advertisement

เหล่าทัพรอรัฐบาลอนุมัติ ใหสหรัฐฯใช้ 'อู่ตะเภา'

โดย 25 มิ.ย. 2555 17:25

เหล่าทัพ รอความชัดเจน รัฐบาล อนุญาต “นาซา” ใช้อู่ตะเภา ผบ.กองเรือยุทธการ ย้ำ ยังไม่มีการขนย้ายยุทโธปกรณ์เข้าพื้นที่ แต่ยอมรับเรือรบ “ลิตโทรัล” ประจำสิงคโปร์ ปีหน้า แสดง “โรดโชว์”

วันที่ 25 มิ.ย. พล.ร.อ.ฆนัท ทองพูล ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายกรัฐมนตรี สั่งให้กองทัพเรือชี้แจงถึงข้อเท็จจริงที่สหรัฐฯ ขนอาวุธยุทโธปกรณ์เข้าพื้นที่สนามบินอู่ตะเภา ว่า ยืนยันว่า ขณะนี้ไม่มีการใช้พื้นที่สนามบินอู่ตะเภา จังหวัดชลบุรี เคลื่อนย้ายอุปกรณ์ขององค์การบริหารการบินและอวกาศสหรัฐฯ หรือ นาซา รวมทั้งอุปกรณ์อื่นๆ ของทางสหรัฐอเมริกาอย่างแน่นอน โดยไม่ได้มีการปิดบัง หรือปกปิดข้อมูล

แต่ในช่วงเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมามีการใช้พื้นที่สนามบินอู่ตะเภา ในการขนย้ายยุทโธปกรณ์ของทางสหรัฐฯ เพื่อใช้ในการฝึกร่วมทางทหารต่อเนื่อง 2 การฝึกคือการฝึกคอบร้าโกลด์ และการฝึกร่วมผสมทางเรือไทย-สหรัฐฯ การัต 2012 ซึ่งการฝึกเสร็จสิ้นไปแล้ว รวมทั้งมีการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ และอากาศยานกลับไปแล้วตามช่วงเวลาการฝึกที่ผ่านมา

“อาจจะเป็นการเข้าใจผิด เพราะช่วงวันที่ 17-25 พ.ค.ที่ผ่านมามีการฝึกร่วมกองทัพเรือ ไทย-สหรัฐฯ ภายใต้รหัสการฝึกกะรัต ซึ่งมีทั้งอากาศยาน เรือยกพลขึ้นบก เรือรบ เรือฟรีเกตของสหรัฐฯ เข้าร่วมฝึกด้วย แต่หลังจากฝึกเสร็จก็ทยอยกลับ ซึ่งใช้เวลาไม่นานนัก ต้องเข้าใจว่าตรงนี้เป็นจุดที่สหรัฐฯ มาแวะพัก เติมน้ำมัน ก่อนเดินทางไปที่อื่นได้ด้วย จึงมีเครื่องบิน และเรือเข้ามาที่อู่ตะเภาเป็นระยะ แต่ไม่ได้มีทุกวัน เรามีเอ็มโอยูในเรื่องการให้เขาใช้สนามบินอยู่ ที่ผ่านมาไม่เคยนอกแผนตามที่แจ้งตารางการบินมา ไม่เช่นนั้น วิทยุการบินก็ต้องแจ้ง ทั้งกองทัพเรือ กองทัพอากาศดูแลอย่างดี ไม่ต้องห่วง” พล.ร.อ.ฆนัท กล่าว

พล.ร.อ.ฆนัท กล่าวอีกว่า ตามที่หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ออกมาระบุว่า สหรัฐฯจะเข้ามาใช้ฐานทัพเก่าในภูมิภาคนี้มากขึ้นนั้น ยังไม่ได้ยินนะ และ สหรัฐฯ ก็ไม่เคยเปรยเรื่องนี้ ส่วนที่ข่าวระบุว่าสหรัฐฯ จะนำเรือรบลิตโทรัล เข้ามานั้น ทราบแต่ว่า ในปีหน้าเรือลำดังกล่าว จะไปที่ประเทศสิงคโปร์ เป็นเรือที่สหรัฐฯ ต่อขึ้นมาใหม่ จึงมาโรดโชว์ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ยังไม่มีเครื่องบินขององค์การนาซ่าเข้ามา ตามที่ระบุตามแผนเดิมที่เขาทำไว้เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. มีเพียงเครื่องบิน โบอิ้ง -737 ที่มาแวะพักเติมน้ำมันเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมาเท่านั้น

พล.ร.อ.ฆนัท กล่าวว่า ไม่หนักใจที่กองทัพเรือต้องชี้แจงเรื่องนี้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะตกลงใจว่าอย่างไร เราไม่สามารถไป Yes หรือ No ได้ เพราะกองทัพเรือมีหน้าที่ประสานข้อมูล และปฏิบัติตามคำสั่งรัฐบาล โดยในฐานะที่ดูแลพื้นที่สนามบินอู่ตะเภา ก็ไม่ได้เตรียมการในเรื่องใดเป็นพิเศษ ซึ่งหากการใช้พื้นที่สนามบินอู่ตะเภา ของนาซา ผ่านขั้นตอนของคณะรัฐมนตรีแล้ว

ในส่วนของสนามบินอู่ตะเภา ก็มีหน้าที่ดูแลอำนวยความสะดวก ตามขั้นตอนการปฏิบัติปกติ โดยไม่เกี่ยวข้องกับการศึกษาวิจัยชั้นบรรยากาศ ของนาซา อย่างไรก็ตาม การที่สหรัฐฯ จะเข้ามาใช้พื้นที่สนามอู่ตะเภา ตามปกติแล้วก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน และประสานมาตามลำดับชั้น หากเป็นเครื่องบินทางทหารก็ต้องประสานตามขั้นตอนของกองทัพ ซึ่งในกรณีของนาซา ซึ่งเป็นหน่วยงานพลเรือนก็ต้องมีขั้นตอนการปฏิบัติในการขอใช้พื้นที่

“สำหรับการเตรียมพื้นที่เพื่อรองรับขนยุทธโธปกรณ์ของนาซาเข้ามาในพื้นที่สนามบินอู่ตะเภานั้น ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ ต้องรอความชัดเจนจากทางรัฐบาลว่าจะอนุมัติหรือไม่อนุมัติ ซึ่งหากเรื่องดังกล่าวเข้า ครม. พรุ่งนี้ (26 มิ.ย.) คิดว่าคงมีความชัดเจน อย่างไรก็ตาม การขนย้ายยุทโธปกรณ์ ทางสหรัฐฯ จะต้องทำเรื่องขออนุญาตอย่างเป็นทางการ ผ่านไปยังกองทัพไทยก่อน จากนั้น กองทัพไทยก็จะแจ้งมายังกองทัพเรืออีกทีในเรื่องการใช้พื้นที่” ผบ.กองเรือยุทธการ กล่าว

เมื่อถามว่า ทางกองทัพเรือ ให้ความมั่นใจกับประชาชนได้หรือไม่ ว่าจะดูแลไม่ให้กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ พล.ร.อ.ฆนัท กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปถามรัฐบาลว่าจะดูแลเรื่องดังกล่าวไม่ให้กระทบต่อความมั่นคงอย่างไร เราเป็นเพียงผู้ใต้บังคับบัญชาและต้องปฏิบัติตามคำสั่ง ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่า จะมีการใช้สนามบินอู่ตะเภา ปฏิบัติภารกิจทางทหารแฝงมานั้น คงเป็นไปไม่ได้ และเป็นเรื่องยากและทุกวันนี้ข้อมูลข่าวสารเข้าถึงง่าย ใครจะทำอะไร ปิดบังไม่ได้หรอก

พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ของสหรัฐอเมริกาได้เผยแพร่บทความ ระบุ กองทัพสหรัฐฯ ให้ความสนใจกลับมาใช้ฐานทัพหลายแห่งในภูมิภาคนี้ ในระหว่างสงครามเวียดนาม อาทิ สนามบินอู่ตะเภา เพื่อปรับปรุงยุทธศาสตร์เอเชียตอบโต้การผงาดขึ้นของสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า ไม่มีข้อคิดเห็นในเรื่องนี้ แต่ยืนยันว่าองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) เป็นองค์กรภาคพลเรือนไม่ได้เกี่ยวข้องโยงใยกองทัพสหรัฐฯ ที่สำคัญนาซาได้ส่งข้อมูลแผนงานชี้แจงมายังกระทรวงการต่างประเทศและผ่านมา

กระทรวงกลาโหม จะเน้นในเรื่องการปฏิบัติการวิจัยชั้นบรรยากาศ โดยประเทศไทยมีพื้นที่อยู่ศูนย์กลางในการตั้งฐานวิจัยง่าย ทั้งนี้ อากาศยานที่จะใช้ทำงาน อาทิ เครื่องบิน ER2 เป็นอากาศยานถูกออกแบบสำรวจชั้นบรรยากาศระยะสูงประมาณ 6 หมื่นกว่าฟุต เพื่อเก็บข้อมูลชั้นบรรยากาศ และเมฆ ส่วนเครื่องบิน DC-8 เป็นอากาศยานโดยสารรุ่นเก่า gulfsteam เป็นอากาศยานโดยสารโดยดัดแปลงให้นักวิทยาศาสตร์ได้มาปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ทางไทยสามารถตรวจสอบเครื่องบินทุกเที่ยวบินได้ทุกครั้งก่อนออกสำรวจชั้นบรรยากาศ

“กองเรือยุทธการได้รายงานว่าขณะนี้ ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ของนาซา ขนของเข้ามาตั้งสถานที่ทำงานเป็นส่วนล่วงหน้า และนาซายังไม่มีการประสานยังอู่ตะเภาเพื่อใช้อากาศยานหรือเรือขนอุปกรณ์ ต่างๆ เข้ามาในประเทศไทยเมื่อไร อย่างไร ทั้งนี้ ตราบใดที่รัฐบาลไทยยังไม่อนุมัติให้นาซา เข้ามาสำรวจชั้นบรรยากาศเจ้าหน้าที่ นาซาจะเข้าทำงานในพื้นที่อู่ตะเภาไม่ได้” โฆษกกระทรวงกลาโหม ระบุ

ด้าน พล.อ.ต.มณฑล สัชฌุกร โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวถึงกรณี รัฐบาลจะให้กองทัพอากาศดูแลในส่วนของอากาศยานขององค์การบริหารการบินและ อวกาศสหรัฐฯ หรือ นาซา ที่จะเข้ามาประจำการที่สนามบินอู่ตะเภา ว่า ขณะนี้ทางกองทัพอากาศกำลังรอความชัดเจนจากรัฐบาล ในการสั่งการ แต่ก็ได้ให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมไว้ก่อน ซึ่งยังไม่ทราบในรายละเอียด เข้าใจว่าจะต้องรอให้เรื่องเข้า ครม.ก่อน จากนั้นทางรัฐบาลคงจะแจ้งมายังกองทัพ

“ ที่มีความกังวลเรื่องอากาศยาน ER2 ที่มีอุปกรณ์จารกรรมข้อมูลนั้น ขณะนี้รายละเอียดยังไม่รู้ว่าอากาศยานที่จะเข้ามาอยู่ในรูปแบบไหน และจะให้ ทอ.ดูอะไรบ้าง ซึ่งรอฟังจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงก็คือ กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว่าจะให้ ทอ.ดูแลอะไร ถ้าเกี่ยวข้องกับแผนการบิน ก็จะมีวิทยุการบินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทั้งนี้ เราพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่งรัฐบาล “ โฆษก ทอ.กล่าว.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement