advertisement

แค่ทดสอบระบบน้ำ สองยักษ์ตีกัน! ฝ่ายที่พังคือประชาชน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.ย. 2555 05:30

เรื่องระบบการเตือนภัยน้ำท่วมก็ดูจะกลายเป็นเรื่องของการลบเหลี่ยมกันแล้ว เมื่อฝ่ายฟากรัฐบาลประกาศออกมาขอทดสอบระบบการระบายน้ำของกรุงเทพมหานครในวันที่ 5 และ 7 ก.ย.ที่จะถึงนี้

เพราะอย่างแรกที่แน่ๆ เลยคือรัฐบาลอยากรู้ถึงความเตรียมพร้อมของฝ่ายการบริหารของ กทม.ว่ามีความพร้อมสักเท่าไหร่ เพราะจะเห็นว่าจากน้ำท่วมใหญ่ปีที่แล้ว แม้ว่า กทม.จะมีอุปกรณ์ที่แสนแพงแค่ไหนก็เอาน้ำจำนวนมหาศาลไม่อยู่ ถึงแม้โอกาสน้ำท่วมใหญ่แบบนั้นจะเกิดขึ้นได้ยาก แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดว่ามันจะไม่มีทางเป็นไปได้

เหตุผลของฝ่ายรัฐบาลในฐานะที่ตั้งนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ออกมาระบุถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า ขณะนี้การลอกคูคลองในกรุงเทพมหานครแล้วเสร็จอย่างน่าพอใจ และมีโมเดลการระบายน้ำที่มั่นใจได้ โดยในวันที่ 5 และ 7 ก.ย.นี้ จะมีการทดสอบระบบทั้งหมด โดยจะปล่อยน้ำผ่านกรุงเทพมหานครในหลายรูปแบบ เพื่อทดสอบว่าระบบมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด และมีจุดบกพร่องตรงจุดไหน จึงขอให้ประชาชนอย่าตื่นตกใจ และเชื่อมั่นว่าการทดสอบในครั้งนี้จะไม่ทำให้เกิดน้ำท่วมกรุงเทพฯ

แน่นอนรัฐบาลตั้งนายปลอดประสพมาก็เพื่อมาแก้ปัญหาจัดการน้ำทั้งระบบทั่วประเทศ เพราะเป็นคนเดียวในยุคที่เคยตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เมื่อปี 2554 แล้วยังเป็นคนที่อยู่ร่วมด้วยกันตอนบริหาร ที่ดูจะเป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญมากที่สุดในขณะนั้น โดยการบริหารของศปภ.ถ้าเคยติดตามดูก็จะรู้ว่ามีปัญหาที่ง่อนแง่นกันพอสมควรระหว่างรัฐบาลและฝ่ายบริหารของกทม. ครั้งที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็เคยออกมาโต้เถียงกับฝ่ายรัฐบาลที่ตั้งศปภ.มาแล้ว หลายครั้งก็ไม่เคยได้เข้าร่วมประชุมหารือ แม้ว่าจะเชิญมาหลายครั้ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์เองก็ส่งมาเพียงตัวแทนเท่านั้นเพื่อรับทราบแนวทางแก้ปัญหาของ ศปภ.

ที่สุดแล้วจากเรื่องน้ำท่วมอยู่ดีๆ ก็มีการโยงเข้าเป็นเรื่องการเมืองได้ตามสเต็ป ดังที่นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะ รมช.คมนาคมเงา พรรคประชาธิปัตย์ ออกมากล่าวว่า ชัดเจนว่าต้องการล้างภาพความทรงจำเลวร้ายของคน กทม.เพื่อเรียกความเชื่อมั่น หากสำเร็จก็จะคุยว่าเป็นผลงานของรัฐบาลก็มีความชอบธรรมในการใช้งบประมาณที่ฝ่ายค้านกำลังตรวจสอบขอให้เปิดเผยข้อมูลด้านต่างๆ แต่หากล้มเหลวในบางจุดที่เปราะบาง ที่กทม.ระบุว่ายังไม่พร้อมก็อาจลงที่ กทม.เพราะมีการวิเคราะห์ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะโยงถึงการเมืองในสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เพราะก่อนหน้านี้ทาง กทม.เองก็ระบุว่ายังไม่มีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ ในบางจุดที่น้ำจะผ่าน ก็ต้องติดตามดูว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร

แต่สไตล์การทำงานประเภทปากไว หัวคิดรวดเร็วทำอะไรแบบมั่นใจตนเองอย่างนายปลอดประสพ ก็ได้กล่าวสวนหลายๆ ความเห็นว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ทำเล่นหรือเรื่องสนุก ถามว่าเวลาคุณไปซื้อโทรศัพท์ คุณลองไหม ไปซื้อเสื้อจะลองไหม เรื่องนี้ก็ต้องลองเพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัย รัฐบาลคำนึงถึงความปลอดภัย ไม่ใช่เอามัน ที่ออกมาพูดอย่างนี้เพราะไม่อยากให้ทดสอบหรืออย่างไร และว่าหลังทดสอบระบบระบายน้ำครั้งนี้แล้ว จะประเมินผลดำเนินงานภายใน 2-3 วัน

น่าเป็นห่วงจริงๆ ถึงแนวทางการบริหารน้ำของรัฐบาลและ กทม.ในขณะนี้ กทม.เองเล็กกว่าและการบริหารมีความคล่องตัวได้ง่ายกว่าของรัฐบาล ดูแล้วไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเท่าใดนักถ้าเทียบกับรัฐบาลที่ต้องทำงานดูแลทุกภาคส่วนของทั้งประเทศ แต่ถ้าหากเกิดเหตุน้ำท่วมใน กทม.เอง รัฐบาลก็ต้องมีส่วนร่วมในความรับผิดชอบเช่นเดียวกัน แม้ว่าทุกคนจะรู้อยู่แก่ใจว่าฟากบริหารของ กทม.เป็นของพรรคประชาธิปัตย์ และฝ่ายรัฐบาลเป็นของพรรคเพื่อไทยที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันสุดขั้วในการทำงาน

โดย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้ออกมาบอกถึงมาตรการเตรียมการในขณะนี้เกี่ยวกับการทดสอบปล่อยน้ำว่า ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ของ กทม.เตรียมความพร้อม เมื่ออะไรเกิดขึ้นต้องปฏิบัติการทันที ไม่ต้องรอคำสั่งจาก กบอ. แต่ให้ฟังคำสั่งจากตนคนเดียวเท่านั้น ทั้งนี้ระบบบริหารจัดการน้ำของ กทม. เป็นระบบที่ดี จึงไม่ค่อยเป็นห่วง แต่อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ หากส่อเค้าว่าจะเกิดปัญหาขอให้ดำเนินการปิดประตูระบายน้ำทันที อย่างไรก็ตาม กทม.ไม่ได้เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เมื่อเป็นเจตนาของรัฐบาล ซึ่งเป็นเจตนาที่ดี ก็ร่วมมือ แต่จะให้ กทม.รับผิดชอบคงลำบาก ขณะเดียวกันหาก กบอ.จะทำการทดสอบ ควรจะทดสอบในช่วงเดือน ต.ค.จะดีกว่า เดือน ก.ย. ดังนั้น หากเกิดอุบัติเหตุ กบอ.จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด

ที่น่าจับตามองอย่างมากคือเรื่องของศึกชิงพ่อเมือง กทม. ที่จะเกิดในเวลาอันใกล้เข้ามาไม่ถึงปี ครั้งหนึ่งนายปลอดประสพเคยบอกไว้ว่าอยากลองชิมลางการทำงานตำแหน่งพ่อเมืองกรุงเทพฯ ดูบ้าง โดยชูธงเรื่องบ้านเมืองสีเขียวเน้นเป็นธรรมชาติพัฒนาอย่างยั่งยืน และเช่นเดียวกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ก็อยากที่จะสานงานตัวเองต่ออีกวาระหนึ่ง เพราะคิดว่าที่ผ่านมาตัวเองได้ทำงานมีประสิทธิภาพอย่างมากมาย โดยศึกครั้งนี้ก็เหมือนกับวัดกำลังระหว่างแคนดิเดตทั้งสองคนในการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่ชาว กทม.รู้สึกขยาดมากที่สุด

เมื่อต้องมาทำงานร่วมกันอีกครั้งในการแก้ปัญหาระหว่างรัฐบาล และ กทม.ก็ดูเหมือนจะชุลมุนอีกแล้ว เรื่องน้ำท่วมเป็นเรื่องใหญ่ แต่ทำไมในสายตาประชาชนกลับดูเหมือนทั้งสองฝ่ายเล่นแง่แล้วจับประชาชนเป็นตัวประกัน ไม่น่าเชื่อว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาจากน้ำท่วมใหญ่ครั้งที่แล้วไม่ทำให้กทม.กับรัฐบาลหันหน้ามาร่วมมือในการแก้ปัญหาได้ และหลายครั้งก็มักจะเกิดปัญหาเล็กๆ น้อยๆ นี้เท่านั้นในการทำงาน อย่างไรก็ตามไม่ว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้ที่ได้เปรียบทางการเมือง คนที่ตกเป็นเหยื่อของเกมครั้งนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นประชาชนผู้รับข่าวสารทั่วไป หากขืนยังคงทะเลาะต่อไปแบบนี้เมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่อีกครั้งแล้วเราจะหวังพึ่งใครดี ผีสางเทวดา หรือว่าพึ่งพิงตัวเองให้มากกว่าพวกนักการเมืองที่หวังแค่คะแนนเสียงที่ได้มาบนความทุกข์ร้อนของประชาชน.

 

โหวตข่าวนี้