advertisement

ปชป.อัดรัฐดันทุรังกู้ล้มรถไฟฟ้าความเร็วสูง

โดย ทีมข่าวการเมือง 19 มี.ค. 2556 22:20

ที่ประชุม ปชป.อัดรัฐดันทุรังกู้ล้มรถไฟฟ้าความเร็วสูง เทียบเส้นทาง พท.-ปชป.ชี้ทำลายฐานเสียงตัวเอง ขณะ “บุญยอด” ย้อนสุรพงษ์ เงินปากถุงเงินกู้ใครงาบ...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ มีการหารือถึงกรณีที่ ครม.พิจารณา พ.ร.บ.เงินกู้ 2.2 ล้านล้านบาท เพื่อทำโครงการรถไฟความเร็วสูงและรถไฟรางคู่ โดยชี้ให้เห็นว่าการออก พ.ร.บ.เงินกู้ครั้งนี้ นอกจากมีเจตนาหลบเลี่ยงการตรวจสอบการใช้จ่าย อ้างเหตุว่าจะมาลงทุนในโครงการระบบราง 7 ปี ใช้งบปีละ 3 แสนล้านบาท จึงจำเป็นต้องรอให้ พ.ร.บ.ฉบับนี้เข้าสู่สภาก่อนเพื่อที่จะได้อภิปราย โดยได้มอบหมายให้ นายกรณ์ จาติกวนิช อดีต รมว.คลัง เป็นหัวหน้าทีมอภิปรายชำแหละข้อมูล โดยมีการเปรียบเทียบโครงการรถไฟความเร็วสูงในยุครัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ได้เริ่มแผนพร้อมทำสัญญาลงนามกับรัฐบาลจีนที่จะตั้งบริษัทร่วมทุนที่จีนถือหุ้น 49% และได้ทำถูกต้องผ่านสภาตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญแล้ว โดยให้รัฐบาลจีนลงทุนออกแบบก่อสร้าง จนถึงเงินทุนในการก่อสร้างทั้งหมด โดยที่ไทยลงทุนเพียงพื้นที่เส้นทางในการก่อสร้างที่เชื่อมต่อในเขตประเทศไทย แล้วค่อยมาแบ่งประโยชน์กัน โดยเส้นทางของพรรคประชาธิปัตย์เริ่มจากจีนมาลาวเข้าไทยที่ จ.หนองคาย ผ่านนครราชสีมา และเข้าถึง กทม. แยกต่อไปภาคตะวันออกที่ จ.ระยอง อีกทางแยกลงใต้ผ่าน อ.หัวหิน ไป อ.สุไหงโก-ลก และเข้าประเทศมาเลเซีย ดังนั้นจึงไม่ต้องหวั่นวิตกเรื่องการทุจริตคอรัปชัน เพราะจีนจะเป็นผู้ก่อสร้างทั้งหมด

ขณะที่เส้นทางของพรรคเพื่อไทยจะสร้างเป็นรถไฟความเร็วสูงเพียงแค่ 3 เส้นทางสั้นๆ คือ กรุงเทพฯ-โคราช, กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ-หัวหิน ส่วนที่เหลือจะทำเป็นระบบรางรถไฟรางคู่ที่ไม่ใช่รถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อจาก 3 เส้นทาง โดยนายวิฑูรย์ นามบุตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า หากเป็นเช่นนี้จริง จะกระทบต่อฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยเองอย่างรุนแรง เพราะจะเป็นการตัดตอนความเจริญในพื้นที่อีสาน เนื่องจากไปตัดเส้นทางเดิมที่ได้วางเอาไว้เพื่อใช้เชื่อมต่อกับลาวในการเปิด ประเทศและเส้นทางค้าขาย แต่กลับไปสร้างเส้นทางใหม่ คือ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ อีกทั้งการสร้างรถไฟความเร็วสูงแค่ระยะสั้นๆ ไม่คุ้มกับการลงทุนทั้งระบบ

นอกจากนี้ที่ประชุมตั้งข้อสังเกตว่า การกู้เงินครั้งนี้จะสร้างหนี้ให้ลูกหลานนานถึง 50 ปี และหนี้สาธารณะจะพุ่งเกิน 60 เปอร์เซ็นต์ มียอดหนี้เฉลี่ยต่อหัวรายละ 1.2 แสนบาท ถือว่าเป็นอันตรายต่อระเบียบวินัยการเงิน การคลัง เพราะเป็นการกู้เงินสูง เทียบเท่าวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี คาดว่ารัฐบาลจะนำ พ.ร.บ.นี้เข้าสภาในเร็วๆ นี้ ทั้งนี้พรรคยืนยันว่า ไม่ได้ขัดขวางการพัฒนาประเทศ แต่เห็นว่าแผนการพัฒนาของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยมีความเสี่ยงที่จะสร้างหนี้ให้ประเทศในระยะยาว และอาจเกิดวิกฤติเศรษฐกิจซ้ำ และยังเป็นการฉีกสัญญาเดิมที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ทำกับรัฐบาลจีนไว้แล้ว โดยเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่จะสร้างความเสียหายมากกว่า เพราะสามารถจัดงบประมาณแผนการลงทุนเป็นงบขาดดุล โดยบริหารงบพัฒนาเป็นงบฯ ผูกพันรายปีได้ โดยไม่ต้องกู้เงินมากขนาดนี้

ด้านนายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลจัดนิทรรศการไทยเข็มแข็งในยุครัฐบาลประชาธิปัตย์และการกู้เงินของรัฐบาลว่า ในช่วงพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ได้ออก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านเพื่อช่วยกู้วิกฤติ และออกเป็น พ.ร.บ.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท แต่ในส่วน พ.ร.บ.ไม่ได้ใช้ ครั้งนั้น นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ได้อภิปรายในสภาว่า การกู้เงินจากต่างประเทศมักมีเงินปากถุงในการขอกู้เสมอ ในครั้งนี้เช่นกันที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยชงเรื่องกู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาท ขอถามว่ามีเงินปากถุงหรือไม่ 5 หรือ 10 เปอร์เซ็นต์ และเงินนี้จะต้องตกถึงมือใคร นายสุรพงษ์ได้ด้วยหรือไม่ ขอให้ตอบชี้แจงสังคม และเรื่องการกู้เงินนี้เพื่อหลบเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบในงบประมาณรายจ่ายประจำปี พรรคฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้น และอาจจำเป็นที่ต้องร้องศาลรัฐธรรมนูญว่ามีความจำเป็นหรือขัดแย้งต่อกฎหมายหรือไม่อย่างไร.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement