บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กจิ๋ว' ปัดโดนทาบร่วมรัฐบาล

“บิ๊กจิ๋ว” ปัด ครม.ไม่เคยทาบเข้าร่วม รบ. แต่พร้อมช่วยงานความมั่นคงของชาติ แบบไม่มีตำแหน่ง เชียร์รัฐเจรจา “บีอาร์เอ็น” ชี้เดินมาถูกทางแล้ว ย้ำหนุนแนวคิด “มหานครปัตตานี”...

วันที่ 20 มี.ค. ที่สโมสรราชพฤกษ์ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้บัญชาการทหารบก แถลงข่าวยืนยันว่า ส่วนตัวไม่เคยได้รับการติดต่อทาบทาม พูดคุย หรือเชื้อเชิญจากรัฐบาลชุดปัจจุบัน หรือกลุ่มวาดะห์ ให้เข้าไปดูแลงานด้านความมั่นคงให้รัฐบาลชุดปัจจุบัน อย่างที่มีกระแสข่าวออกมาก่อนหน้านี้ แต่ยอมรับว่าพร้อมที่จะช่วยงานความมั่นคงของประเทศชาติ โดยไม่มีจำเป็นต้องมีตำแหน่งในรัฐบาลก็ได้ แต่หากรัฐบาลมีการติดต่อ ทาบทามมาจริง ก็ต้องมาหารือกันว่าจะตอบรับหรือไม่ อย่างไร

ทั้งนี้ พร้อมให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ที่ทำมาเราเคยทำงานในพื้นที่กันมา 30-40 ปีแล้ว ทุกอย่างก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไปเป็นธรรมดา แต่ความสัมพันธ์เรายังเหมือนเดิม แน่นแฟ้นมากกว่าเดิมด้วย นั่นเพราะงานด้านความมั่นคงมีความสำคัญที่จะละเว้น หรือละเลยไม่ได้ แม้จะไม่อยู่ในตำแหน่ง แต่ก็สามารถช่วยงานได้ ที่ผ่านมาก็มีข่าวออกมาเยอะเหลือเกิน บางทีก็ดี บางทีก็ไม่ดี อาจเสียหายทั้ง 2 ฝ่ายได้

ขณะที่กรณีปัญหาภาคใต้ ซึ่งเกิดเหตุการณ์ปล้นปืนมาตั้งแต่ปี 2547 พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ที่ผ่านมา ได้กำหนดยุทธศาสตร์ 3 ข้อ คือ 1.ทฤษฎีดอกไม้หลากสี 2.ยุทธศาสตร์ถอยคนละ 3 ก้าว และ 3.ยุทธศาสตร์ สิ่งที่ทุกคนปรารถนา คือการสามารถดูแลตนเอง ในกรอบกฎหมายไทย กรอบรัฐธรรมนูญไทย ซึ่งเป็นการปกครองท้องถิ่นรูปแบบหนึ่ง ที่มีรูปแบบมากมาย ฝึกให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้อำนาจนี้ แต่ต้องเข้าใจว่าที่นำเสนอคือ มหานครปัตตานี ไม่ใช่นครรัฐปัตตานี คำว่า นครรัฐ มันเป็นการปกครองรูปแบบเก่าที่ต้องระวัง


