advertisement

แก้มาตรา309 ล้างผิดทักษิณ อยากลองก็ได้

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.ค. 2555 11:26

น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ระบุรัฐธรรมนูญ ม.309 เหมือนหนามตำใจกลุ่มการเมือง จึงจ้องจะแก้ไขปรับเปลี่ยน เพื่อหวังออกกฎหมายลูก ล้างผิดการกระทำ ท้า อยากเห็น จะมีคนขอแก้จริงหรือไม่...

น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ เปิดเผยไทยรัฐออนไลน์เกี่ยวกับความชัดเจนของหลักเกณฑ์ในการทำประชามติว่า กฎหมายกำหนดเงื่อนไขความสมบูรณ์ของการทำประชามติว่า ต้องมีองค์ประกอบสองข้อ คือ 1.จำนวนผู้มาลงคะแนนออกเสียงทำประชามติ ต้องเกินครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิ์ออกเสียง และเมื่อผ่านองค์ประกอบแรกแล้ว ต้องพิจารณาข้อ 2 คือ การออกเสียงที่จะถือว่าเป็นประชามติต้องเกินครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ หากไม่ครบองค์ประกอบทั้งสองข้อนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นผลสำเร็จ มีเงื่อนบังคับอยู่ 2 ชั้น

ขณะที่เรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น น.ต.ประสงค์ กล่าวต่อด้วยว่า มีกลุ่มนักการเมืองที่มีความต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 309 เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 309 ซึ่งเป็นมาตราสุดท้ายของรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ว่า การกระทำใดๆ ตั้งแต่มีการรัฐประหารเป็นต้นมา และได้ดำเนินการไปแล้ว หรือยังมีการดำเนินการอยู่ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบความผิด ให้ถือว่าเป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะฉะนั้น คดีความการตรวจสอบความผิดต่างๆ การยึดทรัพย์ การเอาผิด ถือว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้ว จะไปออกกฎหมายอื่น เช่น กฎหมายปรองดอง มาแก้ไขลบล้างไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญอยู่สูงกว่ากฎหมาย ส่วนหากจะมีความพยายามแก้ไขมาตรา 309 นั้นก็อยากให้ลองแก้ดูเหมือนกัน

นอกจากนี้ น.ต.ประสงค์ ยังกล่าวอีกว่า ไม่เพียงแต่มาตรา 309 เท่านั้น ที่มีนักการเมืองบางกลุ่มพยายามแก้ไข คือมาตราที่เกี่ยวข้องกับการทำผิดของกรรมการบริหารพรรคการเมือง แล้วจะส่งผลให้พรรคการเมืองต้องมีความผิดถูกยุบไปด้วย ข้อนี้ก็มีกลุ่มการเมืองอยากแก้ไข และอีกข้อคือสิทธิประโยชน์ของนักการเมือง ส.ส. ที่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ห้ามไว้ ไม่ให้ ส.ส.ไปรับตำแหน่งอื่นใด เช่นที่ปรึกษาคนนั้นคนนี้ ข้อนี้ก็มีคนอยากแก้ไขกัน

อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ล่าสุดเพิ่งมีการปรับลดกำลังทหารของทั้งสองฝ่ายนั้น น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า ตนกำลังติดตามความเชื่อมโยงของเหตุการณ์ ตั้งแต่เมื่อครั้งนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตอบรับคำเชิญ นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อย่างไม่สมศักดิ์ศรี และเดินทางไปร่วมประชุมภาคธุรกิจที่ประเทศกัมพูชา โดยตั้งข้อสังเกตว่า การประชุมดังกล่าวอาจมีเรื่องผลประโยชน์แอบแฝงทับซ้อน ในเรื่องทรัพยากรพลังงานที่มีบริษัทเอกชนเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยหลังจากมีการประชุมไม่นาน ก็มีการถอนกำลังทหารระหว่างกันเกิดขึ้นตามมาอีก.

โหวตข่าวนี้