advertisement

นายกฯปัดข้อเสนอ'พัลลภ' ประกาศเคอร์ฟิวสกัดโจรใต้

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ส.ค. 2555 16:45

นายกรัฐมนตรี ปัดข้อเสนอ "พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี" หนุนให้ประกาศเคอร์ฟิวเฉพาะในบางพื้นที่ สกัดโจรใต้เชื่อรัฐบาลทำงานเป็นเอกภาพ แม้ตั้งรองนายกฯ ถึง 3คน ลงไปช่วยดูแล

วันที่ 7 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เสนอแนะแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการสู้รบแบบกองโจรว่า ขออนุญาตอย่าพูดประเด็นนี้ เพราะความจริงแล้วปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน สิ่งที่รัฐบาลดำเนินการไปคือในเรื่องของยุทธศาสตร์นั้น เรายืนยันที่จะทำตามยุทธศาสตร์ที่มีการแถลงไว้ต่อรัฐสภา ซึ่งก็ถือว่า เป็นการบูรณาการที่ครบอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า เราจะเสริมในส่วนของการปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ และรวดเร็วในการปฏิบัติงานมากกว่า ที่ได้มีการมอบให้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการในการขับเคลื่อน

ตอนนี้ยังเป็น พล.อ.ยุทธศักดิ์ เหมือนเดิม แต่การตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ก็เพื่อการขับเคลื่อน การทำงานให้เป็นเอกภาพ และทำให้เกิดความเข้าใจในการทำงาน ซึ่งต้องเพิ่มหน่วยงาน จริงๆแล้วการบูรณาการมีอยู่แล้ว เพียงแค่เพิ่มทางด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเพิ่มในส่วนของ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยเข้ามา เพราะการแก้ไขปัญหาไม่ได้มีแต่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงมหาดไทย ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)และ สตช.เข้าไปดูแลความมั่นคง และความเดือดร้อนของประชาชน  ซึ่งจะมี 3 กระทรวงหลักที่เป็นแม่งาน ส่วนกระทรวงอื่นๆ จะช่วยสนับสนุน โดยจะมีการคุยหารือกันในรายละเอียด ในเชิงของการปฏิบัติงาน และเรายินดีที่จะรับฟังความคิดเห็น แม้จะเป็นของทางฝ่ายค้านเองด้วย เพราะว่ารู้จักพื้นที่ เรายินดีที่จะรับฟังทั้งหมด เพราะถือเป็นวาระแห่งชาติที่เราจะต้องช่วยเหลือดูแลความปลอดภัย และความสงบของพี่น้องประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการมองกันว่าการใช้รองนายกฯ ถึง 3 คนแก้ไขปัญหาจะไม่มีความเป็นเอกภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า จริงแล้วที่ผ่านมาการสื่อสาร อาจจะไม่ตรงกัน แต่การทำงานเป็นเอกภาพอยู่แล้ว มีรองนายกฯ ที่รับตรงมอบหมายตรงเพียงท่านเดียวคือ พล.อ.ยุทธศักดิ์ แต่เราเสริมรองนายกฯ เข้ามาทำงาน เพื่อเสริมการทำงานของ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ไม่ใช่เป็นการแบ่งการทำงาน ทุกอย่างยังเหมือนเดิม แต่เรียกว่า เป็นการบูรณการแบบวันสต็อปเป็นจุดศูนย์รวม เพราะว่า จะทำให้คล้ายกับลักษณะที่ทำในเรื่องของการปราบปรามยาเสพติด ในการทำงานเป็นคณะบูรณาการร่วมกัน แต่ว่าในส่วนของการทำงานสั่งการต่างๆ ก็จะผ่านศูนย์ปฏิบัติงาน ซึ่งในพื้นที่ต้องเรียนว่ามีกฎหมายอยู่ มีการทำงานอยู่ 2 ส่วนคือ ศอ.บต.และ กอ.รมน. ซึ่งเราต้องการการทำงานที่สัมพันธ์กัน

และวันนี้สองส่วนนี้จะต้องมาทำงานร่วมกัน ซึ่งเป็นกฎหมายมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ต้องเรียนว่า ต้องการให้การทำงานสอดคล้องมากขึ้น เมื่อถามว่า ใครจะเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ หากเกิดเหตุการณ์ นายกฯ กล่าวว่า ก็อยู่ที่อำนาจของแต่ละท่าน อยู่ที่ละดับการตัดสินใจ ถ้าเป็นระดับพื้นที่เองซึ่งเป็นแม่ทัพภาค 4 ท่านก็เป็นประธานอยู่แล้ว ดังนั้น เรื่องทุกอย่างอยู่ที่ระดับการตัดสินใจในการทำงาน

ต่อข้อถามว่า จะมีการหารือการประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า ยัง เพราะเป็นเรื่องของการปฏิบัติงานจริงๆ แล้วก็คุยกันถึงเรื่องที่มีการสำรวจศึกษา แต่ยังไม่ถึงขั้นที่เราจะตัดสินใจประกาศ เราจะต้องหารือกับฝ่ายสภาความมั่นคงแห่งชาติก่อน เราจะยังไม่ทำอะไรในขั้นตอนบุ่มบ่ามเพราะเราเองก็ต้องดู แต่ในวันพุธที่ 8 ส.ค.ที่จะมีการหารือกันในขั้นตอนการปฏิบัติเพื่อให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานที่ปฏิบัติ เนื่องจากการแก้ไขปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ประกอบไปด้วยหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้นต้องให้ทุกกระทรวงมีความเข้าใจในบทบาท และแนวทางขั้นตอนการทำงานอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นยิ่งมีเหตุการณ์ต่างๆ เราไม่ได้รับการบูรณาการเป็นเอกภาพ จะทำให้การตัดสินใจยาก และการเสริมทำงานร่วมทำงานในพื้นที่ และการให้กำลังใจประชาชน เป็นเรื่องที่ต้องทำควบคู่กันไป

เมื่อถามว่า มองว่าสถานการณ์ขณะนี้รุนแรง ถึงขั้นต้องนำกฎหมายพิเศษมาใช้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า ขอยังไม่วิเคราะห์ไปถึงตรงนั้น ขอทำความเข้าใจในรายละเอียด และขอฟังจากหน่วยปฏิบัติการมากกว่า.

โหวตข่าวนี้