advertisement

ศาลอุธรณ์ สั่งจำคุก'เทพเทือก'4 เดือน รอลงอาญา1ปี คดีหมิ่น'หมอมิ้ง'

โดย ทีมข่าวการเมือง 24 ก.ค. 2555 12:33

ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ จำคุก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ 4 เดือนปรับ 2 พันบาท แต่รอลงอาญา 1 ปี ฐานหมิ่นประมาท นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช กรณีกล่าวหาจ้างพรรคเล็กลงเลือกตั้ง... 

วันนี้ (24 ก.ค.) ที่ห้องพิจารณาคดี 909 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่ นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.พรรคประธิปัตย์ และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา

จากกรณีเมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2549 นายสุเทพ และนายองอาจ ได้ร่วมกันแถลงข่าว ที่พรรคประชาธิปัตย์ โดยกล่าวในทำนองว่า พรรคไทยรักไทย ทุจริตการเลือกตั้ง โดยจ้างพรรคเล็กลงสมัคร ทำให้พรรคไทยรักไทยได้รับความเสียหาย โดยโจทก์นำสืบว่า นายสุเทพ จำเลยที่ 3 แถลงข่าวในที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์ จำเลยที่ 1, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จำเลยที่ 2 และ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ จำเลย4 ต้องร่วมกันรับผิดฐานหมิ่นประมาทไปด้วย อีกทั้งการที่คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยที่305/2550 ที่สั่งยุบพรรคไทยรักไทยนั้น ก็ไม่มีข้อความระบุถึงตัวโจทก์

ขณะที่นายสุเทพ จำเลยที่3 ต่อสู้คดีว่าไม่มีเจตนาใส่ความโจทก์ และจำเลยที่ 1, 2 และ 4 ต่อสู้คดีว่า ไม่ได้มีการกระทำผิดตามฟ้องของโจทก์ขอให้ยกฟ้อง

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การแถลงข่าวของจำเลยที่ 3 มิได้แต่งเรื่องราวอันเป็นเท็จ แต่ได้รับฟังมาจากนายชวการ โตสวัสดิ์ หนึ่งในผู้เดินทางมาพบผู้บริหารพรรคไทยรักไทย ว่า ผู้บริหารพรรคไทยรักไทยและโจทก์ ร่วมกันส่งคนไปเลือกตั้งและให้เงินกับแก้ไขข้อมูลในคณะกรรมการการเลือกตั้ง ใช้อิทธิพลครอบงำบุคคลต่างๆ

โดย นายชวการ อ้างว่าได้ยินคำว่า "หมอมิ้ง" และ "ให้เงินจ้างพรรคเล็กเข้าเลืองตั้ง" กับคำว่า "เป็นคนสายตรงกับหมอมิ้ง" พร้อมกับนายชวการ ยอมให้จำเลยที่ 3 อัดภาพวีซีดีการให้ข้อมูลดังกล่าวไว้ด้วย ซึ่งคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลย

ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การแถลงข่าวของจำเลยที่ 3 ไม่น่าเชื่อว่า กระทำไปโดยสุจริตใจ โดยสำคัญผิดหรือมูลเหตุอันควรเชื่อโดยสุจริตใจว่า โจทก์มีส่วนร่วมกับการกระทำผิดของ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา และนายพงศ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ตามคำกล่าวอ้างของ นายชวการ โตสวัสดิ์ แม้จำเลยที่ 3 มีสิทธิ์จะแถลงข่าวและแสดงความคิดเห็นได้ เพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ หรือที่จำเลยเกี่ยวข้องมีส่วนได้เสีย ตามครรลอง แต่จำเลยที่ 3 ก็ต้องแถลงข้อเท็จจริงด้วยความระมัดระวัง และโดยสุจริตใจ ไม่ให้เกิดความเสียหายแกผู้หนึ่งผู้ใด โดยการกรองข่าวหรือวิเคราะห์ข่าวให้แน่นอนก่อนแถลงข่าวว่าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโจทก์ เป็นดังคำกล่าวอ้างของ นายชวการ จริงหรือไม่

ทั้งจำเลย ที่ 3 มีตำแหน่งเป็นถึงเลขาฯ พรรคการเมืองใหญ่ จึงต้องกระทำโดยความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น การกระทำของจำเลยที่ 3 ในการแถลงข่าวเกี่ยวกับโจทก์ว่า ร่วมกระทำผิดในการจ้างผู้สมัครพรรคการเมืองขนาดเล็ก ให้ลงแข่งขันกับพรรคไทยรักไทยและร่วมกันแก้ไขข้อมูลเพิ่มรายชื่อผู้สมัครลงในฐานข้อมูล ของคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. โดยทุจริต ย่อมทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ถูกดูหมิ่นเกลียดชังว่าเป็นนักการเมืองที่กระทำผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง อันเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ โดยการโฆษณา

ส่วนปัญหาว่า พรรคประชาธิปัตย์ จำเลยที่ 1 นายอภิสิทธิ์ จำเลยที่ 2 และนายองอาจ จำเลยที่ 4 ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 3 ด้วยหรือไม่นั้น เห็นว่าขณะจำเลยที่ 3 แถลงข่าว ที่พรรคประชาธิปัตย์ จำเลยที่ 1 นั้น นายอภิสิทธิ์ จำเลยที่ 2 ในฐานะหัวหน้าพรรคไม่ได้นั่งแถลงข่าวด้วย ขณะที่นายองอาจ จำเลยที่ 4 ในฐานะโฆษกพรรค นั่งอยู่ด้วย แต่ไม่ได้ร่วมแถลงข่าวแต่อย่างใด พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักไม่เพียงพอ

นอกจากนี้ โจทก์ไม่ได้นำสืบให้เห็นแน่ชัดว่า จำเลยทั้งสาม ดังกล่าวมีส่วนร่วมกระทำผิดอย่างไร ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นควรพิพากษาแก้ว่า จำเลย 3 มีความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.328 จำคุก 6 เดือน ปรับ 3 พันบาท ทางนำสืบของจำเลยที่ 3 เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 4 เดือน ปรับ 2 พันบาท โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้มีกำหนด 1 ปี และให้จำเลยที่ 3 ประกาศคำพิพากษาลงในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ไทยรัฐ และมติชน เป็นเวลา 3 วัน ในหน้า 1 หรือหน้า 3 โดยให้จำเลยที่ 3 เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

 

โหวตข่าวนี้