advertisement

ศาลฎีกาสอย 'สัก' หลุด ส.ว. เหตุพ้นตำแหน่งไม่ถึง 5 ปี

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 1 ส.ค. 2555 17:18

ศาลฎีกาปลด ส.ว.สัก กอแสงเรือง แต่ตามพฤติการณ์ยังฟังไม่ได้ว่า นายสักมีเจตนาจงใจฝ่าฝืนกฎหมายโดยจะให้มีการสรรหาโดยไม่สุจริต ศาลจึงไม่เพิกถอนสิทธิ์การเลือกตั้ง...

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 1 ส.ค. 2555 ที่ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง สนามหลวง ศาลอ่านคำสั่งคดีหมายเลขดำ ที่ ลต. (ส.ว.) 1/2555 ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิการสรรหา นายสัก กอแสงเรือง อายุ 70 ปี ผู้คัดค้าน จากการเป็น ส.ว. กรณีที่นายสักได้รับการสรรหาเป็น ส.ว. อันมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 115 (9) เนื่องจากขาดคุณสมบัติในการถูกเสนอชื่อเข้ารับการสรรหา เมื่อนายสักพ้นจากตำแหน่ง ส.ว.ชุดเลือกตั้งปี 2543 มายังไม่ถึง 5 ปี จนถึงวันได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหา

ทั้งนี้ นายสัก ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ว.ครั้งแรก ตามรัฐธรรมนูญปี 2540 เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2543 เข้ารับการแต่งตั้งวันที่ 22 มี.ค. 2543 ดำรงตำตำแหน่งครบวาระ 6 ปี ในวันที่ 21 มี.ค. 2549 ตามรัฐธรรมนูญปี 2550 อดีต ส.ว. ที่ใช้สิทธิ์สมัคร ส.ว.ชุดใหม่จะต้องพ้นจากสมาชิกภาพแล้ว 5 ปี ในกรณีของนายสักจะครบกำหนด 5 ปี ในวันที่ 21 มี.ค. 2554 แต่ทางสภาทนายความได้เสนอชื่อนายสักเข้าสรรหาในวันที่ 6 มี.ค. 2554 ก่อนกำหนด 5 ปี กกต.จึงมีมติเอกฉันท์ให้เพิกถอนการสรรหา ก่อนยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งให้มีคำสั่ง

องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาประชุมหารือแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นายสักดำรงตำแหน่งครบ 6 ปี ในวันที่ 21 มี.ค. 2543 ไม่ใช่วันที่ 3 มี.ค. 2543 ดังที่นายสักกล่าวอ้าง การที่สภาทนายความ เสนอชื่อนายสักเป็น ส.ว. เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2554 จึงยังไม่เกิน 5 ปี นายสักจึงเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติและต้องห้าม มิให้เสนอชื่อตามมาตรา 115 (9) ตาม รธน.ปี 50 ซึ่งถือว่าเป็นการสรรหาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นการสรรหาจากผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติดังกล่าว ต้องด้วยมาตรา 240 แห่ง รธน.ฉบับปัจจุบัน ประกอบ พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ปี 50 มาตรา 134 (1) ศาลฎีกาจึงให้สรรหา ส.ว.ใหม่ แต่ตามพฤติการณ์ยังฟังไม่ได้ว่า นายสักมีเจตนาจงใจฝ่าฝืนกฎหมาย โดยจะให้มีการสรรหาโดยไม่สุจริต ศาลจึงไม่เพิกถอนสิทธิ์การเลือกตั้งของนายสัก การอ่านคำพิพากษาครั้งนี้นายสักไม่มาศาล ส่งเพียงทนายความมา

สำหรับ นายสัก กอแสงเรือง ปัจจุบันเป็นนายกสภาทนายความ อดีตเคยเป็นโฆษกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ที่ได้รับการแต่งตั้ง ตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ฉบับที่ 30 เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2549 ใช้ชีวิตในวงการกฎหมายมาอย่างโชกโชน เป็นครูกฎหมายของเนติบัณฑิตยสภา และมีบุตรเป็นผู้พิพากษาศาลยุติธรรม.

โหวตข่าวนี้