advertisement

ศาลปกครองสั่งกห. คืนตำแหน่งรองปลัดฯให้ 'พล.อ.ชาตรี'

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.ย. 2555 20:00

ศาลปกครอง สั่ง กห.คืนตำแหน่งรองปลัด กห.ให้ “พล.อ.ชาตรี” ขณะที่ “เสถียร” ศาลชี้หลักฐานชัด เอาความลับราชการเปิดเผยบุคคลภายนอก คำสั่งให้ไปปฏิบัติราชการ จึงยังฟังไม่ได้ว่าไม่ชอบด้วย ก.ม.

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 12 ก.ย. สำนักงานศาลปกครอง ได้เผยแพร่คำสั่งศาลปกครองกลาง โดยนายอภิรัฐ ปานเทพอินทร์ ตุลาการศาลปกครองกลาง ในฐานะตุลาการเจ้าของสำนวนและองค์คณะ ในคดีหมายเลขดำที่ 1746/2555 และคดีหมายเลขดำที่ 1747/2555 ที่ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ชาตรี ทัตติ รองปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ยื่นฟ้อง รมว.กลาโหมต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ 383/55 ลงวันที่ 27 ส.ค.2555 ที่ให้ พล.อ.เสถียร และพล.อ.ชาตรี ไปช่วยปฏิบัติราชการที่สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม และขอต่อศาลว่าระหว่างที่ยังไม่มีคำพิพากษา ขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้คำสั่งทางปกครอง คือให้ระงับคำสั่งที่ให้พล.อ.เสถียร และ พล.อ.ชาตรีไปช่วยปฏิบัติราชการที่สำนักรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษานั้น ศาลปกครองได้แจ้งผลการพิจารณาคำขอทุเลาการบังคับใช้คำสั่งไปยังคู่กรณีเรียบร้อยแล้วว่า 

ในคดีหมายเลขดำที่ 1747/2555 ที่ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัด กห.ฟ้อง รมว.กห.นั้น ศาลไม่มีคำสั่งระงับคำสั่งของรมว.กห.ที่ให้ พล.อ.เสถียรไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานรัฐมนตรีกลาโหม โดยให้เหตุผลว่าเนื่องจาก พล.อ.เสถียร เป็นประธานคณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และเป็นกรรมการและเลขานุการในคณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลของกระทรวงกลาโหม จึงมีหน้าที่จัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และส่วนราชการของกระทรวงกลาโหม แต่ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า การพิจารณาแต่งตั้งดังกล่าวยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ จึงถือว่าเป็นความลับของราชการ ไม่สามารถนำไปเปิดเผยแก่บุคคลภายนอกได้ 

การที่หนังสือพิมพ์บ้านเมืองฉบับวันที่ 26 ส.ค.2555 ได้ลงบทสัมภาษณ์ ของพล.อ.เสถียร ว่า “ได้เดินทางไปพบ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีและนำสำเนาบัญชีรายชื่อ การแต่งตั้งทหารชั้นนายพลไปมอบให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ซึ่งหากต่อมามีการเปลี่ยนแปลงไปจากที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมเสนอไปแสดงว่า มีการเปลี่ยนแปลงบัญชีรายชื่อการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

''ถ้าข่าวดังกล่าวไม่จริง พล.อ.เสถียร ต้องรีบดำเนินการแก้ข่าว แต่กลับไม่มีการดำเนินการใดๆ ประกอบกับ พล.อ.เสถียร ได้ยอมรับว่าได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอเข้าพบและชี้แจงข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย เกี่ยวกับการแต่งตั้งปลัดกระทรวงกลาโหม ที่ พล.อ.เสถียรเห็นว่า ไม่ถูกต้องตามพ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม 2551 และข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล 2551 พล.อ.เสถียร จึงทราบดีว่า การพิจารณาแต่งตั้งดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จ  การได้ไปพบ พล.อ.สุรยุทธ์ ทั้งที่ไม่ใช่ขั้นตอนการปฏิบัติตามปกติของราชการ ข้ออ้างของ รมว.กห.ที่เห็นว่า พล.อ.เสถียร นำความลับของทางราชการไปเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกจึงน่าเชื่อถือ ดังนั้นเพื่อยับยั้งไม่ให้ พล.อ.เสถียร เผยแพร่ความลับของราชการต่อไป และป้องกันไม่ให้เกิดการแตกความสามัคคีในทหาร การที่ รมว.กห.ได้ออกคำสั่งให้ พล.อ.เสถียรไปช่วยปฏิบัติราชการที่สำนักงานรัฐมนตรีกลาโหม จึงยังฟังไม่ได้ว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงมีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับใช้คำสั่งทางปกครองตามที่ พล.อ.เสถียรร้องขอ

แต่ในส่วนคดีหมายเลขดำที่ 1746/2555 ของ พล.อ.ชาตรี ศาลมีคำสั่งระงับคำสั่งของรมว.กห.ที่ให้ พล.อ.ชาตรีไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานรัฐมนตรีกลาโหม และสั่งให้ พล.อ.ชาตรี กลับไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงกลาโหมเหมือนเดิมจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา ศาลระบุว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นไม่ปรากฏพยานหลักฐานใดๆ ที่ฟังได้ว่า พล.อ.ชาตรี มีส่วนรู้เห็นในการนำความลับของราชการในการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลของกระทรวงกลาโหมไปเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก มีเพียงคำกล่าวอ้างของ รมว.กห.ที่อ้างว่า พล.อ.ชาตรี ไม่ได้ยับยั้ง กรณีที่ พล.อ.เสถียร และพล.อ.พิณภาษณ์ สริวัฒน์ เจ้ากรมเสมียนตรา ได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และเข้าพบองคมนตรี เกี่ยวกับการแต่งตั้งทหารชั้นนายพล ซึ่ง พล.อ.ชาตรีที่ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงกลาโหม มีหน้าที่ตามที่ปลัดกระทรวงกลาโหมกำหนดหรือมอบหมายเท่านั้น ประกอบกับการสั่งให้ข้าราชการไปช่วยปฏิบัติราชการในตำแหน่งอื่นซึ่งมิใช่หน้าที่ตามปกติ และให้พ้นจากตำแหน่งเดิมจะต้องมีเหตุผลเป็นพิเศษเพื่อประโยชน์ของทางราชการ หรือหากให้ข้าราชการผู้นั้นอยู่ในตำแหน่งเดิมต่อไปอาจเกิดความเสียหายกับทางราชการได้

ซึ่งในกรณีนี้ยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าว อีกทั้งคำสั่งที่ให้ พล.อ.ชาตรีไปช่วยปฏิบัติราชการที่สำนักงานรัฐมนตรีกลาโหมไม่ได้ระบุเวลาสิ้นสุดการไปช่วยปฏิบัติราชการว่าจะให้กลับมาดำรงตำแหน่งเดิมเมื่อใด จึงกระทบต่อความมั่นคงในการปฏิบัติราชการของ พล.อ.ชาตรีเป็นอย่างยิ่ง ขัดต่อความมั่นคงในอาชีพตามระบบคุณธรรมที่ทางราชการยึดเป็นหลักในการบริหารงานบุคคลภาครัฐมาตลอด คำสั่งดังกล่าวจึงน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย 

“การให้คำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ต่อไป ย่อมจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการและมีผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลัง การให้ พล.อ.ชาตรี กลับไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรองปลัดกระทรวงกลาโหมก็ไม่ทำให้เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม หรือสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมแต่อย่างใด”

ส่วนคำขอที่ พล.อ.ชาตรี ขอให้ศาลมีคำสั่งไม่ให้ รมว.กห.กระทำการใดๆ เกี่ยวกับการประชุมคณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลนั้น ศาลเห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นหน้าที่ของรมว.กห. ศาลไม่มีอำนาจที่จะสั่งห้ามไม่ให้ รมว.กห.กระทำการดังกล่าว ศาลจึงมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้คำสั่งทางปกครอง โดยสั่งระงับคำสั่งกระทรวงกลาโหมที่ให้ พล.อ.ชาตรี ไปช่วยราชการที่สำนักงานรัฐมนตรีกลาโหมไว้จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

นายธนพนธ์ ชูชยานนท์ ผู้รับมอบอำนาจจาก พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม และพล.อ.ชาตรี ทัตติ รองปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังศาลปกครองไม่มีคำสั่งระงับคำสั่งของรมว.กห.ที่ให้ พล.อ.เสถียรไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานรัฐมนตรีกลาโหม แต่มีคำสั่งระงับคำสั่งของรมว.กห.ที่ให้ พล.อ.ชาตรีไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานรัฐมนตรีกลาโหม และสั่งให้ พล.อ.ชาตรี กลับไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงกลาโหมเหมือนเดิมว่า ได้รายงานคำสั่งของศาลปกครองให้กับพล.อ.เสถียร และพล.อ.ชาตรีทราบแล้ว ซึ่งในส่วนของ พล.อ.เสถียร ท่านก็จะสู้คดีในกระบวนการพิจารณาคดีต่อไป และทางทีมทนายซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจก็จะปรึกษาหารือกันว่าจะมีการยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลปกครองกลาง ที่ไม่สั่งระงับคำสั่งของ รมว.กห.ที่ให้พล.อ.เสถียรไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานรัฐมนตรีกลาโหมต่อศาลปกครองสูงสุดหรือไม่ต่อไป

โหวตข่าวนี้