ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช.เผยรัฐต้องยึดหลักความโปร่งใสและจริงใจร่วมมือแก้ปัญหา ชี้ประชาชนมีสิทธิรับรู้ข้อมูลโครงการทุกอย่างของภาครัฐ แนะ ก่อนสร้างโปรเจกต์ต้องมีสำนักป้องกันทุจริตไว้ตรวจสอบ ระบุคอรัปชันยังเป็นปัญหาฉุดประเทศไม่เจริญ
วันนี้ (6 ส.ค.) ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้จัดกิจกรรมรวมพลคนต้านการทุจริต โดยมีเครือข่ายภาคประชาชนกว่า 500 คน เข้าร่วมงาน ทั้งนี้ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. ปาฐกถาพิเศษเรื่องความโปร่งใสกับการพัฒนาสังคมไทย โดยนายปานเทพ ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า หลักความโปร่งใสในการเปิดเผยทั้งหมด กิจกรรมที่ดำเนินต่างๆ จะต้องทำให้รู้ว่าจะดำเนินการอย่างไร และการสร้างศรัทธาของคนในองค์กร นำมาสู่ความร่วมมือกัน หลักการมีส่วนร่วมก็ดึงมาจากหลักการโปร่งใส เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมมาร่วมมือในการทำงาน การทำงานก็จะมีการเปิดเผย พร้อมทั้งมีหลักของเรื่องคุณธรรม ความถูกต้อง หลักเมตตาธรรมอยู่ในองค์ประกอบของการบริหารงานด้วย
นายปานเทพ กล่าวต่อไปว่า หลักความรับผิดชอบที่จะมีการรับชอบ เช่น รัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบในงานของตน และหลักที่สำคัญที่สุดในการทำงานก็คือหลักของความโปร่งใส ซึ่งเป็นหลักที่สำคัญในการทำงานต่างๆ เหมือนกับหลักการทางพุทธศาสนาที่มีหลักสำคัญอย่างหนึ่ง สติ วิริยะ สมาธิ ปัญญา อันที่สำคัญที่สุดคือสติ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงทุกอย่างในเรื่องธรรมาภิบาลหลัก
“เราจะทำให้เกิดความโปร่งใสขึ้นได้อย่างไร จริงๆ แล้วหลักของความโปร่งใสนั้นอยู่ในกฎหมายของรัฐธรรมนูญ เช่น สิทธิเรื่องการรับรู้ข้อมูลของประชาชน ซึ่งระบุในรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะหน่วยงานใดจะต้องบอกให้ทราบถึงข่าวสารข้อมูล ซึ่งเป็นข้อมูลของหน่วยงานนั้น นอกจากนั้นเรื่องสิทธิเสรีภาพ ม.57 บุคคลย่อมมีสิทธิอันชี้แจงจากหน่วยงานราชการต่างๆ ก่อนการดำเนินการใดๆ ที่จะมีผลต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต เช่น จะทำโครงการอะไรที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อมก็จะต้องบอกชุมชนให้รับทราบ และมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็น และนี่คือความโปร่งใส รัฐธรรมนูญก็จะรองรับไว้แล้วเรื่องเหล่านี้” ประธาน ป.ป.ช.กล่าว
นายปานเทพ กล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องของความโปร่งใสจะป้องกันเรื่องทุจริตได้อย่างไร รัฐบาลมีโครงการจำนวนมาก ในการทำงานจะต้องให้ประชาชนรับทราบและรับรู้ในโครงการต่างๆ ก่อน เพราะว่าการทำงานโครงการเชิงการนโยบายนั้นไม่ผิด มีอำนาจกระทำได้ แต่ไปติดที่ว่าไปเอื้อประโยชน์ การทำโครงการใหญ่ๆ ต้องบอกประชาชน จะทำอะไรและมีขั้นตอนอย่างไรต้องบอกให้ชัดเจน ในเรื่องนี้เองป.ป.ช.ก็ตระหนักถึงความสำคัญในกฎหมายประกอบ รธน.เราก็จะพูดเรื่องนี้เหมือนกันในการจัดการจัดซื้อจัดจ้าง ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและบอกรายละเอียดในราคากลางว่า เป็นอย่างไร และลงในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้จัดการเข้าดูได้ และหน่วยงานของรัฐเวลาทำราคากลางจะไปทำกันเองไม่ได้ จะต้องเปิดเผย เพื่อป้องกันการสมยอม
“นอกจากนั้นในกฎหมายที่ว่านี้ก็คือ ม.127 วรรคสอง เวลาทำสัญญาจะต้องแจงรายละเอียดในการปรากฏไว้ ก็จะได้รับทราบในโครงการต่างๆ ว่ามีค่าใช้จ่ายอย่างไร สิ่งที่พูดไปในขณะนี้คือหน่วยงานของภาคเอกชนที่จะต้องเสียเงินใต้โต๊ะร้อยละ 30 ถึง 50 ก็จะต้องแสดงให้ประชาชนได้ทราบ อันนี้ก็จะเป็นเครื่องมือในการป้องกันต่างๆ ในเรื่องของความโปร่งใสเรามีเครื่องมือที่จะใช้บังคับแล้ว มันจะได้รับการตอบรับต้องได้รับความจริงใจจากภาครัฐ นอกจากนี้เราก็ต้องเสนอมาตรการต่างๆ เวลาที่หน่วยงานจะทำโครงการจะต้องมีมาตรการป้องกันทุจริตในโครงการต่างๆ นั้นด้วย และจะเป็นอย่างไร ถ้าไม่มีโครงการนี้สำนักงบประมาณก็จะไม่จ่าย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ” ประธาน ป.ป.ช. กล่าว
นายปานเทพ กล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องสุดท้ายคือเรื่องของดัชนีความโปร่งใสที่องค์กรเพื่อความโปร่งใส นานาชาติ เมื่อปีที่แล้วได้ประกาศตัวชี้วัดประจำปี 2554 ขึ้น เราก็ลำดับที่ 80 ของโลก เป็นอันดับที่ 4 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งดูแล้วเป็นลำดับที่ไม่ดีเลย การทุจริตคอรัปชันยังเป็นปัญหาที่ลิดรอนความเจริญในการพัฒนาของประเทศ เราจะทำให้เกิดความโปร่งใส ก็คือความจริงใจของภาครัฐ และพวกเราต้องคอยตรวจสอบ ช่วยกันให้ประเทศไทยยืนหยัดอยู่ได้ในประเทศ และนานาชาติ ให้สังคมของเราไปสู่ความเป็นสากลและสง่างาม




















