วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศาลปกครองสั่งกห. คืนตำแหน่งรองปลัดฯให้ 'พล.อ.ชาตรี'

ศาลปกครอง สั่ง กห.คืนตำแหน่งรองปลัด กห.ให้ “พล.อ.ชาตรี” ขณะที่ “เสถียร” ศาลชี้หลักฐานชัด เอาความลับราชการเปิดเผยบุคคลภายนอก คำสั่งให้ไปปฏิบัติราชการ จึงยังฟังไม่ได้ว่าไม่ชอบด้วย ก.ม.

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 12 ก.ย. สำนักงานศาลปกครอง ได้เผยแพร่คำสั่งศาลปกครองกลาง โดยนายอภิรัฐ ปานเทพอินทร์ ตุลาการศาลปกครองกลาง ในฐานะตุลาการเจ้าของสำนวนและองค์คณะ ในคดีหมายเลขดำที่ 1746/2555 และคดีหมายเลขดำที่ 1747/2555 ที่ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ชาตรี ทัตติ รองปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ยื่นฟ้อง รมว.กลาโหมต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ 383/55 ลงวันที่ 27 ส.ค.2555 ที่ให้ พล.อ.เสถียร และพล.อ.ชาตรี ไปช่วยปฏิบัติราชการที่สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม และขอต่อศาลว่าระหว่างที่ยังไม่มีคำพิพากษา ขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้คำสั่งทางปกครอง คือให้ระงับคำสั่งที่ให้พล.อ.เสถียร และ พล.อ.ชาตรีไปช่วยปฏิบัติราชการที่สำนักรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษานั้น ศาลปกครองได้แจ้งผลการพิจารณาคำขอทุเลาการบังคับใช้คำสั่งไปยังคู่กรณีเรียบร้อยแล้วว่า 

ในคดีหมายเลขดำที่ 1747/2555 ที่ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัด กห.ฟ้อง รมว.กห.นั้น ศาลไม่มีคำสั่งระงับคำสั่งของรมว.กห.ที่ให้ พล.อ.เสถียรไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานรัฐมนตรีกลาโหม โดยให้เหตุผลว่าเนื่องจาก พล.อ.เสถียร เป็นประธานคณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และเป็นกรรมการและเลขานุการในคณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลของกระทรวงกลาโหม จึงมีหน้าที่จัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และส่วนราชการของกระทรวงกลาโหม แต่ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า การพิจารณาแต่งตั้งดังกล่าวยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ จึงถือว่าเป็นความลับของราชการ ไม่สามารถนำไปเปิดเผยแก่บุคคลภายนอกได้ 

การที่หนังสือพิมพ์บ้านเมืองฉบับวันที่ 26 ส.ค.2555 ได้ลงบทสัมภาษณ์ ของพล.อ.เสถียร ว่า “ได้เดินทางไปพบ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีและนำสำเนาบัญชีรายชื่อ การแต่งตั้งทหารชั้นนายพลไปมอบให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ซึ่งหากต่อมามีการเปลี่ยนแปลงไปจากที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมเสนอไปแสดงว่า มีการเปลี่ยนแปลงบัญชีรายชื่อการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

''ถ้าข่าวดังกล่าวไม่จริง พล.อ.เสถียร ต้องรีบดำเนินการแก้ข่าว แต่กลับไม่มีการดำเนินการใดๆ ประกอบกับ พล.อ.เสถียร ได้ยอมรับว่าได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอเข้าพบและชี้แจงข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย เกี่ยวกับการแต่งตั้งปลัดกระทรวงกลาโหม ที่ พล.อ.เสถียรเห็นว่า ไม่ถูกต้องตามพ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม 2551 และข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล 2551 พล.อ.เสถียร จึงทราบดีว่า การพิจารณาแต่งตั้งดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จ  การได้ไปพบ พล.อ.สุรยุทธ์ ทั้งที่ไม่ใช่ขั้นตอนการปฏิบัติตามปกติของราชการ ข้ออ้างของ รมว.กห.ที่เห็นว่า พล.อ.เสถียร นำความลับของทางราชการไปเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกจึงน่าเชื่อถือ ดังนั้นเพื่อยับยั้งไม่ให้ พล.อ.เสถียร เผยแพร่ความลับของราชการต่อไป และป้องกันไม่ให้เกิดการแตกความสามัคคีในทหาร การที่ รมว.กห.ได้ออกคำสั่งให้ พล.อ.เสถียรไปช่วยปฏิบัติราชการที่สำนักงานรัฐมนตรีกลาโหม จึงยังฟังไม่ได้ว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงมีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับใช้คำสั่งทางปกครองตามที่ พล.อ.เสถียรร้องขอ

แต่ในส่วนคดีหมายเลขดำที่ 1746/2555 ของ พล.อ.ชาตรี ศาลมีคำสั่งระงับคำสั่งของรมว.กห.ที่ให้ พล.อ.ชาตรีไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานรัฐมนตรีกลาโหม และสั่งให้ พล.อ.ชาตรี กลับไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงกลาโหมเหมือนเดิมจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา ศาลระบุว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นไม่ปรากฏพยานหลักฐานใดๆ ที่ฟังได้ว่า พล.อ.ชาตรี มีส่วนรู้เห็นในการนำความลับของราชการในการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลของกระทรวงกลาโหมไปเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก มีเพียงคำกล่าวอ้างของ รมว.กห.ที่อ้างว่า พล.อ.ชาตรี ไม่ได้ยับยั้ง กรณีที่ พล.อ.เสถียร และพล.อ.พิณภาษณ์ สริวัฒน์ เจ้ากรมเสมียนตรา ได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และเข้าพบองคมนตรี เกี่ยวกับการแต่งตั้งทหารชั้นนายพล ซึ่ง พล.อ.ชาตรีที่ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงกลาโหม มีหน้าที่ตามที่ปลัดกระทรวงกลาโหมกำหนดหรือมอบหมายเท่านั้น ประกอบกับการสั่งให้ข้าราชการไปช่วยปฏิบัติราชการในตำแหน่งอื่นซึ่งมิใช่หน้าที่ตามปกติ และให้พ้นจากตำแหน่งเดิมจะต้องมีเหตุผลเป็นพิเศษเพื่อประโยชน์ของทางราชการ หรือหากให้ข้าราชการผู้นั้นอยู่ในตำแหน่งเดิมต่อไปอาจเกิดความเสียหายกับทางราชการได้

ซึ่งในกรณีนี้ยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าว อีกทั้งคำสั่งที่ให้ พล.อ.ชาตรีไปช่วยปฏิบัติราชการที่สำนักงานรัฐมนตรีกลาโหมไม่ได้ระบุเวลาสิ้นสุดการไปช่วยปฏิบัติราชการว่าจะให้กลับมาดำรงตำแหน่งเดิมเมื่อใด จึงกระทบต่อความมั่นคงในการปฏิบัติราชการของ พล.อ.ชาตรีเป็นอย่างยิ่ง ขัดต่อความมั่นคงในอาชีพตามระบบคุณธรรมที่ทางราชการยึดเป็นหลักในการบริหารงานบุคคลภาครัฐมาตลอด คำสั่งดังกล่าวจึงน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย 

“การให้คำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ต่อไป ย่อมจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการและมีผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลัง การให้ พล.อ.ชาตรี กลับไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรองปลัดกระทรวงกลาโหมก็ไม่ทำให้เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม หรือสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมแต่อย่างใด”

ส่วนคำขอที่ พล.อ.ชาตรี ขอให้ศาลมีคำสั่งไม่ให้ รมว.กห.กระทำการใดๆ เกี่ยวกับการประชุมคณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลนั้น ศาลเห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นหน้าที่ของรมว.กห. ศาลไม่มีอำนาจที่จะสั่งห้ามไม่ให้ รมว.กห.กระทำการดังกล่าว ศาลจึงมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้คำสั่งทางปกครอง โดยสั่งระงับคำสั่งกระทรวงกลาโหมที่ให้ พล.อ.ชาตรี ไปช่วยราชการที่สำนักงานรัฐมนตรีกลาโหมไว้จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

นายธนพนธ์ ชูชยานนท์ ผู้รับมอบอำนาจจาก พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม และพล.อ.ชาตรี ทัตติ รองปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังศาลปกครองไม่มีคำสั่งระงับคำสั่งของรมว.กห.ที่ให้ พล.อ.เสถียรไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานรัฐมนตรีกลาโหม แต่มีคำสั่งระงับคำสั่งของรมว.กห.ที่ให้ พล.อ.ชาตรีไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานรัฐมนตรีกลาโหม และสั่งให้ พล.อ.ชาตรี กลับไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงกลาโหมเหมือนเดิมว่า ได้รายงานคำสั่งของศาลปกครองให้กับพล.อ.เสถียร และพล.อ.ชาตรีทราบแล้ว ซึ่งในส่วนของ พล.อ.เสถียร ท่านก็จะสู้คดีในกระบวนการพิจารณาคดีต่อไป และทางทีมทนายซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจก็จะปรึกษาหารือกันว่าจะมีการยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลปกครองกลาง ที่ไม่สั่งระงับคำสั่งของ รมว.กห.ที่ให้พล.อ.เสถียรไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานรัฐมนตรีกลาโหมต่อศาลปกครองสูงสุดหรือไม่ต่อไป