advertisement

"เจ๊หน่อย"วอนศาลรธน.ยึดหลักกม.ตัดสินอนาคตประเทศ

โดย ทีมข่าวการเมือง 11 ก.ค. 2555 02:38

"สุดารัตน์" วอน ศาลรธน.ยึดหลักกม.-เจตนารมณ์ ระบุคำวินิจฉัยวันศุกร์ 13 ก.ค.ชี้อนาคตประเทศ ก้าวข้าม หรือ ติดหล่ม ความขัดแย้ง ระบุเสียดายตุลาการที่มีส่วนได้เสีย น่าจะแสดงสปิริตก่อนอ่านคำวินิจฉัย  ย้ำไม่ขอรับตำแหน่งรัฐมนตรี...               

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2555 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตสมาชิกบ้านเลขที่ 111 กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เข้าข่ายล้มล้างระบอบการปกครองฯตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่ ว่า ประเทศไทยเดินมาสู่ความบอบช้ำของความขัดแย้งทางการเมืองนับถึงวันนี้ก็ 7 ปีแล้ว ทุกฝ่ายซึ่งมีเป้าหมายแตกต่างกัน แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือ เดือดร้อนเท่าเทียมกันหมด ดังนั้นคิดว่าวันนี้ถึงเวลาแล้วที่คงต้องกลับมาสู่จุดการยึดตัวบทกฎหมาย อย่างแท้จริง โดยเฉพาะที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยวันที่ 13 ก.ค.นี้ ถือเป็นจุดสำคัญของประเทศ ไม่ใช่ว่าพรรคเพื่อไทยจะถูกยุบหรือไม่ถูกยุบแค่นั้น แต่สำคัญว่าเราจะเดินหน้าประเทศก้าวข้ามความขัดแย้งได้อย่างไร นัยของคำพิพากษาครั้งนี้มีมากกว่าจะยุบพรรคการเมืองใด  ซึ่งจะสร้างความไม่สบายใจน้อยเนื้อต่ำใจแก่สมาชิกพรรคกลุ่มหนึ่ง แน่นอน               

“คำตัดสินครั้งสำคัญจะชี้ทิศทางประเทศไทยว่า มีโอกาสที่จะจบปัญหาความขัดแย้งได้หรือไม่ โดยเหตุที่จะจบได้มีทางเดียวต้องใช้กฎหมายอย่างเที่ยงธรรม เที่ยงตรง  และต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ตามบทบัญญัติ หากจะถกเถียงว่าศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจหรือไม่ในการรับคำร้องมา แต่เมื่อรับมาพิจารณาแล้ว ผลการพิจารณาจะยิ่งชี้ทิศทาง จะทำให้ประเทศเดินหน้าหรือจะทำให้ติดหล่มต่อไป จึงฝากความหวังและขอวิงวอนต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่คงไม่ประณามว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีธงหรือไม่มีธง ยุติธรรมหรือไม่ แต่ในฐานะของคนไทยคนหนึ่งรู้สึกว่าประเทศไทยติดหล่มมานานแล้ว ถ้าครั้งนี้ศาลจะทำให้ประเทศไทยเดินหน้าได้ แน่นอนว่าอาจมีคนพอใจหรือไม่พอใจบ้าง แต่หากสามารถอธิบายได้เป็นหลักสากล ไม่ใช่อธิบายได้ตามกฎหมายไทยเท่านั้น ซึ่งตีความแบบนี้ความสงบจะเกิดขึ้นไม่ได้” อดีตสมาชิกบ้านเลขที่ 111 กล่าว

เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่ว่าฝ่ายที่ไม่พอใจผลการตัดสินจะมีปฏิกิริยาอย่างไร คุณหญิงสุดารัตน์  กล่าวว่า เป็นไปได้ที่จะมีความไม่พอใจ แต่หากศาลได้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัดแล้วสังคมจะมองออก แต่หากที่พึ่งสุดท้ายคือศาลไม่ให้ความเป็นธรรมได้เท่ากับบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป ใครจะทำอะไรก็ได้ การจะออกมาสร้างความวุ่นวายอย่างไม่มีเหตุผลจะถูกสังคมประณาม สำหรับความเดือดร้อนของพรรคเพื่อไทยถือว่าน้อยกว่าคนทั้งประเทศอย่างแน่นอน เพราะพรรคถูกยุบก็ตั้งพรรคใหม่ได้ นายกฯก็ไม่เป็นกรรมการบริหารพรรค แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ ปมของความขัดแย้งจะอยู่ไปเรื่อยๆ ในสังคมไทย               

เมื่อถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการมีส่วนได้เสียของตุลาการศาลควรจะถอนตัวจากองค์คณะ อดีตสมาชิกบ้านเลขที่ 111 กล่าวอีกว่า ตรงนี้เป็นปัญหาหนึ่งที่ควรจะถูกหยิบยกก่อนการอ่านคำวินิจฉัย เพราะอะไรที่ไม่เป็นธรรมก็ทำให้เกิดความวุ่นวาย ซึ่งตามหลักกฎหมายมีอยู่แล้วว่าการมีส่วนได้ส่วนเสีย หรือปฏิปักษ์ต่อกันจะไม่ให้มาพิจารณาคดี แม้แต่พนักงานสอบสวนก็ไม่ให้ยุ่งเกี่ยวเพราะจะไม่เกิดความเป็นธรรม ตรงนี้ก็เช่นกันที่ไม่ได้พิจารณาเรื่องนี้ก่อนในฐานะคนไทยก็หวั่นใจ ซึ่งก็รู้สึกเสียดายตุลาการที่รู้ว่าตัวเองมีความเกี่ยวข้องมีส่วนได้ส่วนเสียหรือให้คุณให้โทษกับเรื่องนี้มาก่อนก็น่าแสดงความบริสุทธิ์ใจมาตั้งแต่ต้น จนมาถึงปลายทางแล้ว เมื่อตัดสินออกมาแล้วก็จะมีข้อโต้แย้งก็ไม่มีประโยชน์               

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวด้วยว่า ส่วนการปรับคณะรัฐมนตรี ตนยังยืนยันที่จะไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีใดๆ ในการปรับครม. เพราะตนมีภารกิจที่จะต้องทำคือการบูรณปฏิสังขรณ์สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าให้แล้วเสร็จ โดยหากเข้าไปแล้วการเมืองจะต้องมีเรื่องสาดโคลนกันก็จะทำให้เกิดความเสียหายต่อโครงการดังกล่าวได้ แต่อย่างไรก็ตามแม้ไม่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี แต่หากมีงานที่ต้องการให้ช่วย และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมตนก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ ไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐมนตรีก็ได้.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement