advertisement

'โกร่ง'ฟุ้ง แผนจัดการน้ำทั่วประเทศ หนุนสร้างเขื่อน'แก่งเสือเต้น'

โดย ทีมข่าวการเมือง 19 ก.ย. 2555 22:22

"วีรพงษ์ รามางกูร" ประธานกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ร่ายยาว แผนบริหารจัดการน้ำทั่วประเทศ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ลั่น ต้องสร้างเขื่อน "แก่งเสือเต้น"

วันที่ 19 ก.ย. ที่ รัฐสภามีการประชุมคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร มีนายฉลาด ขามช่วง ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน โดยเชิญ นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ  (กยอ.) ชี้แจงถึง การใช้งบประมาณ 3.5 แสนล้านบาท ตาม พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ

โดยนายวีรพงษ์ ชี้แจงว่า การสร้างอนาคตประเทศเป็นเรื่องระยะยาวตามแผนที่คิด ไว้จะใช้เงินถึง 2.27 ล้านล้านบาท ภายใน 6-7 ปี ส่วนพ.ร.ก.เงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท เป็นอำนาจความรับผิดชอบของ กยน.จำนวน 3.4 แสนล้านบาท ซึ่งมีนายกฯเป็นประธาน โดย กยน.จัดทำแผนแม่บทเสร็จ และร่างแผนทีโออาร์แล้ว รอประเทศที่สนใจเสนอเข้ามา

ส่วนที่ กยอ.กันไว้ราว 1 หมื่นล้านบาทดูแลเรื่องอื่น ที่เกี่ยวข้อง เผื่อมีอะไรตกหล่น ขณะนี้พิจารณาอยู่ 3 โครงการ ผ่านความเห็นชอบ กยอ.แล้ว กำลังเสนอข้อมูลใช้ประกอบการพิจารณาของ ครม.นายวีรพงษ์ กล่าวต่อว่า ใน 3.4 แสนล้านบาท มี 2.7 หมื่นล้านบาท ที่ต้องทำให้เสร็จภายใน เดือนก.ย.นี้ เพื่อป้องกันชั่วคราว เช่น การขุดลอกคูคลอง เสริมคัน ซ่อมประตูน้ำเก่า ที่เหลือเป็นโครงการระยะยาว

ปกติประเทศไทยไม่ใช่ประเทศน้ำมากแต่เป็นประเทศขาดน้ำ เราจะพบปัญหาฝนแล้งทุกปี 10 ปีน้ำท่วมใหญ่ซักครั้ง แนวคิดการใช้เงิน 3 กว่าแสนล้านบาท จะไม่ใช่ป้องกันน้ำท่วมเท่านั้น แต่เป็นแผนจัดการน้ำ ให้ได้ประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

ทั้งนี้โครงการแรกคือ การจัดการบริหารน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีเนื้อที่ 1 ใน 3 ของประเทศ ครอบคลุมลำน้ำใหญ่ปิง วัง ยม น่าน ครอบคลุมภาคเหนือ เกือบทั้งหมด แบ่งพื้นที่ 3 ตอน ตอนบน เหนือปากน้ำโพ เป็นพื้นที่ต้นน้ำ ไล่ลงมาจนถึงเขื่อนเจ้าพระยา เป็นพื้นที่กลางน้ำ ไล่ลงมาจนออกทะเลเป็นพื้นที่ปลายน้ำ

ยุทธศาสตร์การลงทุนจะยึดแนวพระราชดำริเป็นสำคัญ ชะลอต้นน้ำ ปิง วัง ยม น่าน ให้น้ำลงมาช้าที่สุด ขณะนี้ปิง-วัง-น่าน มีเขื่อนหมด เหลือฟันหลอคือ แม่น้ำยม หากสุโขทัยที่ท่วมอยู่ มีแก่งเสือเต้น จะบรรเทาเบาบางลงไป ตนในฐานะประธาน กยอ.จะพยายามผลักดันให้มีการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นให้ได้

นายวีรพงษ์ กล่าวต่อว่า โครงการสอง การชะลอน้ำคือ โครงการปลูกป่าซึ่งจะชะลอได้มากมีงบจัดสรรเพื่อการนี้ การทำแก้มลิงตั้งแต่เหนือปากน้ำโพขึ้นไป ซึ่งยังได้ใช้ตอนหน้าแล้งด้วย ขณะนี้ได้สำรวจ มีถึง 2-3 พันแห่ง ที่จะทำแก้มลิงได้ ห้วยหนองต่างๆ ที่เราปล่อยให้ตื้นเขิน ถ้ามีงบไปขุดลอกให้ลึกก็จะใช้ได้ทั้ง 2 ทาง ทั้งชะลอและเก็บน้ำ ส่วนพื้นที่กลางน้ำ ต้องให้น้ำเดินอย่างเป็นระเบียบ แห้งเลยก็ไม่ได้เพราะราษฎร 2 ฝั่งปลูกข้าว จะทำอย่างไร ให้น้ำเดินได้เป็นระเบียบมาแล้วไม่ค้าง ส่วนพื้นที่ปลายน้ำจะจ่ายน้ำไปตามคลองไส้ไก่ จ.อ่างทอง สิงห์บุรี สุพรรณบุรี นนทบุรี ปทุมธานี มีโครงสร้างเก่าอยู่แล้ว แต่ประตูน้ำเหล่านี้สร้างมาตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ 5 ใช้คนเฝ้าแต่ทั่วโลกใช้คอมพิวเตอร์หมดแล้ว อันนี้ต้องทำใหม่ให้ทันสมัย มีหอบังคับการหอเดียวติดกล้องมอนิเตอร์ดูต้องมีข้อมูลข่าวสารที่สมบูรณ์ครบถ้วน แต่ต้องใช้งบค่อนข้างมาก

นายวีรพงษ์ กล่าวอีกว่า แนวคิดแบ่งน้ำออกเป็น 3 ส่วน ถ้าเป็นไปได้ก็เบาลงไป 3 เท่า คือ 1.ไปทางตะวันตก ผ่านสุพรรณบุรี นครปฐม ลงแม่น้ำท่าจีน เราปล่อยมานานไม่ได้ขุดลอกคูคลองไม่เป็นระเบียบ 2. ขอผ่านกรุงเทพฯอย่างมีระเบียบ ต้องขอความกรุณา ผู้ว่าฯกทม. ผ่านคลองรังสิต คลองบางซื่อ คลองลาดพร้าว และปรับปรุงประตูน้ำ ซึ่งประตูน้ำแต่ละแห่งใช้งบประมาณ 500 ล้านบาท

และ 3.ไปทางตะวันออก ภูมิประเทศสูงกว่าต้องออกทางคลองหกวา คลองสามวา ออกคลองประเวศ คลองพระโขนง ไปออกคลองด่านต้องใช้เครื่องสูบน้ำขนาดยักษ์ ทางกทม.สูบแล้วผ่านอุโมงค์ยักษ์ที่ลงทุน และไม่มีน้ำผ่านและสูบไปลงทะเล ทั้งหมดจะใช้เงินงบประมาณ แต่ตัวเลขยังไม่รู้ชัด จึงกันไว้ 3.4 แสนล้านบาท ลบด้วย 2.7 หมื่นล้านจะใช้เวลา 6 ปี จัดการ แต่สิ่งสำคัญจะไม่ใช้วิธีเก่าในการจัดซื้อจัดจ้างจะใช้วิธีการให้ต่างชาติมาเสนอ ตั้งแต่แนวความคิด เทคโนโลยี จะอยู่วงเงินเท่าไหร่

จากนั้นตั้งคณะกรรมการพิจารณาต้องแข่งกันมาก เพราะใครได้ก็ได้ทั้งโครงการที่สำคัญจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เนเธอร์แลนด์ อิตาลี 5 ประเทศ กำลังเข้ามาแข่งขัน น่าจะรู้ประมาณไตรมาสแรกของปี 2556 เมื่อได้รับคัดเลือกจะลงรายละเอียดในอีก 6 เดือนข้างหน้า สามารถเรียกตนมาชี้แจงใหม่ได้

โหวตข่าวนี้