advertisement

แล้ว'เผือกร้อน'ก็ถูกโยนให้มาอยู่ในมือจริงๆจนได้!

โดย ทีมข่าวการเมือง 6 ก.ค. 2555 05:30

ความขัดแย้งประเด็นทางการเมือง ที่ถือว่า ดุ เด็ด เผ็ด มันส์! และร้อนแรงที่สุดในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา  นอกจากกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย เปิดประเด็นพาสื่อมวลชนไปจับบ่อนพนันผิดกฎหมายขนาดใหญ่ ที่ซอยกิ่งเพชร หรือเพชรบุรี ซอย 5 ทั้งยังมีการปูดว่า เชื่อมโยงกับคนในรัฐบาล เป็นเครือญาติของคนใหญ่ที่พำนักอยู่ที่ดูไบ และเป็นพี่สาวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทั้งยังเตรียมนำข้อมูลทั้งหมดไปเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาผู้แทนราษฎร


ถึงขนาดนายชูวิทย์กล้าสาบาน หากข้อมูลที่ตนเปิดขึ้นมาไม่เป็นความจริง ทั้งกรณีที่ซอยกิ่งเพชร มีบ่อนการพนันลักลอบเปิดอยู่ ไปจนถึงกรณีอักษรย่อ "ย" มีสระเอนำหน้า นามสกุล "ช,ว" ขอให้ชีวิตตนเองและครอบครัวประสบกับความวิบัติ ร้อนจนถึงขั้นทั้ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีต้องรีบออกมาแก้ต่างให้เป็นพัลวันแล้ว

อีกเรื่องที่ต้องถือว่าเป็นประเด็นร้อนแรงไม่แพ้กัน และดูท่าว่าน่าจะมาแรงกว่ากรณีแรกเสียอีก เพราะมันเกี่ยวข้อง และส่งผลสะเทือนเลื่อนลั่น กับความเป็นไปของทั้ง 3 อำนาจสูงสุดของประเทศ ทั้งนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ในอนาคตอันใกล้


นั่นก็คือกรณีคลิปเสียงของ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ที่พูดในงานเลี้ยงวันเกิดของตัวเอง ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่แม้แต่คนสนิท อย่างนายวัฒนา เซ่งไพเราะ โฆษกประธานสภาฯ จากที่ตอนแรกปฏิเสธอย่างแข็งขัน ยังต้องกลับมายอมรับกับทีมข่าว "ไทยรัฐออนไลน์"เองจนได้ว่า นายสมศักดิ์ยืนยันแล้วว่า เป็นคลิปเสียงการพูดส่วนตัวกันในครอบครัวของตนเองจริง

พร้อมมีการตั้งข้อสังเกต พูดไปตั้งแต่ 23 มิ.ย.แต่ทำไมเพิ่งเป็นข่าว หวั่นฝ่ายตรงข้ามจ้องโยงการเมือง จุดประเด็นใกล้วันวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่? ที่พรรคฝ่ายค้านจงใจปล่อยออกมา ช่วงที่มีการพิจารณาของคณะตุลาการศาล รธน.กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 291 เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ช่วงนี้พอดิบพอดี


ขนาด นายพินิจ จันทรสมบูรณ์ เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร ยังกล่าวว่า กรณีคลิปเสียงคล้าย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับการเดินเกมแก้ไขรัฐธรรมนูญ และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ มองว่าทิศทางหรือแนวโน้มการลงมติในที่ประชุมน่าจะขึ้นอยู่กับที่สมาชิก และทางคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) มากกว่า ส่วนประธานสภาฯ เป็นผู้ดูแลและควบคุมการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

"ก็ไม่ทราบว่า นายสมศักดิ์มีภารกิจหรือไปปฏิบัติหน้าที่ที่ไหน เมื่อวาน (5 ก.ค.) นายสมศักดิ์ มีวาระงานต้องไปร่วมงานที่โรงแรมดุสิตธานี แต่ก็ไม่ได้ไป คาดว่านายสมศักดิ์อาจจะเกิดความเครียดในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนคำร้องว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าข่ายขัดมาตรา 68 หรือไม่" นายพินิจ กล่าว


แล้วเมื่อวานนี้  นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ทีมทนายความพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้ร้อง ก็ได้นำหลักฐานที่เป็นคลิปเสียงของนายสมศักดิ์ ที่มีความยาว 26 นาที มายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญในระหว่างการนัดไต่สวนฝ่ายผู้ร้องทั้ง 7 คน พร้อมกับนำหลักฐานอื่นๆ มาใช้ประกอบให้คณะตุลาการ รธน.พิจารณา กรณีร่างแก้ไข รธน.ผิดกฎหมาย รธน.มาตรา 68 เป็นการล้มล้างการปกครองหรือไม่?


เรื่องดังกล่าวเมื่อเดินมาถึงขั้นนี้ สำหรับพรรคเพื่อไทยก็คงไม่มีความสำคัญที่ต้องพยายามไปค้นหาข้อเท็จจริงอีกแล้วว่า ตกลงพรรคประชาธิปัตย์เอาคลิปเสียงดังกล่าวมาจากบุคคลใด หรือคนในพรรคเพื่อไทยคนไหนแอบส่งคลิปฯความลับให้ เพื่อนำมาเผยแพร่สู่สาธารณชน หรือข้อสงสัย ภายในรัฐบาลเพื่อไทยอาจมีความขัดแย้งกันจริงหรือไม่ ? ตามที่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ตั้งคำถามเอาไว้ 

แต่สิ่งที่น่าจะสำคัญกว่า คือ (ขุนค้อน) อย่างนายสมศักดิ์ ที่มีฐานะเป็นถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร จะวางตัวทางการเมืองให้มีความ สง่างาม เหมาะสม ในฐานะผู้นำฝ่ายนิติบัญญัติ นับจากนี้อย่างไรต่อไปต่างหาก เพราะต้องยอมรับว่าบุคคลที่มีตำแหน่งเป็นถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร จะต้องมีภาพความเป็นกลางทางการเมืองสูง เนื่องจากถือเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ที่มีหน้าที่สำคัญคือ ควบคุมการออกตัวบทกฎหมายที่จะถูกนำมาใช้กับคนไทยทั้งประเทศ


ดังนั้นจำเป็นที่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า จะไม่ให้ใคร หรือบุคคลใด สามารถที่จะเข้าไปครอบงำ หรือบงการอยู่เบื้องหลังได้  แต่เมื่อมีคลิปเสียงหลุดออกมาเช่นนี้ แล้วยังยอมรับอีกด้วยว่า ได้มีการพูดจริงเสียอีก เครดิตความน่าเชื่อถือในสายตาของพี่น้องประชาชนก็คงต้องลดน้อยถอยลง นี่ไม่นับ ส.ส.ฝ่ายค้าน และ ส.ว.ฝ่ายตรงข้ามที่มองอย่างไร เครดิตนายสมศักดิ์ที่ติดลบอยู่แล้ว ก็จะติดลบหนักยิ่งขึ้น

จากนี้ไปนายสมศักดิ์คงต้องยอมรับความจริงว่า อาจต้องมีตำหนิเสียแล้ว และคงยากลำบากมากขึ้น กับการที่จะหลบให้พ้น ไม่ให้กลายเป็นเป้าถล่มทางการเมือง จากพรรคฝ่ายค้านอย่าง ปชป.และฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล ที่จองกฐินยื่นถอดถอนออกจากตำแหน่งอยู่แล้วอย่างแน่นอน


หากดูสถานการณ์การเมืองของนายสมศักดิ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ก็ช่างคลับคล้ายคลับคลากับเสียงที่อยู่ในคลิป กรณีคนเสียงคล้ายนายสมศักดิ์ ที่ผู้พูดมีการเอ่ยด้วยความรู้สึกที่ภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก กับคนที่รับฟังอยู่ปลายสายโทรศัพท์ทางไกล ซึ่งเชื่อกันว่าคือนายใหญ่ของพรรคเพื่อไทย

 

"แน่ใจ! หรือเสี่ยงเกินไปหรือไม่? ที่จะเอาเผือกร้อนที่ผมอุ้มไว้ไปจากมือของผม เพื่อนำไปให้ขุนเล่นเอง ทั้งเรื่องการแก้ไข รธน. พ.ร.บ.ปรองดอง "


ทั้งหมด สังคมจึงต้องการรอฟังข้อเท็จจริง จากนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ (ขุนค้อน) ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เป็นคนผูกเรื่องนี้เอง จะด้วยความจงใจหรือเกิดผิดพลาดหรือไม่ก็ตาม เชื่อว่าเจ้าตัวจะต้องมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในเวลาใกล้ๆ นี้ ตามที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ และนายนพดล ปัทมะ รวมไปถึงคนในพรรคเพื่อไทย ที่ได้ชิงส่งสัญญาณความถี่แบบเข้มๆ มาถึง และนั่นอาจหมายถึงอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งทางการเมืองของนายสมศักดิ์เองด้วย...ทั้งในด้านดีและด้านร้าย...

 

โหวตข่าวนี้