advertisement

"มือปืน" …

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 6 มี.ค. 2556 05:30

อย่างแรกเลยคือเรื่องความตื่นตัวในการออกมาใช้สิทธิ์ของประชาชน ที่ครั้งนี้แม้ฟ้าฝนจะไม่เป็นใจ ตกหนัก ตกแรงในหลายพื้นที่ แต่ก็ยังมียอดผู้ใช้สิทธิ์ทุบสถิติปาเข้าไป 63.98% จากในอดีตเมื่อครั้งเลือกตั้งปี พ.ศ.2547 มีผู้มาใช้สิทธิ์ 62.5% คน มาใช้สิทธิ์กันเยอะ คะแนนที่ผู้สมัครได้ก็ท่วมท้นตามไปด้วย 2 คู่ยักษ์ใหญ่ที่ลงชิงชัย ทั้งเพื่อไทย และประชาธิปัตย์ก็ฟาดไปฝ่ายละล้านขึ้นทั้งคู่ ทิ้งห่างกันไปแสนเจ็ดหมื่นเศษ

ตัวเลขต่างๆ เหล่านี้หลายคนทราบกันไปหมดแล้ว แต่ที่สงสัยคาใจกันคือการทำนายทายทักจากสำนักโพลต่างๆ ทำไมจึงผิดเพี้ยนไปได้เกือบทั้งหมด...


ตัดข้อกังขาเรื่องผลประโยชน์ออกไป แล้วมามองในมุมวิชาการมีปัจจัยหลายอย่างที่อาจส่งผลกระทบให้การทำนายทายทักเรื่องนี้ได้ข้อเท็จจริงที่ไม่ตรงกับผลที่ปรากฏออกมา อย่างแรกเป็นไปได้ว่าหลายสำนักอาจขาดขั้นตอนบางอย่างที่สำคัญในการทำสำรวจ เช่น อาจไม่มีการหาตัวแทนของกลุ่มตัวอย่างที่หลากหลาย  คำถามที่ตั้งไปอาจฟันธงเกินไป ไม่มีความหลากหลายที่จะเชื่อต่อให้เห็นได้ว่าการตอบแบบสำรวจตอบอย่างรู้จริง ตั้งใจ หรือเพียงแค่ให้มันผ่านๆ ไป องค์ประกอบเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์ที่ได้ออกมาด้วยเช่นกัน ก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่สำนักโพลต่างๆ อาจต้องนำไปปรับแก้เพื่อให้เกิดความผิดพลาดคลาดเคลื่อนน้อยลงกว่าที่เคย

อีกสิ่งหนึ่งที่ปรากฏในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คือเรื่องของการซื้อสิทธิ์ ขายเสียง ที่ให้หลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้นมา 2 วัน การร้องเรียนเรื่องพวกนี้ก็ยังไม่ปรากฏ นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งของการเลือกตังผู้ว่าฯ กทม.ที่ไม่มีเรื่องเช่นนี้ให้เห็นเลย

หรือว่าเป็นสัญญาณดีแห่งประชาธิปไตยในบ้านเรา!!!


สอบถามไปยังนายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้งด้านบริหารจัดการการเลือกตั้ง ได้ความว่าเหตุผลหนึ่งที่การซื้อสิทธิ์ขายเสียงไม่ปรากฏเป็นเรื่องร้องเรียนในการเลือกตั้งของกรุงเทพมหานครครั้งหลังๆ หากมองในมุมผู้จัดการการเลือกตั้งเชื่อว่า ขนาดของพื้นที่เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียงเป็นเรื่องที่ทำยาก เพราะต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล เมื่อต้องใช้เงินมหาศาลความเคลื่อนไหวก็ง่ายต่อการพบเห็นหรือตรวจจับ ยิ่งประกอบกับการคุมการเลือกตั้งที่ทำเป็นระบบมากขึ้น มีการส่งสายตรวจ กกต.ทำหน้าที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างถ้วนถี่ขึ้น ก็ยิ่งยากหากจะเคลื่อนไหวกัน โดยเฉพาะเรื่องเงินๆทองๆ ที่สำคัญ ประชาชนคน กทม.ให้ความสนใจและไม่เห็นด้วยกับเรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียงมากขึ้น กลยุทธ์การใช้เงินในแบบนี้จึงกลายเป็นเรื่องเก่าและโบราณ ที่ใช้ไม่ได้ผลกับคนกรุงเทพฯยุคปัจจุบัน …

แล้วอย่างนี้เรียกได้ไหมว่า ปลอดการโกง...


กกต.ประพันธ์ ขยายความเรื่องการโกงโดยย้ำว่า สำหรับพื้นที่ กทม.ที่กว้างใหญ่นั้นเชื่อว่าการโกงเลือกตั้งในวิธีเก่าๆ นั้นทำได้ยากขึ้น คนในพื้นที่สนใจเรื่องการเมืองมากขึ้น เป็นหูเป็นตา และช่วยกันดูแล จนถึงขั้นที่ว่าใครที่ถูกซื้อสิทธิ์ อาจเป็นคนมาแจ้งเบาะแสเองเลยด้วยซ้ำไป...

ทีนี้หันมามองอีกเวทีที่สำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้บ้าง ซึ่งหนีไม่พ้นโลกออนไลน์ สังคมคนกรุงที่กว้างใหญ่มหาศาล และเปิดกว้างจนแทบจะให้รุกเข้าถึงตัวโดยไม่ต้องเคาะประตูบ้าน หรือประตูห้องกันอีกต่อไปแล้ว

เวทีนี้กลับกลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพลิกสถานการณ์ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งไปในที่สุด อันเนื่องมาจากว่าคนเมืองนับล้านคนต่างก็ใช้การสื่อสารผ่านโลกออนไลน์ และปริมาณการใช้งาน ก็เหมือนจะมีเพิ่มมากขึ้นทุกวันเป็นทวีคูณ


เช่นนี้แล้วหากเกิดอะไรขึ้นแม้เพียงเรื่องเล็กเช่น "เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่..." หรือกรณีล่าสุด "ไปถอยรถ..." ที่ล้วนมาทั้งภาพและเสียง ทั้งหมดก็อาจสร้างกระแสจูงใจคนได้ในชั่วข้ามคืน คนที่ไม่มีใครรู้จักอาจโด่งดังขึ้นข่าวหน้า 1 ได้ในพริบตา

ซึ่งพิสูจน์แล้ว ว่ามันได้ผล!!!

ถึงวันนี้เชื่อว่าไม่เพียงแต่ผู้กุมยุทธศาสตร์การเมือง การเลือกตั้งผ่านโลกออนไลน์ทั้งหลาย ที่ต่างรู้ในกลยุทธ์นี้ กลุ่มก้อนทางการเมืองที่สนับสนุนใครต่อใครอยู่ ต่างก็รู้เช่นเดียวกัน วันนี้จึงอยู่ที่ว่า เขาเหล่านี้จะหยิบเอาโลกออนไลน์มาใช้กันอย่างไร วิธีไหนมากกว่า จะใช้ประชาสัมพันธ์ตัวเอง หรือจะใช้ทำลายความน่าเชื่อถือฝ่ายตรงข้าม

ในทางการตรวจสอบความผิดก็ไม่ถือว่ายากนักในการตามหาต้นตอ แม้ว่ากระแสจะถูกจุดติดได้ในการโพสต์ข้อความเพียงครั้งเดียวก็ตาม แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า.....


จะพิสูจน์อย่างไรในความเชื่อมโยงของคนทำว่าเกี่ยวข้องโยงใยกับ "พรรคการเมือง" !!!

วันนี้อาจได้เวลาที่ฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบ ต้องคิดหาวิธีตรวจสอบให้มากไปกว่าการหาที่มาของข้อความบนโลกออนไลน์แล้ว ไม่เช่นนั้นอนาคต อาจมี "มือปืน" เกิดขึ้นตามมาอีกมากมาย

ไม่ต้องไล่ยิงหัวคะแนน แต่แทงไปตรงๆ ที่เป้าหมาย ที่ถึงแม้ถูกตามจับจนได้ ก็อาจไม่พบตัวผู้จ้างวาน เรื่องยุบพรรคก็ไม่ต้องพูดถึง เพราะสารภาพไปสิ้นแล้วว่า...


ก็แค่ไม่ชอบเป็นการส่วนตัว...!!!

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement