advertisement

'ณัฐวุฒิ-สามารถ' แทงกั๊กถอนร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 30 มิ.ย. 2555 13:05

"ณัฐวุฒิ" ชี้ต้นเดือนกรกฎาคมบรรยากาศการเมืองชัด รอดูศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้าน "สามารถ แก้วมีชัย" ระบุ พ.ร.บ.ปรองดอง เลื่อนหรือถอน ต้องหารือก่อน พร้อมแนะ คอป.เป็นเจ้าภาพเชิญคนข้างบนล้อมวงคุยหาทางออก

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีการถอนร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ซึ่งตนเองเป็น 1 ในผู้เสนอร่างดังกล่าว หลังจากนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เสนอแนะให้มีการถอนร่างออกจากวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรก่อน เพื่อไม่ให้บรรยากาศทางการเมืองเกิดความตึงเครียด และเสนอให้มีการสานเสวนาหาทางออกว่า ยังไม่ได้รับการประสานจากประธานสภาฯ ส่วนตัวมองว่า หากจะเลื่อนการพิจารณาออกไปสามารถทำได้ แต่การจะถอนร่างออกไปเลย น่าจะต้องมีการหารือกันก่อน เพราะมีร่าง พ.ร.บ.ปรองดองถึง 4 ร่าง เข้าสู่วาระการประชุมสภาฯ หากตนถอน ร่างอื่นยังคงอยู่ ส่วนสถานการณ์ทางการเมืองนั้นเชื่อว่าต้นเดือน ก.ค.จะเห็นความชัดเจนถึงอนาคตหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับคำร้องเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

วันเดียวกัน นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะ 1 ในผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการประสานเรื่องการถอน หรือชะลอการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปรองดองจากประธานสภาฯ เชื่อว่าข่าวที่ปรากฏอาจจะเป็นความคิดส่วนตัวของประธาน ซึ่งเห็นว่าน่าจะให้มีการพูดคุยกันก่อน และต้องถามว่า ทุกวันนี้ยอมรับกันหรือไม่ว่าบ้านเมืองผ่านสภาวะตึงเครียดมามาก ถึงเวลาที่ต้องแก้ไขปัญหานี้หรือไม่ และควรสร้างความปรองดองหรือไม่ ก่อนหน้านี้สถาบันพระปกเกล้ารับหน้าที่ไปพิจารณาแนวทาง จนได้ออกมาเป็นแนวคิดการให้อภัย ถอยคนละก้าว และพบว่าปัญหาที่เกิดมาจากความเห็นทางการเมืองที่ต่างกัน ที่เมื่อนำกฎหมายอาญาปกติมาใช้กับความผิดที่มาจากความขัดแย้งดังกล่าว อาจไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้ จึงเป็นที่มาของการคิดเสนอร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง

นายสามารถ กล่าวต่อว่า ขอเสนอแนะผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ควรจะเสนอร่างฯ ที่คิดว่าเหมาะสมเข้ามาเพื่อเป็นทางออกด้วย ไม่ควรตั้งหน้าตั้งตาค้านโดยไม่เสนอทางออก อีกทางหนึ่งที่ตนมองไว้คือ การถ่วง กับการถอน ซึ่ง 2 แนวทางหลังนี้ต้องอธิบายสังคมให้ได้ว่าซื้อเวลาเพื่ออะไร ต้องชี้แจงประชาชนให้ได้ และคู่ขัดแย้งที่อยู่ระดับบนสำคัญกว่า ดังนั้นหากการเสวนาเกิดขึ้นเฉพาะในระดับประชาชน แม้จะเกิดความเข้าใจแต่ผู้ที่อยู่ข้างบนไม่คุยกันคงไม่เกิดประโยชน์อะไร และเห็นว่าคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ หรือ คอป.น่าจะเป็นเจ้าภาพ พิจารณาหาผู้ร่วมเสวนาพูดคุย โดยพิจารณาเชิญคนที่เกี่ยวข้อง และมีส่วนกำหนดเรื่องราวต่างๆ มาพูดคุยหารือกัน และคิดว่าควรจะหารือให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนก่อนที่จะมีการเปิดสมัยประชุมฯ ครั้งหน้า เพื่อไม่ให้เกิดการชุมนุมปิดล้อมรัฐสภากันอีก อย่างน้อยให้เกิดความชัดเจน เพื่อผู้เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยจะได้ทราบแนวทางการดำเนินการ เพราะหากไม่มีการแจ้งข่าวหรือไม่มีความชัดเจน ต่างฝ่ายที่หนุนเรื่องของตนเองก็คงพร้อมที่จะมากดดันกันอีก

โหวตข่าวนี้