advertisement

ข้างหน้ามีด ด้านหลังปืน แข็งทื่อ คือ 'สุกำพล'?

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ก.ค. 2555 05:30

คมมีดการเมืองที่กำลังฟาดฟันกันในพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะกรณีการหนีทหารของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (มาร์ค) กลับกลายมาเป็นคมมีดที่ฟาดฟันใส่หน้า พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ที่ต้องกลายมาเป็นคนที่อยู่ตรงกลางความขัดแย้ง แบบที่เรียกว่า "กลืนไม่เข้าคายไม่ออก" เลยก็แล้วกัน  ท่ามกลางกระแสข่าวถูกปล่อยออกมาจากฟากฝั่งตรงข้ามว่า เบื้องหลังรับงานมาจากฝ่ายการเมืองเพื่อไทย เพื่อดิสเครติด "มาร์ค" แบบไม่เต็มใจนัก

ส่วนข้างหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ที่เปรียบได้เหมือนปืนที่มีความเฉียบขาด ดุดัน ทั้งเคยควงคู่กันไปตรวจกำลังพล ทำงานร่วมมือกันมาแล้วทั่วประเทศ ออกมายืนยันเรื่องนี้จบไปนานแล้วตั้งแต่ปี 2542 ทำเอารมว.กลาโหมตอนนี้ต้องอยู่ในอาการเดินหน้าก็ไม่ดี ถอยหลังก็ไม่ได้  

กลายเป็นหนังเรื่องยาวจนได้ กับคดีหนีทหารของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถูกกล่าวหาว่า หลบหนีการเกณฑ์ทหาร ใช้หลักฐานเท็จในการสมัครเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) ซึ่งข้อมูลถูกเปิดออกมาจากทางฝากฝั่งพรรคเพื่อไทยเป็นระยะๆ โดยเฉพาะด้าน นายกมล บันไดเพชร สมาชิกพรรคเพื่อไทย ที่ยอมลงทุนท้า นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ให้นำหลักฐานใบผ่อนผันการเกณฑ์ทหารของนายอภิสิทธิ์ (สด.41) ออกมาแสดงต่อสาธารณชนให้ได้

เมื่อนายกมลเชื่อว่าเอกสารที่นายอภิสิทธิ์นำมาแสดงก่อนหน้าน่าจะเป็นเอกสารเท็จ ถึงขั้นกล้าท้านายศิริโชค หากหาหลักฐานมาได้ จะขอก้มลงกราบเท้างามๆ 3 ครั้ง ขณะที่นายศิริโชคก็ออกมารับคำท้า ชี้แจงละเอียดยิบทันที

"การให้ปากคำของ พ.อ.สมโชค ไกรศิริ หนึ่งในคณะกรรมการสอบสวนปี 2542 ได้ยอมรับระหว่างการไต่สวนในชั้นศาลเองว่า หากเห็นเอกสารใบผ่อนผันที่ลงนามโดย พ.ต.ไพโรจน์ แก้ววงศ์ และใบ สด.20 ผลการตรวจสอบก็อาจจะเปลี่ยนแปลงไปได้

แล้วที่ระบุมีการใช้เอกสารเท็จนั้น เรื่องนี้เคยมีการทำเรื่องร้องเรียนไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในปี 53 โดยทาง ป.ป.ช.มีหนังสือยืนยันว่า ไม่มีความผิด ไม่สามารถถอดยศได้

ส่วนกรณีที่นายกมลยังท้าทายให้ชี้แจงผ่านสื่อทีวีนั้น นายศิริโชคกล่าวรับคำท้าว่า ตนพร้อมที่จะชี้แจงกับทุกคน แต่ก็เป็นห่วงแทนนายกมลที่จะเอาข้อเท็จจริงที่อยู่ในขั้นการพิจารณาของศาล ออกมาพูด เพราะอาจเข้าข่ายหมิ่นอำนาจศาลได้

ซึ่งทางทนายของนายอภิสิทธิ์กำลังพิจารณาว่า จะดำเนินคดีกับนายกมลหรือไม่ แต่ถ้าไม่กลัวก็ขอให้ดำเนินการต่อไป" นายศิริโชค กล่าว

สำหรับศึกวิวาทะคู่นี้ ถือว่าเกมทันกัน คู่คี่สูสี ก้ำกึ่งกันแบบหายใจรดต้นคอ...เป็นที่น่าติดตามว่า สุดท้ายจะจบลงที่ใด ใครต้องไปกราบเท้างามๆ 3 ที อย่างที่ท้าทายกันหรือไม่? ล่าสุดนายศิริโชค ระบุออกมาแล้วว่า ตนเองอายุน้อยกว่านายกมลมาก นายกมลไม่ต้องมากราบเท้าตน ไม่ขอรับ  

แต่ที่ดูเพลี่ยงพล้ำในศึกการสัประยุทธ์นาทีนี้มากที่สุด กลับไม่ใช่นายอภิสิทธิ์ ผู้ถูกกล่าวหา หรือจะเป็น นายศิริโชค โสภา หรือแม้แต่นายกมล บันไดเพชร แต่กลับกลายเป็นเจ้ากระทรวงกลาโหม พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต แทน

เนื่องจากตอนแรกมีข่าว พล.อ.อ.สุกำพล นัดสื่อมวลชน แถลง กรณีหลักฐานหนีทหารของนายอภิสิทธิ์  ที่กระทรวงกลาโหม ในเวลา 15.00 น. (24 ก.ค.) ข่าวที่ออกมาเหมือนกับมีหลักฐานชัดเจนว่า นายอภิสิทธิ์มีความผิด ดิ้นไม่หลุดอย่างแน่นอน ต้องยอมจำนนในหลักฐานของกระทรวงกลาโหมที่ถูกส่งมาจากกองทัพบก (ทบ.) ซึ่งมีการตรวจสอบกันมาเป็นอย่างดีแล้ว แต่พอถึงเวลา เจ้ากระทรวงจู่ๆ ก็ดันทำตัวเป็นนินจา หลบหายเข้ากลีบเมฆจนต้องยกเลิกการแถลงข่าวไปดื้อๆ ซะอย่างนั้น ทำ พล.อ.อ.สุกำพล เสียรังวัดไปไม่น้อย

ยิ่งเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า เรื่องนี้จบไปนานแล้วตั้งแต่ปี 2542 ซึ่งกองทัพบกได้รายงานเรื่องนี้ให้กระทรวงกลาโหมรับทราบแล้ว เนื่องจากคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ปี 2542 สรุปว่าไม่มีมูล แต่ถ้าครั้งนี้จะมีมูลก็ว่ากันไป ซึ่งหากเป็นนโยบายที่จะให้รื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ กองทัพบกก็พร้อมให้ความร่วมมือ ซึ่งเอกสารทั้งหมด จเรกองทัพบกได้ส่งให้กระทรวงกลาโหมทั้งหมดแล้ว พร้อมฝากว่าอย่าเอาตนไปทะเลาะกับผู้บังคับบัญชา ก็ชัดเจนเรื่องมันก็น่าจะจบ

แต่นี่มาอีกแล้ว พล.อ.อ.สุกำพล รมว.กลาโหม เผย จะแถลงในวันศุกร์ 27 ก.ค.(วันนี้) เวลา 11 โมง ที่กระทรวงกลาโหมว่า แท้จริง "มาร์ค" หนีทหารหรือไม่?

 

"ตนจะแถลงชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลทั้งหมดให้สื่อมวลชนรับทราบอีกครั้งหนึ่ง เพราะขณะนี้สังคมอยากทราบว่าเป็นอย่างไร แต่ขณะนี้ตนยังไม่ทราบว่า เจ้าหน้าที่จะมีการเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ซึ่งตนจะแถลงในส่วนของตนเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับกระแสข่าวว่า ตนไปช่วยคดีในศาล เพราะเป็นคนละเรื่องกัน อย่าไปโยงกัน อย่าไปคิดว่า หรือนึกว่าอยู่เรื่อย ตนจะยืนยันเรื่องนี้อย่างไร

ขอให้รอฟังคำตอบในวันที่ 27 ก.ค.(วันนี้) รอวันศุกร์แถลงทีเดียว และตนจะตอบเรื่องนี้เรื่องเดียว ซึ่งตนจะนำเจ้าหน้าที่ส่วนต่างๆ มาชี้แจงเนื่องจากรายละเอียดมีมาก ส่วนตนจะชี้แจงในภาพใหญ่ แต่รายละเอียดคงต้องให้เจ้าหน้าที่ชี้แจง เพราะตนไม่ได้จบทางด้านสัสดี ทั้งนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องเชิญผบ.ทบ.มาร่วมชี้แจง" รมว.กลาโหม กล่าว

ความจริงมันไม่น่าจะมีอะไร ถ้า พล.อ.อ.สุกำพล จะออกมาแถลงข่าวตามปกติ มีหลักฐานเด็ดอะไรก็แสดงออกมา เพราะประชาชนทุกคนก็คงอยากทราบข้อเท็จจริงว่า ตกลงแล้วนายอภิสิทธิ์กระทำความผิด กรณีหนีทหาร และใช้เอกสารปลอมทางราชการสมัครเป็นอาจารย์ ร.ร.นายร้อย จปร.หรือไม่?

แต่ที่ผ่านมาใครๆ ก็สังเกตเห็นว่า พล.อ.อ.สุกำพล เหมือนกับมีอาการ ชักเข้าชักออก หรือเหมือนถูกใครมาบังคับต้อนแบบไม่เต็มใจ กล้าๆ กลัวๆ อะไรก็ไม่ทราบ ประกอบกับมีกระแสข่าวระบุออกมาว่า ที่เจ้ากระทรวงกลาโหมต้องออกมาแถลงข่าวกรณีอภิสิทธิ์หนีทหาร เนื่องจากเบื้องหลังมีฝ่ายการเมือง ขอร้องให้ดำเนินการ ถึงแม้ พล.อ.อ.สุกำพล ก็ทราบว่า เรื่องดังกล่าวมันจบลงไปตั้งนานแล้วตามที่ ผบ.ทบ.ระบุ อาการก็เลยออกมาอย่างที่เห็น

แล้วก็ยิ่งช่วยไม่ได้ที่ พล.อ.อ.สุกำพล ออกมายอมรับเองว่า บินไปหา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ฮ่องกง เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาก่อนแล้ว เพราะเป็นวันเกิดเพื่อน เลยนัดไปกินข้าว แต่ยังปัดไม่ได้คุยเรื่องปรับ ครม.หรือตำแหน่งจะได้นั่งเป็น รมว.กห ต่อหรือไม่?

 

ช่วยไม่ได้ที่ฝ่ายตรงข้าม จะคิด เชื่อ และตั้งข้อสังเกตว่าที่ พล.อ.อ.สุกำพล เคลื่อนไหวในเรื่องดังกล่าว เพราะได้รับคำสั่งมาจากคนแดนไกล และฝ่ายการเมืองในพรรคเพื่อไทย อย่างที่มีข่าวก่อนหน้า ทางหนึ่งเพื่อช่วยกลบข่าวการบริหารงานล้มเหลวของรัฐบาลที่ผ่านมา

อีกทางคือช่วยเหลือ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ที่กำลังถูกศาลพิจารณาคดีที่ นายอภิสิทธิ์ฟ้องหมิ่นประมาทกล่าวหาหนีทหาร นายจตุพร อย่างที่พรรคฝ่ายค้านออกมาให้ข่าวและตั้งข้อสงสัย ไม่นับรวมอาจเป็นความพยายามรักษาเก้าอี้ในครม.ยิ่งลักษณ์ของตัวเอง ของ พล.อ.อ.สุกำพลเอาไว้ให้ได้ หลังกระแสการปรับครม.แรงมากขึ้นในช่วงนี้

ดังนั้นวันนี้(ศุกร์ที่27 ก.ค.) จึงอาจเป็นวันชี้ชะตาความเป็นความตายทางการเมือง ของ พล.อ.อ.สุกำพล ก็เป็นได้ หากการนัดสื่อมวลชนแถลงข่าว กรณีอภิสิทธิ์หนีทหารหรือไม่? แล้วกลับกลายเป็น "ไม่มีอะไรในก่อไผ่" หรือเกิด "เบี้ยวนัด" อีกเป็นคำรบที่ 2...

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement