advertisement

เทพไทวอนรัฐอย่าให้ท้ายม็อบกดดันศาลรธน.

โดย ทีมข่าวการเมือง 11 ก.ค. 2555 21:34

เทพไท เสนพงศ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ วอนผู้ใหญ่อย่าให้ท้ายม็อบป่วน แนะเคารพศาล ดักทางหากเกิดเรื่องรัฐตีกรรเชียงหนีแน่ หนุนถอน "ปรองดอง" พ้นสภา ลั่นทำให้จริง...

เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการสร้างกระแสไม่ให้เคารพคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จึงขอให้ทุกฝ่ายเคารพคำตัดสินของศาล ไม่ควรฟันธงอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อประโยชน์ของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทีของผู้ใหญ่ในทางการเมือง เช่น นายบรรหาร ศิลปอาชา และนายเสนาะ เทียนทอง แม้จะมีความปรารถนาดีในฐานะนักการเมืองอาวุโสก็ตาม แต่ท่าทีเหล่านี้มีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกและกระแสสังคม ซึ่งไม่ใช่เคารพเฉพาะคำพูดแต่พฤติกรรมยังมีการให้ท้ายมวลชนเคลื่อนไหว ในขณะนี้กลุ่มที่ต้องจับตามองมากที่สุดคือ มวลชนที่สนับสนุนรัฐบาล เพราะท่าทีแกนนำคือ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรฯ ที่ระบุว่า ศาลคงมีคำวินิจฉัยไปในทางที่ดี ถ้าเป็นไปในทางลบจะประชุมแกนนำเพื่อเคลื่อนไหวมวลชนคนเสื้อแดงนั้นเป็นท่าทีเอาแต่ได้ เป็นการกดดันตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่าต้องมีคำตัดสินที่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายตัว หากเป็นลบจะกดดัน จึงอยากให้ทุกฝ่ายยอมรับกติกาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

นายเทพไท กล่าวต่อว่า เชื่อว่าหลังจากคำตัดสินหากมีความวุ่นวายเกิดขึ้น รัฐบาลก็หนีความรับผิดชอบไม่พ้น โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีแม้จะไม่อยู่ในประเทศวันที่ 13 ก.ค.ก็ตาม การที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ดูแล ซึ่งตนไม่มั่นใจการทำหน้าที่ของ ร.ต.อ.เฉลิม เพราะก่อนหน้านี้เคยพูดว่า จะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นหลังการตัดสินของศาล รวมทั้งระบุว่ามีหลายองค์กรรวมตัวกันไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นท่าทีที่เป็นผลต่อการทำงานของศาล จึงไม่มั่นใจว่าคนที่มีทัศนคติเช่นนี้จะดูแลการทำงานของศาลได้หรือไม่ เนื่องจากมีอคติต่อศาลรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน

นายเทพไท กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ระบุว่าจะมีการชะลอร่าง พ.ร.บ.ปรองดองในสภาออกไปนั้น เรื่องนี้ตนขอสนับสนุนแนวคิดนี้ และขอให้เกิดผลจริงในทางปฏิบัติ เพราะในฐานะประมุขฝ่ายนิติบัญญัติมีช่องทางพูดคุยกับผู้เสนอญัตตินอกรอบได้ เพราะเป็นคนใกล้ชิดคือเป็นคนของรัฐบาลทั้งสิ้น อย่าเลี่ยงบาลี หรือไม่รับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองในอดีต คือการบรรจุวาระ พ.ร.บ.ปรองดองเข้ามาเป็นเรื่องเร่งด่วนจนเกิดปัญหา และยังมีการพูดว่าอยากให้บ้านเมืองสงบก็ต้องทำให้ได้ และไม่เห็นด้วยที่นายสมศักดิ์อ้างว่า คลิปเสียงที่ออกมาเป็นเรื่องส่วนตัวนั้น ฟังไม่ขึ้น เชื่อเรื่องนี้จะกระทบต่อการทำหน้าที่ของนายสมศักดิ์ เมื่อเปิดสมัยประชุมสภาจะมีสมาชิกทวงถามเรื่องการทำหน้าที่ ต้องเปิดโอกาสให้ ส.ส.ได้ซักฟอกนายสมศักดิ์ ก่อนการทำหน้าที่ เพราะเนื้อหาในคลิปไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่พูดถึงการทำงานในสภาและปัญหาที่จะเป็นความเป็นความตายในบ้านเมือง จะอ้างเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ได้

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement