advertisement

นายกฯตรวจความพร้อมรับมือน้ำท่วม จี้'ประตูพระงาม'ไม่คืบ

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 12 มิ.ย. 2555 21:21

นายกฯ ทัวร์ตรวจการบ้านกลางน้ำสิงห์บุรี-ชัยนาท ดูก่อสร้างประตูพระงามไม่คืบ ต้องขอพึ่งกำลังทหารช่วย ยังการันตีปีนี้ไม่จมน้ำนาน ไม่หวั่นสุโขทัยท่วมแค่ทดสอบระบบ...

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 มิ.ย.  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ ประกอบด้วย นายยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ฯ และนายธีระวงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางไปติดตามการเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ในพื้นที่ปลายน้ำ กลางน้ำ และต้นน้ำ เป็นวันที่สอง โดยคณะของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้แวะตรวจการก่อสร้างประตูระบายน้ำ (ปตร.) พระงามแห่งใหม่ ต.พระงาม อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ที่มีขนาดบานระบายขนาด 6x6 เมตร รวม 3 บาน ระบายน้ำเฉลี่ย 160 ลบ.ม./วินาที ระบายน้ำสูงสุด 302 ลบ.ม./วินาที ใช้งบรวม 145 ล้านบาท กำหนดการแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ค.นี้

ทั้งนี้ สาเหตุที่มีการก่อสร้าง ปตร.พระงามแห่งใหม่ เพราะ ปตร.พระงามเดิม เมื่อปลายปี 2554 ถูกน้ำกัดเซาะ จนเกิดช่องขาด ทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่โดยรอบ จนต้องขอประมาณในการซ่อมแซม ซึ่งหาก ปตร.พระงามแห่งใหม่แล้วเสร็จ จะช่วยป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ อ.พรหมบุรี อ.ท่าช้าง และ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี รวมถึง อ.โพธิ์ทอง อ.วิเศษชัยชาญ และ อ.เมือง จ.อ่างทอง พร้อมทั้งพื้นที่ตอนล่างในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา รวมพื้นที่ 2 แสนไร่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการ ปตร.พระงามบานใหม่ ไม่น่าจะเสร็จตามกำหนดเวลา เพราะยังมีการขุดลอกปรับปรุงพื้นที่ โดยเพิ่งลงเสาเข็มได้ไม่นาน ขณะที่เหล็กเส้นยังพาดกันไปมาพะรุงพะรัง ซึ่งระหว่างนายกฯ ตรวจดูการก่อสร้าง ได้สอบถาม รมว.เกษตรและสหกรณ์ ว่า ปตร.ใน จ.สิงห์บุรี มีทั้งหมดกี่ประตู และการซ่อมแซมก่อสร้างจะเสร็จทันกำหนดหรือไม่ ซึ่งนายธีระรับปากว่าจะเร่งดำเนินการให้ทัน

นอกจากนี้ นายกฯ ยังสอบถามถึงการกำจัดผักตบชวาในคูคลองต่างๆ นายธีระ ตอบว่า ผักตบชวาแพร่พันธ์ุเร็วมาก การกำจัดจึง ต้องแบ่งเป็น 2 ระยะ โดยกรมชลประทานเป็นผู้ดำเนินการ ทำให้นายกฯ สั่งให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบ่งคูคลองรับผิดชอบในการกำจัดผักตบชวาไปให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมช่วยดำเนินการ และให้กระทรวงมหาดไทยประสานท้องถิ่นในการดูแลรักษา

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า จากที่ได้ฟังการชี้แจงของอธิบดีกรมชลประทานรายงานคือประตูระบายน้ำอันเก่านั้น ดำเนินการซ่อมและพร้อมใช้งานแล้ว และได้มีการปรับจุดประตูระบายน้ำใหม่เพื่อรองรับความสูงเพิ่มขึ้น คาดว่าใน 60 วัน คือประมาณเดือน ส.ค. จะแล้วเสร็จ อย่างไรก็ตาม แม้ประตูระบายน้ำใหม่จะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่หากมีปริมาณฝนตกลงมามาก ก็ยังสามารถที่จะช่วยรองรับและระบายน้ำได้ สำหรับปัญหาที่ จ.สุโขทัย เท่าที่ได้รับรายงานวันนี้ เหมือนเป็นเหมือนการทดสอบระบบ และการรองรับน้ำ ในส่วนของประตูหลักๆ นั้น ได้ดำนินการติดตามและดำเนินการซ่อมหมดแล้ว อย่างกรณีของ จ.สุโขทัย ที่เจอปัญหาคันดินขาดนั้นเป็นรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องไปเก็บงาน ในท้องถิ่นอีกที เพราะบางครั้งเราก็ไม่รู้ว่าปริมาณของมวลน้ำที่เข้ามานั้นมีมากน้อยแค่ไหน และคันดินของชาวบ้านจะรับได้หรือไม่ ความเดือดร้อนของชาว จ.สุโขทัย รัฐบาลได้เข้าไปดำเนินการช่วยเหลือ โดยทาง ผวจ.ได้ไปจัดการดูแลเป็นที่เรียบร้อย

ผู้สื่อข่าวถามว่ายืนยันได้หรือไม่ว่าปีนี้น้ำจะไม่มีการท่วมอีก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า ต้องบอกว่านน้ำท่วมในขณะนี้เป็นเรื่องของน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งเกิดจากปริมาณน้ำฝนในแต่ละพื้นที่ ซึ่งการแก้ปัญหารัฐบาลจะทำอย่างดีที่สุด แต่สิ่งที่ยืนยันได้คือ เราจะไม่ปล่อยให้น้ำท่วมขังนาน จะมีการเร่งระบาย จะไม่ท่วมขังนานเหมือนปีที่ผ่านมา เมื่อถามว่าพื้นที่แก้มลิงได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้วหรือยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะสามารถรองรับน้ำได้เท่าไหร่ และต้องใช้พื้นที่จริงเท่าไหร่ เบื้องต้นมีการสำรวจทั้งพื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติ และพื้นที่ของเขตชลประทาน ซึ่งจะมีการจัดสรรในพื้นที่ดังกล่าวก่อน ขณะเดียวกัน จะดูแบบจำลองด้วยว่าปริมาณน้ำจะมีมากน้อยแค่ไหน ถ้าไม่มากเกินพื้นที่นอกเหนือจากแหล่งน้ำธรรมชาติก็ไม่ต้องใช้ ต้องดูปริมาณน้ำฝนในช่วงใกล้ๆ ฤดูฝนก่อน เบื้องต้นมีการสำรวจไว้แล้ว จึงยังไม่มีการประกาศเขตพื้นที่ เมื่อถามว่าการแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดภาคใต้มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ตอบคำถามดังกล่าว ก่อนที่จะเดินเลี่ยงไปตรวจดูสภาพความพร้อม

ด้านนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า เรื่องปัญหาน้ำเหนือที่มีข่าวว่ามีปริมาณน้ำมากในขณะนี้นั้น ยืนยันว่า ปริมาณน้ำยังมาในเกณฑ์ปกติ ที่ จ.สุโขทัย สภาพล่องน้ำยังใช้ได้ดีอยู่ ปริมาณน้ำก็ยังอยู่ต่ำกว่าตะลิ่ง แต่ช่วงที่มีปัญหาเนื่องจากคันของท้องถิ่นขาดทำให้น้ำไหลเข้าไปท่วมพื้นที่ของเกษตรกรเล็กน้อย ยืนยันว่าสถานการณ์ไม่น่าเป็นห่วง ทุกอย่างยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้นบ่อย เนื่องจากคันกั้นน้ำบริเวณดังกล่าวเป็นคันดินเหนียวนั้น ก็ต้องไปดำเนินการให้สมบูรณ์ ทั้งนี้ ยืนยันว่าประตูระบายน้ำที่ จ.สุโขทัย ส่วนใหญ่เสร็จหมดแล้ว ที่เกิดปัญหาเป็นพื้นที่จุดเล็กๆ เท่านั้น

เมื่อถามว่าในส่วนของประตูระบายน้ำบางโฉมศรีนั้นการก่อสร้างแล้วเสร็จหรือยัง อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ประตูระบายน้ำบางโฉมศรี ในส่วนของอาคารเดิมนั้นปรับปรุงแก้ไขเสร็จเรียบร้อยแล้ว 100% สามารถป้องกันน้ำท่วมในปี 2555 ได้ ในส่วนของการก่อสร้างประตูระบายน้ำอันใหม่ ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างใช้เวลา 2 ปี เมื่อถามว่าการปรับระดับน้ำในเขื่อนเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ อธิบดีกรมชลประทาน ตอบว่า ตามนโยบายที่รัฐบาลวางไว้ พร้อมการมอบหมายให้ดูแลเรื่องอุทกภัยปัจจุบันเรามีพื้นที่มากกว่าปีที่ผ่านมา 1,600 ล้าน ลบ.ม. หมายความว่าเรามีพื้นที่รอรับน้ำมากกว่าปีที่แล้ว ส่วนการระบายน้ำก็เป็นการระบายตามสถานการณ์ที่กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งมา ความจริงเหตุการณ์น้ำท่วมวันนี้ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นเหตุน้ำท่วมฉับพลัน เป็นสภาพน้ำหลาก ไม่ใช่น้ำที่เอ่อขึ้นจากแม่น้ำ ถือว่าปริมาณน้ำในแม่น้ำยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมาจากปริมาณน้ำฝนที่หลากลงมา ไม่ใช่น้ำเอ่อขึ้น และเนื่องจากเป็นพื้นที่ลาดชันก็ท่วมไม่นาน ส่วนการบริหารจัดการน้ำในปีนี้เราจะดูตามหลักความสมดุล

จากนั้นเวลา 15.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ไปตรวจโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายางมณี คลองระบายใหญ่แม่น้ำน้อย 2 ปตร.ลำชวด ต.พระงาม อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ห่างจากจุด ปตร.พระงาม ประมาณ 2 กม. โดยมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ข้าราชการ คนเสื้อแดงกว่าร้อยคน มารอให้กำลังใจ บางคนเดินทางมาไกลจาก จ.ลพบุรี ทั้งนี้ ปตร.ลำชวด เป็น ปตร.สำคัญที่ใช้ในการควมคุมปริมาณน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ให้ท่วมพื้นที่ จ.ภาคกลาง ตอนล่าง เนื่องจากมีพื้นที่รับน้ำนองหลัง ปตร.ถึง 1.9 แสนไร่ สามารถตัดปริมาณน้ำได้ถึง 523 ล้าน ลบ.ม. โดยพื้นที่รับน้ำนองจุดนี้ แบ่งเป็นพื้นที่ 10 ทุ่ง ได้แก่ 1. ทุ่งสรรพยา 2. ทุ่งอินทร์บุรี 3. ทุ่งบางกระบือ 4. ทุ่งโรงช้าง 5. ทุ่งชัณสูตร 6. ทุ่งพิกุลทอง 7. ทุ่งไชโย 8. ทุ่งบางพลับ 9. ทุ่งไผ่ดำพัฒนา และ 10. ทุ่งโคกช้าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตรงนี้เป็นแหล่งน้ำใหญ่ที่ต้องบริหารร่วมกัน 3 จังหวัด คือ นครสวรรค์ ชัยนาท และสิงห์บุรี ขอให้กระทรวงมหาดไทยประสานกรมชลประทานร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัด ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มจังหวัดซักซ้อมการเตือนภัย พร้อมชี้แจงข้อมูลกับประชาชนให้เข้าใจ

ต่อมาเวลา 16.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ และคณะ เดินทางต่อไปยังบริเวณริมแม่น้ำน้อย ข้างวัดโพธิ์ชนไก่ ต.ไม้ดัด อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี เพื่อตรวจการขุดลอกแม่น้ำน้อย ทั้งนี้ การขุดลอกดังกล่าวได้ดำเนินการไปได้ 58% คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในสิ้นเดือน ส.ค.นี้ โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ขอเร่งรัดให้ดำเนินการเร็วก่อนกำหนดได้หรือไม่ นายธีระ ชี้แจงว่า ปริมาณดินแบ่งการขุดเป็น 3 ช่วง จะมีปริมาณ 3.1 ล้าน ลบ.ม. โดยใช้เรือขุดมูลดินขึ้นมา ถ้าหน่วยงานของทหารพอจะมีกำลังมาเสริมการทำงานก็ยินดีทำงานร่วมกัน แต่ราคางานของบริษัทที่ดำเนินการคงจะเป็นอีกอัตราหนึ่ง ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ฝากให้ทางกองทัพที่มี พล.อ.ดาวพงษ์ รัตนสุวรรณ รอง ผบ.ทบ. เดินทางมาด้วย รับไปประสานงานช่วยในการขุดลอกอีกทางหนึ่ง

ต่อจากนั้นเวลา 17.00 น. คณะของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินทางไปที่จุดลงเรือหน้าวัดสรรพยา ฝั่งตรงข้ามที่ว่าการอำเภอสรรพยา จ.ชัยนาท เพื่อล่องเรือดูความคืบหน้าการขุดลอกแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงสิงห์บุรี-ชัยนาท โดยจะไปขึ้นเรือที่ท่าเรือที่ทำการเขื่อนเจ้าพระยา แต่ปรากฏว่าพอคณะของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปถึงได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ต้องยกเลิกภารกิจดังกล่าวไปโดยปริยาย ท่ามกลางบรรดาเด็กนักเรียน ครู ข้าราชการ รวมทั้งชาวร่วม 500 คน มายืนรอต้อนรับ ต่างวิ่งหลบฝนกันกระเจิง และผิดหวังไปตามๆ กัน เพราะตั้งตามารอรับนายกฯ ตั้งแต่งช่วงบ่าย ทั้งนี้ คณะของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงได้เปลี่ยนกำหนดการไปที่ที่ทำการเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อชมสาธิตการปฏิบัติการระบบ ซิงเกิล คอมมาน จากทำเนียบรัฐบาล และฟังการบรรยาสรุปการบริหาร flow ของระบบน้ำทั่วประเทศของกรมชลประทานทันที.

 

 

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement