advertisement

เข้าตำรา'ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก'

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ก.ย. 2555 05:30

แล้วก็กลายมาเป็น ประเด็นร้อนทางการเมืองขึ้นมาอีกจนได้ เมื่อ  นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร พาคนใกล้ชิดและคณะสื่อมวลชน รวม 39 คน ไปดูงานที่ อังกฤษ ฝรั่งเศส และเบลเยียม ระหว่างวันที่ 21-26 ก.ย. ตามโครงการดูงานรัฐสภา สื่อ และวิชาการ

โดยใช้งบประมาณปี 2555 ซึ่งจะสิ้นปีงบประมาณในวันที่ 30 ก.ย.นี้ จำนวนเงิน ประมาณ 7 ล้านบาท หรือเฉลี่ยถึงคนละ 1.8 แสนบาท จนตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ของบรรดาข้าราชการและสื่อมวลชนประจำรัฐสภาและประชาชนไปทั่วว่า เป็นการพาคณะดูงานทิ้งทวน ก่อนปิดหีบงบประมาณ ทั้งที่ยังอยู่ระหว่างสมัยประชุมสามัญทั่วไป

 

ที่หนักไปกว่านั้น มีการกล่าวหาว่า นายสมศักดิ์ อาจใช้โอกาสนี้ ล็อบบี้ สื่อมวลชน เพื่อสนับสนุนการออก พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ผ่านมาถือเป็นเรื่องสำคัญของรัฐบาล"ยิ่งลักษณ์" มาโดยตลอด ตั้งแต่ได้เข้ามาเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ 

ประเด็นดังกล่าว ร้อนไปถึง รักษาการประธานสภาผู้แทนราษฎร อย่าง นายเจริญ จรรย์โกมล  ต้องรีบชิงออกมา ปัด"เผือกร้อน"

 

"ถือเป็นเรื่องปกติ ที่มีกำหนดการล่วงหน้าอยู่แล้ว  ตนไม่ทราบรายละเอียด ส่วนเรื่องความเหมาะสมเป็นเรื่องของแต่ละบุคคลที่จะมอง แต่ไม่อยากให้มองว่า เป็นการเชิญสื่อมวลชน เฉพาะที่มีความใกล้ชิด หรือเข้าข้างรัฐบาล ซึ่งหาก นายสมศักดิ์ ถูกยื่นตรวจสอบเรื่องจริยธรรม ก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการที่จะไปพิจารณา อย่างไรก็ดี ยืนยันว่า การเดินทางดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการล็อบบี้ให้ผ่านร่าง พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด"

ทั้งนี้ หากยังจำกันได้ ต้องไม่ลืมว่า นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ คนเดียวกันนี้ ก็เคยมีประเด็นการเมือง ที่ส่งผลสะเทือนต่อรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ มาแล้ว ในกรณีคลิปเสียง "เก็บขุนเอาไว้ ไม่ให้เอามาเล่นโดยไม่จำเป็น" ที่ตัว นายสมศักดิ์เอง ก็ยอมรับ ด้วยความภาคภูมิใจว่า"ปลายสายถึงกับเงียบกริบ ไปเลยทีเดียว เมื่อตนพูดว่า แน่ใจหรือว่า จะเอาเผือกร้อนเรื่องการแก้ รธน.นิรโทษกรรม ไปจากมือผม"

ก็ไม่รู้ว่า ประธานสภาฯท่านนี้ ไม่เข็ดขยาดหรืออย่างไร ? จึงชอบทำตัวให้กลายมาเป็นทั้งจุดเด่นและจุดอ่อนของรัฐบาลในเวลาเดียวกัน ให้ฝ่ายตรงข้ามอย่าง พรรคปชป.ได้ใช้เป็นเป้าหมาย โจมตีทางการเมือง เข้าสำนวนไทยโบราณ ทำนอง "ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก" ซะอย่างนั้น

แล้วที่เป็นไปตามฟอร์ม"โดดรับลูก"แทบจะทันที เมื่อ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชป. ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการสภาฯ แถลงข่าว เตรียมตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียด "การดูงานครั้งนี้เป็น กมธ.ชุดไหน หรือไปในนามของ คณะทำงานอะไร ที่อยู่ในสังกัดของประธานสภาฯ หรือไม่ ไม่มีใครรู้ มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร โดยเฉพาะการจ่ายค่าตั๋วดูฟุตบอล คู่แดงเดือด "ลิเวอร์พูล-แมนยู" ใครจะเป็นคนจ่าย หรือ การล่องเรือหรูในแม่น้ำเซนน์ นอนโรงแรมหรูห้าดาว"

 

นอกจากนี้ นายจักรพันธุ์ ยมจินดา ตัวแทน อสมท ยังพาครอบครัวร่วมทัวร์ไปด้วย โดยตนจะเชิญ นายสมศักดิ์ และผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงต่อ กมธ.ฯ กิจการสภาฯ ภายใน 2 สัปดาห์นี้ หลังกลับจากทริปดังกล่าว และตนจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องจริยธรรมของประธานสภาฯ ที่จะกระทบต่อความเป็นกลางหรือไม่

ทั้งนี้นายบุญยอด ยังเรียกร้องให้สมาคมนักข่าว ทั้งหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ และวิทยุ ได้โปรดลงมาตรวจสอบถึงจริยธรรมของสื่อมวลชน คอลัมนิสต์ที่ร่วมไปในลักษณะเช่นนี้ เพราะการเดินทางที่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยให้เกือบ 2 แสนบาท ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่

ก็เข้าทำนอง "เมื่อลูกเข้าเท้า ก็ไม่พลาดโอกาสทอง ขอเตะสุดแรงเกิด" ก็แล้วกัน

ขณะที่ นายสมศักดิ์เอง ก็ได้ให้สัมภาษณ์ ยืนยันกับ ทีมข่าว"ไทยรัฐออนไลน์" ว่า  ทั้งหมดยังเป็นไปตามกำหนดการเดิม โดย จะเดินทางไปอังกฤษ ในวันที่ 21 ก.ย.นี้ และจะเดินทางกลับ ในวันที่ 26 ก.ย. แล้วจึงจะต่อเครื่อง เดินทางไป ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ทันที ยืนยันว่า การใช้งบประมาณของสภาไปดูงานนั้น มีความเป็นปกติ ชัดเจน และเหมาะสม ไม่ได้ถือเป็นการทุจริต มั่นใจว่า สามารถชี้แจงได้ ไม่มีปัญหา เพียงแต่ยอมรับว่า ครั้งนี้สื่อมวลชนไปได้ไม่ทั่วถึงเท่านั้นเอง

ส่วนประเด็นที่ระบุว่า มีการใช้งบประมาณไปดูงานของสภาฯในทางที่ผิดมีการขนคนใกล้ชิด ไปด้วยนั้น นายสมศักดิ์ ระบุว่า ไม่เป็นความจริงในส่วนของลูกสาวตนที่เดินทางไปด้วย ใช้งบฯส่วนตัว และคงไม่ใช้งบประมาณของสภา ซื้อตั๋วชมฟุตบอลคู่แดงเดือด แมนฯยู-ลิเวอร์พูล อย่างแน่นอน ไม่ต้องเป็นห่วง   

ขณะที่กรณี ลูกชายรวมไปถึงคนติดตามของ"นายจักรพันธุ์ ยมจินดา" ก็ไม่ได้ใช้งบประมาณของสภา ใช้งบประมาณของ อสมท และก็ไปกันคนละงาน ไม่ได้ไปด้วยกัน ตอนแรกผมเองยังไม่ได้ตรวจสอบ จึงยังไม่ทราบรายละเอียด แต่เมื่อตรวจสอบแล้วจึงทราบว่า ไม่ได้ไปในทริปฯเดียวกัน และลูกชายของ นายจักรพันธุ์และคนติดตาม ก็ใช้งบประมาณส่วนตัวด้วย

"นอกจากนี้ กรณีที่นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชป. ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการสภาฯ จะเชิญตน และผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจง ต่อ กมธ.ฯ กิจการสภาฯ ภายใน 2 สัปดาห์นี้ หลังกลับจากทริปดังกล่าว โดยจะขอสอบ เฉพาะเรื่องจริยธรรมของประธานสภาฯนั้น  ก็ยืนยันว่า ไม่มีความหนักใจ และมั่นใจว่าสามารถชี้แจงได้ ไม่เป็นปัญหา" นายสมศักดิ์ กล่าว ...

สำหรับ นายสมศักดิ์ ก็อย่างที่หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัย การเดินทางไปดูงานที่ ประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส และเบลเยียม ระหว่างวันที่ 21-26 ก.ย. พร้อมพาคนใกล้ชิด และคณะสื่อมวลชนไปด้วยในครั้งนี้นั้น  แท้จริงมีความจำเป็น เหมาะสม มาก หรือ น้อยเพียงใด  การกระทำดังกล่าว เป็นการกระทำผิดกฎหมาย ผิดจริยธรรมอันดี  ของคนที่มีหน้าที่เป็นถึง ประมุขสูงสุดของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งทางการเมือง ที่ต้องมีความรับผิดชอบต่อประชาชนทั้งประเทศสูงหรือไม่?

นอกจากเจ้าตัวจะต้องมีหน้าที่เป็นผู้ตอบคำถาม และชี้แจง ว่า งบประมาณ ทุกบาททุกสตางค์ ซึ่งถือว่าเป็นภาษีอากรของทุกคนในประเทศ ที่ถูกใช้ไปในการดูงานต่างประเทศในครั้งนี้ ประเทศชาติจะได้ประโยชน์ คุ้มค่า รวมไปถึงมีการคำนึงถึง ความประหยัดอย่างไรแล้ว

จากนี้ไป ประชาชนทั้งประเทศก็จะเป็นผู้ตัดสินการกระทำของคนๆ นี้เช่นกัน ว่าประพฤติตัวได้เหมาะสม กับที่มีตำแหน่งเป็นถึงประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งถือเป็น 1 ใน 3เสาหลัก อำนาจสูงสุดในการบริหารประเทศหรือไม่?อีกด้วย...

โหวตข่าวนี้