advertisement

พ.ร.บ.ปรองดอง เกมวัดใจ รัฐบาล'ยิ่งลักษณ์'

โดย ทีมข่าวการเมือง 28 พ.ค. 2555 05:30

แล้วการเมืองก็เริ่มทวีความร้อนแรงขึ้นมาอีกจนได้ เมื่อ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ที่ตอนนี้กำลังมีข้อครหาว่า รับงานมาจาก พ.ต.ท.ทักษิณ และรัฐบาล จนได้รับรางวัล เสนอชื่อให้ได้เป็นคณะกรรมาธิการงบประมาณ ปี 56 และอาจได้ดูแล ส.ส. 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในนามพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งคราวหน้า ได้ตัดสินใจยื่นญัตติด่วน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ปรองดองแห่งชาติ พ.ศ...เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 (จากพรรค พท.) ก็รับลูกทันที เปิดเผยว่า  ในฐานะที่เป็นผู้รับผิดชอบงานสภา ก็เห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องเร่งด่วน และได้ตรวจสอบแล้วทุกอย่างดำเนินการอย่างถูกต้อง เลยบรรจุเข้าระเบียบวาระตามปกติ และจะสามารถพิจารณาได้ อาจจะเป็นวันที่ 30-31 พ.ค.

ทั้งนี้ รายละเอียดเบื้องต้นที่เสนอมามีหลักสำคัญประมาณ 3 ข้อ ประกอบด้วย 1.เหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมือง ผู้แสดงออกจะได้รับอานิสงส์จากกฎหมายฉบับนี้ 2.บุคคลที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งปฏิวัติก็จะได้รับอานิสงส์ และ 3.การคืนสิทธิ์การเลือกตั้งให้แก่นักการเมืองที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค ซึ่งรายละเอียดของ พ.ร.บ.ปรองดอง มีทั้งสิ้น 8 มาตรา ในมาตราที่ 7 ไม่ตัดสิทธิ์การฟ้องร้องของบุคคลภายนอก เช่น บุคคลภายนอกไปละเมิดต่อบุคคลอื่น ไม่ตัดสิทธิ์คู่กรณีฟ้องร้อง

แน่นอนว่าการดำเนินการดังกล่าวของพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคแกนนำอย่างเพื่อไทย ถูกทั้งพรรคฝ่ายค้านอย่าง ปชป. ส.ส.-ส.ว. รวมไปถึงนักวิชาการฝ่ายตรงข้ามตั้งป้อมเตรียมคัดค้านอย่างสุดกำลัง เพราะเห็นว่าสุดท้ายก็เป็นความต้องการของรัฐบาลเพื่อไทย ภายใต้การนำของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อเป้าหมายช่วยคนๆ เดียวก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พี่ชายและเป็นนายใหญ่ของพรรคเพื่อไทยและกลุ่มคนเสื้อแดงให้พ้นความผิด หลุดจากคดีที่ดินรัชดาภิเษก สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้

ยิ่งมาดูสาระสำคัญของ ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ...ที่นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา เปิดเผยด้วยแล้ว จะเห็นว่าในมาตรา 5 และมาตรา 4 จะมีผลทําให้คําพิพากษาศาลฎีกาถึงที่สุด 2 คดี ได้แก่ คดียึดทรัพย์ และที่ดินรัชดาฯ สิ้นผลลงทันที

สาระที่น่าสนใจของ พ.ร.บ.ปรองดองดังกล่าว ได้แก่ มาตรา 3 ให้บรรดาการกระทำใดๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมือง ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2548 จนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 หากมีการกระทำใดเป็นความผิดตามกฎหมาย ให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิดต่อไป และให้ผู้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง

มาตรา 4 เมื่อพระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับแล้ว ถ้าผู้กระทำการตามมาตรา 3 อยู่ในระหว่างการสอบสวน ให้ผู้มีอำนาจสอบสวนระงับการสอบสวนผู้นั้น ถ้าอยู่ในระหว่างการฟ้องร้องให้พนักงานอัยการหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องระงับการฟ้องหรือให้ถอนฟ้อง ถ้าผู้นั้นอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดี ถ้าได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิด ถ้าผู้นั้นรับโทษอยู่ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลงและปล่อยตัวผู้นั้น

มาตรา 5 ให้ถือว่าบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการ หรือการปฏิบัติทั้งหลายขององค์กรหรือคณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งโดยประกาศหรือคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อให้เป็นไปตามประกาศหรือคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือคำสั่งของหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งได้ยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549 หรือการดำเนินการ หรือการปฏิบัติทั้งหลายขององค์กร หรือหน่วยงานอื่นใดอันเป็นผลสืบเนื่องจากการดำเนินการหรือการปฏิบัติขององค์กรหรือของคณะบุคคลดังกล่าว มิได้เป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือเป็นผู้กระทำความผิด โดยให้นำความในมาตรา 8 มาใช้บังคับโดยอนุโลม และให้องค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติต่อบุคคลที่ได้รับผลกระทบนั้นให้เป็นไปตามหลักนิติธรรมต่อไป

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=393276824049611&set=p.393276824049611&type=1

 