“คนจะเข้าใจผิดในเรื่องนั้น คนที่พูดบางทีก็พูดไม่ระวัง ต้องใช้คำว่า มหานครปัตตานี เพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้รำลึกถึงความรุ่งเรื่องของปัตตานี ที่เคยเป็นเมืองใหญ่ในสมัยลังกาสุกะ และทำอย่างไรที่จะทำให้ปัตตานี กลับไปสู่ความยิ่งใหญ่ได้ ให้เกิดความภาคภูมิใจ ซึ่งประชาชนจะต้องไปคิดรูปแบบเอง ไม่ใช่ให้เราไปกำหนดรูปแบบให้ประชาชนในพื้นที่ต้องบอกเรา เราเสนอไปให้ประชาชนเห็นว่าเป็นหน้าที่เขานะที่จะต้องสร้างความสงบสุข สร้างความก้าวหน้า สร้างการพัฒนา คือเอาความยิ่งใหญ่คืนมา ส่วนจะประกอบด้วยส่วนไหน อย่างไร ประชาชนต้องคิดกันเอง เราอย่าเพิ่งไปแสดงความคิดเห็นก่อนไม่ได้ ปัญหาที่เกิดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้วันนี้ เป็นปัญหาของชาติเราเลยนะ ไม่ใช่เป็นปัญหาของใคร อันนี้พูดกัน เสนอกันมานานแล้ว ไม่ใช่เรื่องใหม่ ส่วนรูปแบบอำนาจที่จะใช้ในการปกครองใน 3 จัหวัดชายแดนภาคใต้ จะเป็นอย่างไรให้สภาฯ เขาไปพูดกัน ว่าจะใช้รูปแบบพิเศษแบบใด ไม่ใช่สิ่งที่เราไปพูดกันเอง” พล.อ.ชวลิต กล่าว

นอกจากนี้ พล.อ.ชวลิต ยังกล่าวกรณีแนวทางการแก้ปัญหาภาคใต้ ที่รัฐบาลไปพูดคัยกับกลุ่มบีอาร์เอ็น มองว่ารัฐเดินมาถูกทางหรือไม่ ว่า มันมี 2 ทางคือ แนวทางรุนแรง กับอีกอันแนวทางสันติ ในเมื่อมาแนวทางสันติก็ถูกแล้ว เมื่อเริ่มแล้วก็ไม่เป็นไร ต่อไปก็ช่วยกันตกแต่ง เราก็ช่วยกันดู ก็จะไปได้ บางคนบอกว่ามีเรื่องเยอะ ก็ไม่เป็นไรค่อยๆ แก้ไปที่ละข้อทีละประเด็น ฉะนั้น ก็ทำมาถูกแล้วต้องให้กำลังช่วยกัน

 

ส่วนที่เกรงกันว่า ถ้าไปยอมรับการมีตัวตนของกลุ่มต่างๆ หลายฝ่ายอาจเข้ามายุ่งย่ามในประเทศได้ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า จะให้เขาเข้ามาได้อย่างไร ประเทศเรามีอธิปไตย ไม่ใช่อยากเข้ามาก็เข้ามาได้ ทำไม่ได้หรอก เราก็ตระหนักดี ถามหน่อย มีประเทศไหนที่ให้อิสระกับพี่น้องชาวไทยมุสลิมมากเท่าไทยเรา อย่างกรณีผ้าคลุมหน้าชาวมุสลิม ขนาดประเทศฝรั่งเศสที่บอกว่ามีความเป็นประชาธิปไตย ยังทำไม่ได้เลย เราก็ต้องมีการพูดจาทำความเข้าใจกัน แน่นอนที่สุดคนที่เป็นหนุ่มสาวของเขาอาจมีแนวความคิดกระตือรื้อร้น กู้ชาติ แบ่งแยกดินแดน แต่เราก็ต้องพูดคุยทำความเข้าใจกับเขา ไม่มีอะไรหรอก อดทนนิดหนึ่งมาถูกทางแล้ว ใกล้แล้ว

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ชวลิต ยังกล่าวยอมรับด้วยว่า ในความเป็นจริง ก็มีกลุ่มคนบางกลุ่มใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่มีผลประโยชน์ในพื้นที่ และพยายามอาจหวังผลให้การเจรจากับบีอาร์เอ็นไม่ประสบผลสำเร็จอยู่เหมือนกัน แต่เชื่อเถอะ สิ่งไหนไม่ดีอยู่ไม่ได้หรอกในสังคมของเรา มันก็มีสิ่งที่เป็นผลประโยชน์อยู่บ้าง เราต้องช่วยกันแก้ไข ส่วนตัวเชื่อว่าการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ คงใช้เวลาไม่นานนับจากนี้ เพราะเห็นว่ามาถูกทางแล้ว.