย สามารถสร้างสรรค์ความสงบสุขและความมั่นคงให้กับสังคมและประเทศชาติ อีกทั้งได้นำความเชื่อมั่นและศรัทธากลับมาสู่กองทัพบกได้อย่างแท้จริง ผู้บังคับบัญชาทุกระดับตระหนักดีถึงผลงานที่ทุกคนได้ทำไว้ แต่ด้วยข้อจำกัดหลายๆ ด้าน กองทัพบกไม่สามารถตอบแทนคุณงามความดีของกำลังพลได้ทั้งหมดในเวลาเดียวกัน

ทั้งนี้ การประดับยศครั้งนี้ เป็นเครื่องหมายว่า ทุกท่านได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง และยอมรับในผลการดำเนินงานในกองทัพบก ในฐานะทหารของชาติและประชาชน ขอให้ภาคภูมิใจในภาระหน้าที่ ในฐานะนายทหารสัญญาบัตรของกองทัพบก และพร้อมอุทิศตนทำงานอย่างเต็มความสามารถ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นสำคัญ ตลอดจนเทิดทูนชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ที่มีความมั่นคงและยั่งยืน

“ทุกคนต้องอยู่บนพื้น ฐานของความพอเพียง ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ใช่เป็นนายทหารต้องเปลี่ยนของใช้ไปหมดทุกอย่าง ต้องมีอยู่อย่างพอเพียงและต้องมีความรู้ คุณธรรม มีสติยั้งคิด จะทำอะไรขอให้นึกถึงกองทัพบกไว้ก่อน สิ่งที่สำคัญที่ทหารทุกคนต้องระลึกถึงคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน เพราะประเทศไทยต้องมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นที่ยึดเหนี่ยว ซึ่งแตกต่างกับประเทศอื่นๆ ทั้งนี้ ขอฝากกองทัพไว้กับพวกเราทุกคน” ผบ.ทบ. กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องการปรับเงินเดือนให้กับนายทหารชั้นประทวนที่เลื่อนฐานะครั้งนี้ นั้น ตนได้เรียนกับรมว.กลาโหม แล้ว เรื่องการจัดการโครงสร้าง ซึ่งงบประมาณโดยรวมของกองทัพบกที่ดูเหมือนกับว่าจะได้จำนวนมากนั้น แบ่งเป็นเบี้ยเลี้ยงเงินเดือนประมาณ 70% ส่วนที่เหลือเป็นงบประมาณในการดำเนินงาน และการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์บางส่วน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการจัดทำแผนให้กองทัพมีความกะทัดรัดมากขึ้น โดยจะต้องมีกำลังพลบางส่วนลดน้อยลง ส่วนที่เป็นกำลังรบจะเพิ่มมากขึ้น

อย่างไร ก็ตาม กองทัพบกเป็นกองทัพที่มีขนาดใหญ่ จะลดขนาดกองทัพมากนักไม่ได้ เพราะเรามีภารกิจหลายประการ ไม่ใช่เฉพาะเพียงแค่การสู้รบ การเป็นทหารขอให้คิดว่ามีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่น ส่วนการปรับเงินเดือนขึ้นนั้น ไม่สามารถดำเนินการได้ทันที เพราะเงินเราผูกพันกับกระทรวงอื่นๆ ด้วย ถ้าเราขึ้น เขาก็ต้องขึ้น แล้วประเทศชาติจะเอาเงินมาจากที่ไหน วันนี้เราต้องพยายามดูแลเขาว่าจะทำอย่างไรให้เขาอยู่อย่างพอเพียง ทั้งสวัสดิการ สหกรณ์ อาชีพเสริม เป็นต้น.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement