advertisement

'พร้อมไป'รมว.ศธ. ลั่น! 'เมื่อเป็นคนดี อยู่วงการนี้ไม่ได้'

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 28 มิ.ย. 2555 05:30

กลายเป็นประเด็นร้อนระอุ! ขึ้นมาทันตาเห็น เมื่อนายสุชาติ ธาราธำรงเวช เจ้ากระทรวงเสมา ที่จู่ๆ ไม่รู้ไปกิน "ดีหมี หัวใจเสือ" มาจากไหน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ว่า ดูท่าจะรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนอาจส่งผลให้รัฐบาลอยู่ไม่เกินสิ้นปี

“มองว่าการปรับเปลี่ยน ครม.ในช่วงนี้คงทำได้ยาก เพราะช่วงนี้รัฐบาลกำลังมีมรสุมเยอะมาก จนต้องคิดว่าจะดำเนินการทั้งระบบเพื่อให้อยู่ต่อได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นกรณีของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ กรณีที่โดนสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญยื่นถอนประกันคดีก่อการร้าย ปี 2553 ตลอดการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่อาจทำให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) หลายคนถูกถอดถอน และเป็นเหตุให้พรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องถูกยุบพรรค รวมถึงปัญหาการแบ่งแยกสี ก็ยังไม่จบสิ้นลง และดูเหมือนจะรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้รัฐบาลอยู่พ้นสิ้นปีนี้ก็ทำได้ลำบาก” นายสุชาติ กล่าว

ร้อนพอ จนทำให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยอยู่ไม่ได้ ต้องรีบดาหน้าออกมาปฏิเสธกันพัลวัน ไล่มาตั้งแต่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย จนมาถึง นายวราเทพ รัตนากร อดีต รมช.คลัง และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ขุนพลฝั่งธนฯ ของพรรคเพื่อไทย ที่ชิ่งไม่รับมุก รีบโยนให้ไปถามนายสุชาติเอาเอง เหตุใดจึงให้ข่าวเช่นนั้น

ไม่เว้นแม้แต่ขาประจำอย่าง นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกเพื่อไทย และลูกหาบพรรคเพื่อไทย อย่าง นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ ที่ตามออกมาไล่ถล่มนายสุชาติแบบไม่ยั้ง ทั้งยังกล่าวหาจุดไฟเผาตัวเอง เพราะกลัวถูกปรับพ้น ครม. แถมไล่ไปให้พ้นพรรค

ขณะที่ นายสุชาติ ธาราธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ ได้ให้เกียรติกับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ในการโทรศัพท์กลับมาให้สัมภาษณ์พิเศษ แบบเปิดใจ ถึงเหตุผลใดจึงให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไปแบบนั้น โดยยืนยันว่า เป็นการวิเคราะห์การเมืองในมุมมองส่วนตัวเท่านั้น ทั้งนี้ วิเคราะห์ไปโดยสุจริตใจ เป็นไปตามเนื้อผ้า รวมถึงการที่ระบุว่า "มองว่า รมต.กระทรวงใดๆ ก็ถือเป็นผู้ช่วยนายกรัฐมนตรีทั้งสิ้น ต้องดำเนินการตามนโยบายของนายกฯ ฉะนั้น นายกฯ จะเป็นผู้มองเห็นว่าใครเป็นผู้เหมาะสมในเวลาใด ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนครม.ง่ายกว่าการปรับเปลี่ยนข้าราชการประจำที่จะต้องมีเหตุมีผล

ที่ผ่านมา ตนตั้งใจไว้แต่แรกแล้วว่าจะเข้ามาอยู่ในตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ เพียงปีเดียว และคิดว่าได้ทำในเรื่องที่ตั้งใจไว้เกือบหมดแล้ว ตั้งแต่การปฏิรูปความโปร่งใสในการบริหารจัดการงานบุคคล ไม่ให้ถูกเรียกร้องเงินทองในการเข้าสู่วิชาชีพครู และการเข้าสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นในระดับต่างๆ

ขณะที่ยอมรับว่า ส่วนตัวไม่พอใจเป็นอย่างมากกับการพาดหัวข่าวของสื่อมวลชนบางแห่ง ที่ชอบจับเอาคำให้สัมภาษณ์ แต่เป็นคนละตอนไปปะติดปะต่อเอาเอง ซึ่งสื่อมวลชนดังกล่าวทำมาหลายครั้ง มันไม่แฟร์สำหรับตน ทั้งเรื่องนี้ และเรื่องที่กล่าวหาว่าตนร่ำรวยผิดปกติ ที่มีการเสนอข่าวไปก่อนหน้า ที่ระบุว่า ตนเป็นรัฐมนตรีมา 3 ปี ร่ำรวยมีเงินเพิ่มขึ้น 16 ล้านบาทนั้น ความจริงตนและครอบครัวมีเงินเพิ่มขึ้นแค่ 14 ล้านบาท แต่ขอยืนยันว่าเงินที่ได้มาทุกบาททุกสตางค์ได้มาโดยสุจริต ไม่มีการทุจริตอย่างแน่นอน อย่างเงิน 14 ล้านบาทที่เพิ่มขึ้นมา ก็เป็นเพราะได้ซื้อหุ้นเอาไว้ก่อนหน้าตั้งแต่ปี 2551 และมีการขายทำกำไรออกไปอย่างถูกต้อง

นายสุชาติ ยังย้ำอีกว่า ไม่พอใจมาก เรื่องนี้ที่มีการเสนอข่าวออกไป เพราะตนเป็นคนตรงไปตรงมา และที่เข้ามาเป็นรัฐมนตรีก็ไม่เคยไปขอใครเข้ามา ทั้งมั่นใจว่ามีความซื่อสัตย์สุจริต รวมทั้งตั้งใจไว้แล้วว่า หากวันไหนเห็นว่าทำประโยชน์ให้กับประชาชนไม่ได้ ก็คงจะหยุดตัวเองทันทีเช่นกัน

"ขอพูดด้วยความสัตย์จริง ที่ผ่านมาไม่เคยประสงค์ หรือมีเป้าหมายคิดว่าจะมาเป็น รมต.เลย เพราะถ้าไปทำงานด้านอื่นได้เงินมากกว่านี้เยอะ แต่ผมไม่ยอมรับเรื่องที่ถูกใส่ร้ายป้่ายสีนะ และจะพิจารณาฟ้องร้องให้หมด"

ยืนยันที่มาเป็น รมต. มีแต่ยังประโยชน์ให้ผู้อื่น ไม่เคยคิดโกง หรือโยกย้ายใครไม่เป็นธรรม เข้ามาเป็น รมต. ถึง 2 ครั้ง ก็เพื่อยังประโยชน์ให้กับคนยากคนจน  

แต่ส่วนตัว ที่ผ่านมาเห็นว่า สังคมไทยชอบใส่ร้ายป้ายสี หรือสังคมไทยอาจชอบเลือกใครที่คลุมเครือ หรือมีปัญหาเยอะแยะ มาบริหารประเทศ จะเอากันอย่างนั้นหรือ? หากทำกันอย่างนี้ ต่อไปจะไม่มีใครที่ดีีๆ ไม่โกง ที่ตั้งใจเข้ามาบริหารบ้านเมืองแล้ว เป็นคนดีอยู่วงการนี้ไม่ได้

รมว.ศึกษาฯ กล่าวอีกว่า ที่พูดออกมาอย่างนี้ไม่ได้ท้อ แต่วางอุเบกขานานแล้ว ส่วนตัวยังเห็นว่าประเทศไทยยังไม่พร้อมที่จะมีคนดี คนที่ซื่อสัตย์สุจริต เข้ามาทำงานให้ประเทศชาติ

หากถามว่า แสดงว่าได้ตัดสินใจแล้วหากปรับ ครม.ยิ่งลักษณ์ 3 ครั้งนี้ ขึ้นอยู่นายกรัฐมนตรี จะพิจารณาปรับออกจากตำแหน่งหรือไม่ก็ได้ ใช่หรือไม่นั้น นายสุชาติ กล่าวว่า ตนหมดสิทธิ์ไปนานแล้ว ไปดิ้นรนทำไม แต่ถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครมาบอกนะว่าจะถูกปรับออกจากตำแหน่งใน ครม.

"ผมตั้งใจแล้ว ต่อไป เมื่อไม่ทำงานด้านการเมืองแล้ว ก็คงไปทำงานด้านอื่นทั่วๆ ไป ที่มีอยู่มากมาย อย่างบริษัทเอกชน ซึ่งใครก็ทราบว่ามีเงินเดือนมากกว่าตรงนี้"...

ทั้งหมดนี้เป็นคำสัมภาษณ์เพียงส่วนหนึ่ง ที่อยู่ภายในจิตใจของ "สุชาติ ธาราธำรงเวช" เจ้ากระทรวงเสมา ที่ตอนนี้มีกระแสข่าวอย่างหนาหูว่า มีชื่ออาจถูกปรับออกจากตำแหน่ง หากรัฐบาลตัดสินใจเปิดไฟเขียวให้มีการปรับ ครม.ยิ่งลักษณ์ 3 ในระยะเวลาอันใกล้

การเคลื่อนไหวที่ออกมาทั้งหมดของ นายสุชาติ แท้จริงแล้วมีเป้าหมายทางการเมืองอย่างไร แน่นอนคงไม่มีใครทราบข้อเท็จจริง นอกจากเจ้าตัวจะเป็นผู้ไขคำตอบเองว่า ช่วงเวลานี้เพราะสาเหตุใด คนระดับนายสุชาติ ที่มีตำแหน่งเป็นถึง รมว.ศึกษาธิการ จึงต้องตัดสินใจออกมาให้ข่าวในเชิงลบกับรัฐบาลเพื่อไทย ที่ตัวเองสังกัดอยู่เช่นนี้...

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement