advertisement

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติเพิ่ม500คู่สายรับปีใหม่

โดย ทีมข่าวการเมือง 25 ธ.ค. 2555 04:00

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ พร้อมรับมือปีใหม่ ชี้ปม “หลับใน-เมา-ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย” ทำตายเยอะ แนะหากง่วงให้นอนไม่ต่ำกว่า 15 นาที ขณะที่หากพบเหตุให้แจ้ง 1669 เพิ่ม 500 คู่สายรองรับ...

ที่ห้องประชุมชั้น 3 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยวันนี้ (24 ธ.ค. 55) สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)จัดงานเสวนาเรื่องเรื่อง “เรียนรู้เทคนิคช่วยชีวิตฉุกเฉิน เพื่อการขับขี่ปีใหม่ ปลอดภัยทั้งไปและกลับ” โดย นพ.ประจักษวิช เล็บนาค รักษาการเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.) กล่าวว่า จากบทเรียนช่วงปีใหม่ 2555 ที่มีตัวเลขผู้เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เป็นจำนวนมาก จึงนำบทเรียนมาปรับใช้กับการเดินทางกลับบ้านและการเดินทางท่องเที่ยวของ ประชาชนในเทศกาลปีใหม่ เพื่อให้ประชาชนขับขี่อย่างปลอดภัยและให้เตรียมตัวรับมือได้หากเกิดเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินขึ้นในการเดินทาง ทั้งนี้จากสถิติของการเกิดอุบัติเหตุในการเดินทางกลับบ้านเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ปีพ.ศ. 2554 - วันที่ 4 มกราคม 2555 พบว่ามีผู้บาดเจ็บจำนวน 3,375 คน เสียชีวิตจำนวน 335 คน สาเหตุหลักมาจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ มอเตอร์ไซด์ โดยสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุมีทั้งเมาสุรา ขับรถเร็วเกินที่อัตรากฎหมายกำหนด ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย นั่งท้ายรถกระบะที่ไม่มีหลังคา และคนขับหลับใน

รก.เลขาธิการ สพฉ.กล่าวต่อว่า สพฉ.มีความเป็นห่วงประเด็นดังกล่าวและได้จัดเตรียมความพร้อมในการทำงานโดย การเตรียมระบบในการรองรับการเจ็บป่วยฉุกเฉินที่จะเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลปี ใหม่ โดยการเตรียมการทำงาน 3 ส่วนคือ แจ้งเหตุเร็ว ซึ่งได้เพิ่มการขยายคู่สายการรับแจ้งเหตุจาก 300 คู่สายเป็น 500 คู่สาย เพิ่มการทำงานรับส่งผู้ป่วยให้รวดเร็ว โดยการประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มูลนิธิ และโรงพยาบาล ให้มีความพร้อมในการออกให้บริการประชาชนในจุดเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทาง ถนนและให้ถึงที่เกิดเหตุไม่เกิน 10 นาที นอกจากนี้ ยังเพิ่มเรื่องการส่งผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วยไปรักษาอย่างรวดเร็ว โดยได้ประสานกับกระทรวงสาธารณสุขในการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินให้มีเวรประจำวัน ที่มีทีมแพทย์พยาบาลที่เชี่ยวชาญพร้อมให้การรักษาฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงด้วย

“อาการหลับในเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุและส่งผลให้มีผู้เสีย ชีวิตและเจ็บป่วยฉุกเฉินจากการเดินทางกลับบ้านในเทศกาลปีใหม่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นผู้ที่จะเดินทางไกลต้องสังเกตอาการของตนเองอยู่ตลอดเวลาว่าเสี่ยงต่อ ภาวะหลับในหรือไม่ โดยอาหารของคนที่ประสบภาวะหลับในคือจะหาวบ่อย หาวต่อเนื่อง เหนื่อยล้า รู้สึกหงุดหงิดง่าย ไม่มีสมาธิใจลอยในการขับรถ มองเห็นภาพไม่ชัด หนักศรีษะ และลืมตาไม่ขึ้น และหากผู้ขับขี่รถยนต์คนไหนกำลังประสบกับภาวะอาการเช่นนี้จะต้องจอดพักทันที และนอนหลับให้หายเหนื่อยอย่างน้อย 15 นาที แล้วค่อยเดินทางต่อ ซึ่งผู้ขับขี่รถยนต์จะต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 8 ชั่วโมง ก่อนการเดินทางอย่างน้อย 2 วัน และหลีกเลี่ยงการทานยานอนหลับ ยาแก้หวัด ยาแก้ไอ ยาแก้ภูมิแพ้ ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดหากต้องขับรถ” นพ.ประจักษวิช กล่าว

นอกจากนี้ หากเป็นผู้ประสบเหตุ ยังช่วยเหลือตนเองได้ควรตั้งสติ สงบสติอารมณ์และประเมินสถานการณ์ความรุนแรงของอุบัติเหตุและพิจารณาว่ามีผู้ ได้รับบาดเจ็บกี่คน มีรถยนต์ที่ประสบเหตุกี่คัน รวมถึงระบุสถานที่เกิดเหตุให้ชัดเจน และควรรีบโทรแจ้งสายด่วน 1669 อย่าพยายามเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่บาดเจ็บด้วยตนเอง เพราะอาจจะทำให้ผู้ป่วยฉุกเฉินบาดเจ็บมากยิ่งขึ้น

ด้าน นายบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ ตัวแทนจากมูลนิธิกู้ชีพ กล่าวว่า การลดอุบัติเหตุนั้นอยู่ที่ตัวเราทุกคน ที่ต้องมีความรับผิดชอบ และมีจิตสำนึก อาทิ เมาไม่ขับ ง่วงไม่ขับ และที่สำคัญบริษัทรถทัวร์รวมถึงผู้ขับรถทัวร์ต้องไม่โลภเห็นแก่เงินจนรับขับ รถหลายรอบจนเกินความสามารถของร่างกาย นอกจากนี้ควรจัดให้มีการตรวจสภาพร่างกายของพนักงานบริษัททัวร์ นอกจากนี้การรณรงค์ควรเน้นเจาะพื้นที่มากยิ่งขึ้น เช่น จ.นครราชสีมา จ.เชียงใหม่ เพื่อการป้องกันที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะช่วงเทศกาลหรือเหตุการณ์ฉุกเฉิน ทุกหน่วยงานด้านการแพทย์ฉุกเฉิน พร้อมรับใช้ประชาชนหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน แต่ที่สำคัญส่วนตัวไม่อยากให้เกิดเหตุใดๆเลยดีกว่าในช่วงปีใหม่ เพราะเป็นช่วงเทศกาลแห่งความสุข.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement