วันพุธที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จำลองโผล่ศาล รธน.วอนชะลอวินิจฉัย

“จำลอง” โผล่ศาลรัฐธรรมนูญ ยื่นเรื่องวอนชะลอการวินิจฉัยแก้รัฐธรรมนูญ ระบุควรรอการไต่สวนของกลุ่มพันธมิตรฯ ก่อน ...

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 11 ก.ค. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกฯ ได้เดินทางมายื่นเรื่องเพิ่มเติมต่อศาลรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับการที่ศาลรัฐธรรมนูญรับ 5 คำร้องและนัดฟังคำวินิจฉัยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ว่าเป็นการล้มล้างการปกครอง ตามมาตรา 68 หรือไม่ โดย พล.ต.จำลอง กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่ครบ 1 เดือน ที่กลุ่มพันธมิตรฯได้ยื่นคำร้องเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยขอให้ถอดถอนสมาชิกรัฐสภา 416 คน ที่ออกเสียงสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ตนขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ ชะลอการวินิจฉัยคำร้องทั้ง 5 คำร้องไว้ก่อน เพื่อรอการไต่สวนคำร้องของกลุ่มพันธมิตรฯ เพราะในคำร้องทั้ง 5 คำร้อง ไม่ได้ระบุหรือบ่งบอกความผิดเป็นรายบุคคล แต่ในคำร้องของกลุ่มพันธมิตรฯ เห็นว่าร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เป็นความผิดรายบุคคล เนื่องจากมี ส.ส. และ ส.ว. รวม 416 คน ได้ลงมติสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ อีกทั้งยังมองว่ากรณีนี้เป็นความผิดทางอาญา และเป็นการเพิ่มอำนาจให้กับคนเพียงคนเดียว คือ ประธานรัฐสภา ให้เป็นผู้ชี้ชะตาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ กลุ่มพันธมิตรฯ จึงต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญชะลอการวินิจฉัยออกไปก่อน เพื่อให้มีการพิจารณาคำร้องของกลุ่มพันธมิตรฯ แล้วจึงมีคำวินิจฉัยออกมาในพร้อมกัน แต่ถ้าหากศาลไม่ชะลอและมีคำวินิจฉัยในวันที่ 13 ก.ค. กลุ่มพันธมิตรฯ จะไม่คัดค้านและไม่ออกมาเคลื่อนไหวกดดันตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นการร้องตามสิทธิรัฐธรรมนูญและทั้งหมดเป็นดุลพินิจของตุลาการศาลฯ จึงไม่ขอก้าวล่วง

ด้าน นายปานเทพ กล่าวว่า คำร้องทั้ง 5 คำร้อง หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยประการใดจะกระทบต่อคำร้องของกลุ่มพันธมิตรฯ โดยตรง ทั้งที่กลุ่มพันธมิตรฯ ยังไม่มีโอกาสขึ้นไต่สวนแม้แต่ปากเดียว ดังนั้นจะนำผลของ 5 คำร้องไปมีผลกระทบโดยไม่มีการไต่สวนคำร้องของกลุ่มพันธมิตรฯ ทำให้ทางกลุ่มพันธมิตรฯ เสียสิทธิ์ และประโยชน์ในการที่ชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งมีความแตกต่างจากคำร้องทั้ง 5 คำร้อง ดังนั้นจึงมาเรียกร้องให้เลื่อนคำวินิจฉัยออกไป เพื่อให้มีการไต่สวนคำร้องของกลุ่มพันธมิตรฯ ให้เสร็จสิ้นก่อน แล้วค่อยมีคำวินิจฉัยออกมาพร้อมๆ กัน.