advertisement

ขอมติหักศาลไม่ผ่านสภาฯ พท.หน้าแตก

โดย ทีมข่าวการเมือง 12 มิ.ย. 2555 15:59

เพื่อไทย หน้าแตก ยืมมือ ส.ว.ขอมติหักศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ผ่านสภาฯ ได้เสียงสนับสนุนไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ทำญัตติตกไป ด้าน ปชป.ที่วอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุมสะใจ โผล่หน้ามาร้องเฮ พร้อมปรบมือเยาะเย้ย...

เมื่อเวลา 11.20 น.วันเดียวกัน ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณารับทราบคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ได้รับคำร้องไว้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ต้องเลื่อนการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ในวาระ 3 ออกไปก่อน เป็นการพิจารณาต่อจากที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภาทำหน้าที่ประธานการประชุม

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า "ขอได้แจ้งให้ทราบถึงการใช้ดุลพินิจตัดสินใจลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระที่ 3 เรื่องนี้ผมได้ใช้ความรอบคอบพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ตัดสินใจบนพื้นฐานผลประโยชน์ของประเทศชาติ ยึดหลักปรองดอง ตัดสินใจแล้วว่า ในสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัตินี้ จะไม่มีการลงมติในวาระที่ 3 และจะไม่มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ชัดเจนนะครับ”

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ทราบว่า ครม.มีมติให้ปิดสมัยประชุมในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ การประชุมร่วมรัฐสภาวันนี้ มีเจตนาพิจารณา 6 กรอบ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 และในวันที่ 13-14 มิ.ย. ที่ประชุมสภาฯ จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แค่ 2 ฉบับเท่านั้น เมื่อจบแล้วไม่ต้องมีความจำเป็นพิจารณาเรื่องอื่นอีก รอจนกว่าจะปิดสมัยประชุมถึงว่ากัน ขอให้ดำเนินการตามนี้ ขอให้ที่ประชุมหันหน้ามาคุยกันวันนี้หากจะให้ดี เริ่มต้นที่ดี ถ้าจะไม่มีการอภิปรายเลย จึงขอหารือว่าจะขอปิดอภิปรายรับทราบคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ เพราะได้อภิปรายมามากกว่า 1 วันแล้ว

พท.ว้ากประธานรัฐสภาตัดสินคนเดียว

ขณะที่ นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ขอเคารพในดุลพินิจของประธาน ที่ได้ใช้ดุลพินิจรอบครอบเกี่ยวกับการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระที่ 3 และกฎหมายอื่น แต่เรื่องนี้จะให้ประธานรัฐสภาตัดสินใจคนเดียวไม่ได้ ต้องให้เราร่วมกันเสนอความคิดเห็น จุดที่สำคัญเรื่องพิจารณาคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่จะมีความเห็นอย่างไร เพราะหนังสือที่ศาลรัฐธรรมนูญ ที่ทำถึงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรให้แจ้งประธานรัฐสภา ไม่ทราบเลขาธิการฯ ไปแจ้งว่าอย่างไร หนังสือดังกล่าวเป็นได้ทั้งคำขอ หรือคำสั่ง มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 ท่าน ระบุว่าสั่งประธานรัฐสภาไม่ได้ ต้องทำไปถึงเลขาธิการฯ ทำให้ประธานตัดบทว่า "ขอหารือว่าจะยุติอภิปรายเรื่องนี้ดีหรือไม่"

แต่นายพีรพันธุ์พยายามบอก ต้องหารือในที่ประชุมก่อนตกลงคำสั่งศาล ที่หลายคนเห็นว่าเป็นคำสั่งไม่ชอบ เพราะศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีอำนาจตกลงจะให้รับทราบคำสั่งที่ไม่ชอบใช่หรือไม่ เนื่องจากเป็นห่วงจะเป็นบรรทัดฐานต่อไปในอนาคตได้

“สุนัย”ปั่นใจหนุนประมุขนิติบัญญัติ

ขณะที่ นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ประท้วง นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย ไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของประธาน สถานการณ์ขณะนี้อยู่บรรยากาศที่ดีที่จะปรองดอง และอยู่ในวาระขอความเห็นนี้ ก่อนที่นายพีรพันธุ์จะอภิปรายต้องปิดเรื่องนี้ไปแล้ว ฝ่ายค้านก็อยากให้ปิดสมัยประชุมวันนี้ ครม.มีมติเห็นชอบ ประกาศปิดแล้ว และสัปดาห์ที่ผ่านมา เราก็อภิปรายเรื่องนี้กันมาแล้ว ในโอกาสนี้อยากเสนอให้ปิดการอภิปราย

ยืมมือ ส.ว.เสนอญัตติร้อนเข้าถก

นายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติว่าคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ ถูกหรือผิด ยังไม่มีหน่วยงานใดออกมาชี้ขาด เป็นแค่ข้อสังเกตของบางฝ่าย เราไม่จำเป็นต้องเห็น แต่ยอมรับบทบาทเคารพคำวินิจฉัยของตุลาการ ประธานไม่จำเป็นต้องชี้อะไรถูกหรือผิด ผิดหรือถูก จะเป็นเรื่องที่ชี้ต่อไปในอนาคต หากชี้ว่าตุลาการผิด ก็ต้องรับผิดชอบกันไป หากฟังศาลเราไม่เสียศักดิ์ศรีอะไรเลย วิธีที่ดีที่สุด ต้องเคารพอำนาจซึ่งกันและกัน หากไม่เคารพของฝ่ายอื่น ก็ไม่ใช่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ถือเป็นดุลพินิจของประธาน

ทางด้านประธานในที่ประชุมพยายามเสนอปิดอภิปราย แม้มีรายชื่อผู้ขออภิปรายอีกหลายท่าน แต่ได้มีสมาชิกได้ผลัดเปลี่ยนอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ในที่สุด พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะมุกดาธนพงษ์ ส.ว.มุกดาหาร ได้เสนอญัตติลงมติเห็นด้วยหรือไม่ต่อคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ

“อภิสิทธิ์”ขวางรัฐสภาลงมติแย้งศาล

ทางด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านฯ อภิปรายว่า สมาชิกอภิปรายกันมาพอสมควร ถูกบันทึกในการประชุม หรือส่งรายงานการประชุมไปถึงศาลรัฐธรรมนูญก็ทำได้ แต่ถ้ามีมติในทางหนึ่งทางใด โดยเสนอญัตติขึ้นมา ต้องพิจารณาว่า ที่ประชุมมีอำนาจพิจารณาญัตติอย่างนี้หรือไม่ โดยเฉพาะพิจารณาในสมัยสามัญนิติบัญญัติ ดังนั้น ญัตตินี้เสนอได้หรือไม่ และจะพิจารณาพิจารณาในสมัยสามัญนิติบัญญัติได้หรือไม่

ขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า เห็นด้วยกับผู้นำฝ่ายค้านฯ แต่รัฐธรรมนูญมาตรา 127 กำหนดให้มีข้อเว้นพิจารณาเรื่องอื่นได้ด้วย คะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนเสียงที่มีอยู่ทั้งสองสภา

ด้านนายตวง อันทะไชย ส.ว.สรรหา อภิปรายว่า รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดให้พิจารณาญัตติได้ ในสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ หากลงมติไปจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาในอนาคตได้ อนาคตของประเทศอยู่ในมือของประธาน ท่าทีในช่วงต้นประธานหลีกเลี่ยงจะนำไปสู่ความล้มเหลวแห่งรัฐ ทุกคนเชื่อและปฏิบัติตามกฎหมาย หากเลิกทิศทางนี้แล้วกลับมาเสนอญัตติ ลงมติเห็นด้วยหรือไม่ต่อคำสั่งของศาล จะทำให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปไม่ได้

ปชป.ขู่ไม่ร่วมสังฆกรรม

ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์และประธานวิปฝ่ายค้าน อภิปรายว่า วาระนี้เป็นเรื่องแค่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบ ถือว่าพิจารณาจบสิ้นแล้ว แต่การเสนอญัตติขึ้นมาพิจารณาใหม่ เป็นเรื่องนอกวาระ ดังนั้น ไม่สามารถดำเนินการได้ในสมัยประชุมนี้ ส่วนคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญนั้น เป็นคำสั่งที่ชอบตามกฎหมาย ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ออกคำสั่งตามมาตรา 219 แต่ออกตามมาตรา 68 วรรคสอง มาตรา 213 วรรค 1 และตามข้อบังคับศาลข้อ 4 ประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 264 เป็นคำสั่งที่ถูกต้องและปฏิบัติตาม ต้องเคารพอำนาจซึ่งกันและกัน คำสั่งศาลไม่ได้ส่งผลถึงรัฐสภา แต่ส่งถึงเลขาธิการรัฐสภา เพื่อแจ้งต่อประธานรัฐสภา ทั้งเลขาธิการรัฐสภา ประธานรัฐสภา ถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และ พ.ร.บ.บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ประจำรัฐสภา ระบุชัดเจนเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ชอบของศาล ถือว่าทำผิดกฎหมายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบได้ ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์ จะไม่ขอร่วมลงมติใดๆ พร้อมขอเดินออกจากห้องประชุม และไม่ประสงค์เป็นเครื่องมือในการอ้างมติวันนี้ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล และจะนัดประชุมร่วมประชุมรัฐสภาลงแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระที่ 3 ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งให้ชะลอออกไป หากมีการลงมติวาระที่ 3 ต้องส่งไปให้นายกฯ ที่มีหน้าที่ต้องนำร่างขึ้นทูลเกล้าฯ ภายใน 20 วัน ตั้งแต่รับร่างเป็นการนับ 1 เปิดประตูนำร่างที่มีมลทินนำขึ้นทูลเกล้าฯ

หักดิบ พท.ดีดญัตติร้อนพ้นรัฐสภา

ขณะที่ นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า เหตุผลที่ประธานวิปฝ่ายค้านสมควรที่สุดต้องลงมติ หากจะวอล์กเอาต์ถือเป็นกระบวนการของรัฐสภา แต่ไม่ใช่การขว้างเอกสาร (ใส่ประธาน) แน่นอน ถือเป็นระบบที่ดีที่สุด ในที่สุดประธานในที่ประชุมอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 127 วรรคสี่ มาตรา 136 (5) ขอให้ลงมติญัตติคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญไว้พิจารณา เพื่อลงมติเห็นชอบหรือไม่ตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ

ทางด้านนายอภิสิทธิ์ ผู้นำฝ่ายค้านฯ อภิปรายว่า หากดำเนินการเช่นนี้ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ขอร่วมลงมติ เพราะที่ประชุมไม่สามารถเสนอญัตติขึ้นมาพิจารณาว่าคำสั่งศาลมีผลผูกพันต่อรัฐสภาหรือไม่ ถือเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 127, 136 ขณะที่ประธานในที่ประชุมได้ขอลงมติในเวลา 13.44 น. แต่ได้ขอพักการประชุม 5 นาทีก่อน เพื่อขอปฏิบัติภารกิจส่วนตัว

เมื่อเปิดประชุมประธานได้ขอมติที่ประชุมว่าจะนำญัตติคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ มีผลผูกพันรัฐสภามาพิจารณาในที่ประชุมหรือไม่ ปรากฏว่า ที่ประชุมมีผู้เห็นด้วยแค่ 318 ต่อ 2 งด 2 ไม่ลงคะแนน 3 ถือว่าคะแนนเสียงไม่มากกว่ากึ่งหนึ่ง คือ 323 เสียงจากจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่สองสภา 644 คน ถือว่าที่ประชุมไม่เห็นด้วย ที่จะนำญัตติดังกล่าวขึ้นมาพิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อประธานแจ้งว่าญัตติดังกล่าวตกไป นายบุญยอด สุขถิ่นไท ส.ส.บัญชีราชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ที่โผล่หน้าอยู่ตรงประตูห้องประชุม พร้อมปรบมือและส่งเสียงเฮ ว่าญัตติตกไป ทำให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่อยู่ในห้องประชุมโห่กลับ ทำให้ประธานในที่ประชุมตัดบทให้เข้าสู่การพิจารณา 6 กรอบ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ทันที.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement