advertisement

'มาร์ค'ลงปัตตานีเยี่ยมผู้ประสบเหตุ พบปัญหาเพียบ

โดย ทีมข่าวการเมือง 7 ส.ค. 2555 02:38

"อภิสิทธิ์" ลงปัตตานีวันเดียวลุย 3 จุดเกิดเหตุพบปัญหาเพียบทั้งขาดกำลังอุปกรณ์ นโยบายไม่ชัดเจน...

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หน.พรรคประชาธิปัตย์ได้ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ที่ จ.ปัตตานี ที่บริเวณจุดเกิดเหตุ ร.ร.บ้านกูวิง อ.มายอ เพื่อตรวจสภาพความเสียหาย และเยี่ยมชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ, จุดที่ทหาร 4 นายถูกยิงเสียชีวิตอย่างอุกอาจ บริเวณ อ.มายอ-บ้านปาลัส  โดยได้พูดคุยกับทหารที่รักษาการณ์ในพื้นที่ก่อนจะเดินทางไปแลกเปลี่ยนความเห็นกับหลายฝ่่ายที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โดยมีตัวแทนจากตำรวจ ศอ.บต.ศูนย์ข่าวอิศรา นักศึกษา และฝ่ายปกครอง ร่วมหารือด้วย จากนั้นเดินทางไปยังจุดที่โรงแรม ซี.เอส.ปัตตานี ที่เกิดเหตุระเบิดจนไฟดับทั้งเมือง ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ พบปัญหาเพียบทั้งขาดกำลังอุปกรณ์ นโยบายไม่ชัดเจน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวภายหลังการลงพื้นที่ว่า ได้ไปดูที่เกิดเหตุเพื่อพูดคุยกับตำรวจ ศูนย์ข่าวอิศรา นักศึกษา ตัวแทนจาก ศอ.บต. และฝ่ายปกครอง จากการแลกเปลี่ยนความเห็นพบว่ามีปัญหาในสองระดับ ทั้งในเชิงบริหารจัดการในพืิ้นที่ โดยตำรวจแจ้งว่าขาดกำลังพล อุปกรณ์ มีปัญหาการดำเนินคดี เนื่องจากชาวบ้านไม่กล้าเป็นพยาน ส่วนชุมชนจะบ่นเรื่องยาเสพติด สำหรับระดับนโยบาย พบว่า ความไม่ชัดเจนของรัฐบาลว่าจะผลักดันทิศทางไหน ทำให้เกิดความสับสนในระดับปฏิบัติ โดยเฉพาะเรื่องโครงสร้างการทำงาน เนื่องจากล่าสุด พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ว่าที่ ผบ.ตร. มีการเสนอความคิดที่จะย่อส่วน ศอ.บต.กลับไปอยู่ภายใต้ กอ.รมน. ซึ่งในพื้นที่ไม่ได้มองว่าเรื่องนี้เป็นการเสนอโครงสร้างใหม่ แต่เป็นการถอยหลังกลับไป 4 ปี คือกลับสู่สถานการณ์ปี 50-51 ขอนายกฯ คุมเองหรือตั้งเจ้าภาพรับผิดชอบโดยตรง

"ผมอยากให้คิดรอบคอบ เพราะถ้าปัญหาคือ ไม่มีซีอีโอดูแลอย่างที่ พล.ต.อ.อดุลย์ กังวล ก็ควรเสนอให้นายกรัฐมนตรีทำหน้าที่ของตัวเองตามกฎหมาย เนื่องจากเป็นทั้ง ผอ.ศอ.บต.และประธาน กอ.รมน. ถือว่าเป็นซีอีโอที่คุมงานด้านความมั่นคงอยู่แล้ว และที่กฎหมายออกแบบมาเช่นนี้ก็เพื่อให้นายกฯ ซึ่งคุมนโยบายสูงสุดเป็นผู้ตัดสินใจ เนื่องจากงานด้านความมั่นคงต้องประสานหลายหน่วยงาน แต่ถ้านายกฯ ไม่ต้องการที่จะรับผิดชอบเอง ก็ควรมอบหมายให้รองนายกฯ คนใดคนหนึ่งรับผิดชอบให้ชัดเจน ไม่ใช่มีรองนายกฯ ถึงสามคนดูแลเรื่องนี้ เพราะจะทำให้เกิดความสับสนได้

ดังนั้น นายกฯ คือคนที่ต้องรักษาสมดุลในส่วนการบัญชาการตรงนี้ แต่ถ้าไปแก้ปัญหาโดยให้ ศอ.บต.กลับไปอยู่ภายใต้การดูแลของ กอ.รมน.นั้น ในพื้นที่เองก็มีความกังวล เพราะมองว่าจะกลายเป็นการส่งสัญญาณกลับไปใช้นโยบายการทหารนำการเมืองมาแก้ปัญหา แทนที่จะเป็นการเมืองนำการทหาร เหมือนในรัฐบาลที่แล้ว" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นอกจากนี้ หน.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวขอให้รัฐจริงใจแก้ไฟใต้อย่าทดลองนโยบายใหม่ เพิ่มเงื่อนไข หลังจากเกิดเหตุการณ์ถี่มากขึ้นก็มีผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของทั้งประชาชนในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ แต่เท่าที่ได้พูดคุยก็ยังมีจิตใจเข้มแข็งในการใช้ชีวิตและปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ทั้งนี้ ตนอยากให้รัฐบาลเอาใจใส่กับปัญหานี้อย่างจริงจัง โดยไม่ควรกำหนดนโยบายในลักษณะทดลองที่จะทำให้เกิดเงื่อนไขใหม่ซ้ำเติมสถานการณ์ เพราะการแก้ปัญหาภาคใต้ทำมาอย่างต่อเนื่องจนตกผลึกว่าควรใช้กฎหมาย ศอ.บต. มาเป็นตัวกำกับ ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องการให้ฝ่ายปกครองเข้ามาถ่วงดุลในเชิงบริหารจากฝ่ายอื่นๆ และส่งสัญญาณให้ประชาชนเห็นถึงความตั้งใจในการพัฒนาพื้นที่และมวลชนควบคู่กับงานด้านความมั่นคง การที่จะกลับไปให้ กอ.รมน. มีบทบาทนำในการแก้ปัญหาภาคใต้ จะทำให้ถูกมองว่ารัฐบาลกำลังจะลดความสำคัญด้านการพัฒนาที่ทำโดยฝ่ายปกครอง ซึ่งสวนทางกับสิ่งที่รัฐบาลที่แล้วพยายามทำมาโดยตลอด และจะกระทบต่อการดึงมวลชนให้เกิดความมั่นใจต่อภาครัฐด้วย.

โหวตข่าวนี้