advertisement

'ปู' ตั้งเป้าปราบโกง ต้องปลอดซื้อขายตำแหน่ง

โดย 6 มิ.ย. 2555 14:28

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตั้งเป้าปราบคอรัปชันเทียบชั้นสิงคโปร์ ย้ำ ต้องปลอดการซื้อขายตำแหน่ง เน้นการปลูกจิตสำนึกของผู้ที่ทำงานทั้งขบวนการ เพื่อให้อยู่บนค่านิยมที่ถูกต้อง

วันที่ 6 มิ.ย.ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวระหว่างการปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "ยุทธศาสตร์ชาติเพื่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริต" ในงานนิทรรศการ และการสัมมนาผลการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 1 (พ.ศ.2551-2555) ภายใต้แนวคิด "รวมพลังเดินหน้าฝ่าวิกฤติคอรัปชัน" ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมาภาพลักษณ์คอรัปชันของไทยยังอยู่ในคะแนนที่น่าใจหายที่ 3.4 จากคะแนนเต็ม 10 วันนี้ถ้าเทียบความโปร่งใสกับนานาชาติแล้ว ยังมีคะแนนด้อยกว่าสิงคโปร์ และมาเลเซีย หรือถ้าดูเรื่องประสิทธิภาพระบบราชการในปี 2554 โดยบริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงทางการเมือง และเศรษฐกิจ หรือ PERC ที่ผลปรากฏคะแนนของไทยอยู่ที่ 5.25 ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา

ดังนั้นทุกคนต้องร่วมใจกันทำให้ขบวนการคอรัปชันหมดไปหรือลดน้อยลง รัฐบาลได้บรรจุวาระเรื่องนี้เป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา ถ้าเราร่วมกันทำอย่างจริงจัง ทำในหน้าที่ของตนเองช่วยกันสอดส่องไม่ให้เกิดขบวนการนี้ เชื่อว่าขบวนการหรือวงจรนี้จะไม่หวนกลับคืนมา แม้ว่าเป็นสิ่งที่ยากก็ตาม แต่เชื่อว่าด้วยพลังใจของพวกเราจะฝ่าฟันไปได้

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า รัฐบาลได้ประกาศเจตนารมณ์ในการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องยุทธศาสตร์การต่อต้านทุจริตคอรัปชันไปเมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ เพราะเชื่อว่า ถ้าดูจากประเทศที่จัดอยู่ในอันดับปัญหาคอรัปชันน้อยที่สุดอย่างสิงคโปร์ หรือประเทศที่อยู่ในระดับต้นๆนั้นมีวิธีการบริหารส่วนหนึ่งคือ อยู่ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี และมีกฎหมายบังคับใช้อย่างจริงจัง รัฐบาลจึงร่วมมือกับทุกภาคส่วน รวมถึง ป.ป.ช. ทำงานนี้อย่างเข้มแข็งร่วมกัน

โดยยุทธศาสตร์ที่วางไว้ คือ 1.เน้นการปลูกจิตสำนึกและตระหนัก โดยจะร่วมกันปลูกจิตสำนึกในส่วนของผู้ที่ทำงานทั้งขบวนการ เพื่อให้อยู่บนค่านิยมที่ถูกต้อง 2.การพัฒนาองค์กรบนหลักการของความโปร่งใส สุจริต และร่วมกันลดความเสี่ยงของช่องทางที่จะเกิดปัญหาทุจริตคอรัปชัน และที่สำคัญต้องไม่ให้เกิดวัฒนธรรมในการซื้อขายตำแหน่ง 3.การปรับปรุงแก้ไขข้อกฎหมายให้เป็นข้อกฎหมายที่สร้างให้เกิดความโปร่งใส ไม่ใช่ข้อกฎหมายที่จะเพิ่มปัญหาอุปสรรคหรือภาระกับภาคธุรกิจ หรือภาคเอกชน หรือความล่าช้าของขบวนการทำงาน รวมถึงให้มีการตรวจสอบ ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งหน่วยงานในการติดตามการแก้ไขปัญหาทุจริตคอรัปชัน และเปิดหมายเลขฮอตไลน์ ป.ป.ช. 1205

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า รัฐบาลได้วางแนวทางการทำงานต่างๆ โดยได้น้อมนำหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการทำงานที่ต้องระเบิดจากข้างใน โครงการต่างๆ ที่รัฐบาลจะทำในการต่อต้านทุจริตคอรัปชันนั้นอยากให้เกิดจากข้างใน เพราะเชื่อว่าข้างในคือผู้ปฏิบัติ จะรู้ดีที่สุด สามารถบอกได้ถึงจุดความเสี่ยง จุดป้องกัน และจุดที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงาน รัฐบาลจึงได้สรุปยุทธศาสตร์แล้วจัดทำโครงการ 1 หน่วยงาน 1 ข้อเสนอ ให้ส่วนราชการทุกกระทรวง ทุกจังหวัด ทุกหน่วยงานต่างๆ เสนอโครงการจากข้างใน เพื่อจะร่วมกันวางปรับระบบหรือขบวนการใหม่ ให้ลดปัญหาทุจริตคอรัปชันที่กำหนดให้ทำภายใน 30 วัน ซึ่งจะร่วมกันสรุปข้อเสนอทั้งหมด ประมาณสิ้นเดือน ก.ค.นี้

อย่างไรก็ดี ต้องมีการรณรงค์ให้กำลังใจผู้ที่ทำดี ประพฤติดี และมีคุณธรรมในการทำงานให้เกิดเป็นวัฒนธรรมที่ดี และถูกต้อง ดังนั้นรัฐบาลจะทำทั้งในเชิงการรณรงค์ให้มีการแก้ปัญหา และการยกย่องคุณงามความดีของผู้ที่ทำดีควบคู่กันไป

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement