บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“ปชป.” เมินขอโทษ “สมศักดิ์” อ้างไม่จำเป็น

"เทพไท" ยันพรรคประชาธิปัตย์ไม่จำเป็นต้องไปขอโทษประธานสภาฯ รับพฤติกรรมอาจไม่เหมาะสมนัก ท้า “เหวง” ให้รีบฟ้องฐานกบฏ ย้อนนายกฯ เคยให้ความสำคัญร่วมประชุมสภาหรือ ...

วันที่ 31 พ.ค. ที่รัฐสภา นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ขอโทษ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายว่า ไม่มีเหตุผลใดที่คนของพรรคประชาธิปัตย์จะต้องไปกล่าวคำขอโทษต่อประธานสภาฯ เพราะพฤติกรรมของประธานวางตัวไม่เป็นกลาง รวบรัดเพื่อที่จะผลักดันให้ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ... สำเร็จตามใบสั่งของนายใหญ่โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรม ทั้งข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ประธานสภาฯ ต่างหากที่ควรจะมาขอโทษต่อที่ประชุมสภาฯ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน (30 พ.ค.) เพราะเป็นต้นเหตุของความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ถ้าไม่ใช่ประธานสภาฯ ที่ชื่อนายสมศักดิ์ ก็คงจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้ หากพรรคเพื่อไทยจะประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ก็ควรกลับไปประณามประธานสภาฯ ที่เป็นคนของพรรคตัวเองมากกว่า

“พรรคประชาธิปัตย์ขอยืนยันว่า สมาชิกทุกคนได้ใช้ความอดทน อดกลั้นจนสุดความสามารถแล้ว และทราบดีว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจไม่สวยงามนักในสายตาประชาชน แต่ก็จำเป็น เพราะเป็นหนทางสุดท้ายที่จะหยุดยั้งพฤติกรรมแบบนี้ได้” นายเทพไท กล่าว

ส่วนที่ นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เตรียมจะฟ้องร้องว่าการกระทำของพรรคประชาธิปัตย์เข้าข่ายกบฏนั้น นายเทพไท กล่าวว่า อยากให้กลับไปดูประมวลกฎหมายอาญา ว่าการกบฏมีองค์ประกอบความผิดอะไรบ้าง เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานเป็นเรื่องระหว่างประธานสภาฯ กับสมาชิกในสภาฯ ไม่ใช่เป็นการข่มขู่คุกคามใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง หรือให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฐ แต่เป็นเพียงมาตรการภายในที่ประชุมเพื่อยับยั้งไม่ให้มีการทำผิดข้อบังคับ และกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้ พ.ร.บ.ปรองดองออกมาได้ ถ้าจะยื่นฟ้องก็อยากจะให้รีบกระทำโดยเร็ว ไม่ใช่เป็นการออกมาแถลงข่าวเพื่อสร้างกระแสทางการเมืองให้เป็นที่สนใจของพี่น้องประชาชน พรรคประชาธิปัตย์พร้อมจะต่อสู้ในข้อกล่าวหาทุกประการ

นายเทพไท กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีข้อเรียกร้องของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่พูดถึงเหตุการณ์โดยขอให้ทุกฝ่ายเคารพสภาฯ ตนก็อยากจะถามนายกฯ ในฐานะผู้เรียกร้องให้ทุกคนเคารพสภาฯ แต่ตัวนายกฯ เองได้มีจิตสำนึกที่จะเคารพการทำงานของสภาฯ หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาก็เห็นได้ว่านายกฯ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการประชุมสภาฯ แม้แต่น้อย ไม่ว่าการประชุมสภาฯ ในครั้งใด จะมีกฎหมายสำคัญหลายฉบับเข้ามา นายกฯ ก็ไม่เคยให้ความสำคัญ แม้แต่เมื่อวานการพิจารณา พ.ร.บ.ปรองดอง ซึ่งถือเป็นกฎหมายสำคัญฉบับหนึ่ง นายกฯ กลับเดินทางไปร่วมงานพิธีขุดลอกคลอง และกลับบ้านไปพักผ่อนโดยไม่ให้ความสำคัญกับที่ประชุมสภาฯ แต่อย่างใด การที่นายกฯ พยายามบ่ายเบี่ยงและโยนทุกเรื่องให้เป็นเรื่องของสภาฯ นั้น ถือเป็นการปฏิเสธความรับผิดชอบ.