advertisement

11อรหันต์ข้องใจ วินิจฉัยม.68 ตั้งโภคินประธาน

โดย ทีมข่าวการเมือง 7 ส.ค. 2555 15:11

คณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาล ไร้ทางออกแก้ รธน.มอบการบ้านพรรคร่วมรัฐบาล สรุปประเด็นคำวินิจฉัยศาล รธน. ก่อนนำกลับมารายงาน ให้ที่ประชุมรับทราบ 20 ส.ค.ข้องใจคำวินิจฉัยศาล รธน. 3 ปม ส่อมีพิรุธ...

เวลา 12.00 น. วันที่ 7 ส.ค. นายโภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา แถลงว่า คณะทำงานมีมติให้ตนเป็นประธานคณะทำงานชุดนี้ และให้นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา เป็นรองประธานคณะทำงาน โดยประเด็นหลักๆ ที่คุยกันในครั้งนี้มี 2 เรื่อง คือ 1.คำวินิจฉัยกลางและคำวินิจฉัยส่วนตัวของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีสาระอะไรบ้าง 2.เหตุใดจึงต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 โดยในเรื่องคำวินิจฉัยกลางและคำวินิจฉัยส่วนตัวนั้น คณะทำงานได้ตั้งข้อสังเกตดังนี้ 1.การที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า มีอำนาจรับเรื่องการตีความตามมาตรา 68 โดยตรงได้ว่า อาจทำให้ประชาชนสับสน และเกรงว่าต่อไปจะเป็นภาระของศาลรัฐธรรมนูญที่จะมีการมายื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง ไม่ผ่านอัยการสูงสุด 2.การที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาตรา 291 เป็นเพียงการให้คำแนะนำว่า หากจะแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับควรทำประชามติจากประชาชนก่อน แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดว่า จะต้องทำประชามติอย่างไร และส่วนคำแนะนำเรื่องการแก้ไขรายมาตรา ก็ไม่ได้บอกว่าสามารถทำเป็นรายประเด็นหรือไม่ 3.การที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า การแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ไม่ขัดมาตรา 68 ขอตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดศาลรัฐธรรมนูญจึงหยิบมาตรา 291 ที่ว่าด้วยกระบวนการของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาพิจารณาก่อนมาตรา 68 ที่ว่าด้วยขั้นตอนการรับคำร้อง เพราะถ้าวินิจฉัยตามมาตรา 68 ก่อน ซึ่งคำวินิจฉัยกลางบอกว่า ไม่เข้าข่ายความผิด ก็จะเป็นอันยุติ ไม่ต้องวินิจฉัยตามมาตรา 291 และมาตราอื่นๆ ต่อ

นายโภคินกล่าวว่า ส่วนเหตุผลการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 291 นั้น เนื่องจากมีหลายมาตราในรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ขัดแย้งกันเอง เช่น มาตรา 237 มาตรา 68 ที่ว่าด้วยการสั่งยุบพรรค และให้ตัดสิทธิ์ทางการเมือง กรรมการบริหารพรรค 5 ปี โดยใช้อำนาจของประกาศของคณะรัฐประหาร และไม่เปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ต่อสู้ ซึ่งขัดต่อมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ระบุว่า การดำเนินการขององค์กรต่างๆ ต้องปฏิบัติตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม ซึ่งที่ผ่านมารัฐธรรมนูญแต่ละฉบับก็ไม่เคยมีการบัญญัติเรื่องการยุบพรรค รวมถึงการที่พรรคถูกยุบแต่ไม่สามารถใช้ชื่อเดิม ทั้งที่คนทำผิดเพียง 1-2 คนเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมด แต่กลับต้องได้รับโทษทั้งหมดทุกคน ซึ่งไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม คณะทำงานยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาว่าจะต้องหาข้อสรุปให้ได้ภายในเวลาเท่าใด เพราะเรื่องนี้ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย โดยต้องทำให้เสร็จเร็วที่สุด โดยมีคำอธิบายในแต่ละประเด็น ทั้งนี้ที่ประชุมได้มอบการบ้านให้พรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรคไปตรวจสอบรายละเอียดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในแต่ละประเด็นให้ชัดเจนว่า แต่ละประเด็นมีความหมายอย่างไร แล้วนำมาเสนอต่อคณะทำงานอีกครั้งในวันที่ 20 ส.ค. เพื่อนำมาพิจารณาว่า จะสามารถลงมติในวาระ 3 ต่อไปได้หรือไม่.

โหวตข่าวนี้