มาถึงปฏิกิริยาของกลุ่มม็อบต่อต้านหลักตัวเอ้ ขาประจำของ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่นำโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล และ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายพิภพ ธงไชย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ และนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ท่ี่ถึงกับออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ที่ 26 พ.ค. เนื้อหาเรื่องการปฏิรูปประเทศไทย และกำหนดการเคลื่อนไหวให้กลุ่ม พธม.เดินสายให้องค์ความรู้ และ ข้อมูลกับประชาชน เพื่อนำมาสู่ทิศทางการปฏิรูปประเทศไทยอย่างแท้จริงในรูปแบบร่างหลักการปกครองประเทศไทย จำนวน 15 ข้อ เพื่อปฏิรูปประเทศไทยในแนวทางของ กลุ่ม พธม.และให้นำหลักการปกครองดังกล่าวไประดมความคิดเห็นทำประชาพิจารณ์ และปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม พร้อมทั้งให้กลุ่ม พธม.ในแต่ละจังหวัดได้จัดการประชุมและทำประชาพิจารณ์ เพื่อระดมความคิดเห็นเพิ่มเติม

 

 

ทั้งยังมีมติเป็นเอกฉันท์เรื่องการจะเคลื่อนมวลชนเพื่อยื่นหนังสือต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาล เพื่อคัดค้านและขอให้หยุดยั้งและระงับการพิจารณา พ.ร.บ.ปรองดอง โดยมีการนัดหมายกันในวันที่ 30 พ.ค.2555 ที่หน้าลานพระบรมรูปทรงม้าในเวลา 09.00 น.

 

"หากรัฐบาลยังมีท่าทีเพิกเฉยการที่จะดำเนินการดังกล่าว ทางพธม.เอง ก็จะมีการประชุมเพื่อหารือขอความเห็นในการดำเนินการต่อไปอีกครั้ง ขอยืนยันว่า พธม.ไม่ได้มีเจตนาที่จะนิ่งเฉยอย่างแน่นอน" พล.ต.จำลอง กล่าว

 

ด้าน นายสนธิ ลิ้้มทองกุล แกนนำ พธม.คนสำคัญอีกคน ถึงกับประกาศระหว่างการขึ้นเวทีว่าจะขอนำการชุมนุมคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.ปรองดองที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย หากต้องโดนลูกปืนก็ยอม พร้อมขออนุญาตมวลชน ไม่ว่าครั้งนี้จะชนะหรือแพ้ก็จะขอล้างมือออกจากวงการเมืองตลอดไป

 

 

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว.สรรหา อดีตหัวหน้าคณะสำนักงานเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ อดีตประธานคมช.เป็นแกนนำเสนอร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติเข้าสู่สภา ต้องยอมรับว่าด้วยสติปัญญาของตน ไม่เข้าใจถึงเหตุผลกลใดที่ท่านถึงต้องทำ แสดงว่าการกระทำของท่านในอดีตที่ผ่านมาผิด ถึงต้องมาลบล้างด้วยการออกกฎหมาย ดังนั้นถ้าท่านยอมรับว่าตัวเองกระทำความผิดท่านต้องถูกลงโทษ ไม่ใช่มาร่างเป็นกฎหมายลบล้างความผิด การจะออกกฎหมายใดต้องได้รับความเห็นชอบจากทุกฝ่าย แต่สถานการณ์ของชาติขณะนี้ ถามว่ามันปรองดองหรือยัง เชื่อหรือไม่ว่าความสามัคคีกลับคืนมาแล้ว ถ้าเป็นเช่นนั้นตนก็สนับสนุน ต้องค่อยๆ สร้างความเข้าใจ แต่ถ้ายังแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอยู่อย่างนี้ ถึงชื่อ พ.ร.บ.จะปรองดอง แต่มันยิ่งสร้างความขัดแย้งแตกแยก

 

เมื่อถามว่าสมาชิก คมช.คนอื่นรู้สึกผิดหวังกับ พล.อ.สนธิหรือไม่? พล.อ.สมเจตน์ตอบว่า ไม่เข้าใจท่านจริงๆ ว่าตกเป็นเครื่องมือของเขาได้อย่างไร ส่วนตัวเชื่อว่าสมาชิก คมช.คนอื่นก็คงไม่เข้าใจเช่นกัน

“ที่ผ่านมาผมจะหลีกเลี่ยงวิพากษ์วิจารณ์ท่านตลอด เพราะเคยเป็นผู้บังคับบัญชา แต่วันนี้ต้องยอมเสีย ก็ขอพูดว่าถ้าท่านทำให้เกิดความปรองดองสำเร็จอย่างที่ว่าจริง ก็ถือว่าท่านเป็นเซียนเหยียบเมฆแล้ว” พล.อ.สมเจตน์ กล่าว

 

ขณะที่ นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้า ปชป. ถึงกับออกมาจัดหนักเชื่อมั่น หาก พ.ร.บ.ปรองดองเข้าสภาจริง รัฐบาลเหนื่อยแน่ เพราะในความเห็นส่วนตัว นายถาวรเห็นว่ารัฐบาลสุ่มเสี่ยงอาจถึงขั้นปฏิวัติรอบใหม่ได้ เพราะเหมือนเป็นการเรียกแขกคัดค้านต่อต้านมาแบบไม่ได้นัดหมาย อาทิ เสื้อหลากสี กลุ่มสยามสามัคคี ฯลฯ จะเป็นไปในทิศทางใด นายถาวร กล่าวว่า คิดว่าไม่เฉพาะกลุ่มที่คัดค้านในเรื่องนี้เท่านั้นที่จะออกมาต้าน แต่ว่ากลุ่มที่สนับสนุนเอง อย่างกลุ่มคนเสื้อแดงที่รักประชาธิปไตยแท้ๆ หากเห็นว่า พ.ร.บ.ปรองดองนี้นำไปสู่การทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือลบล้างความผิดจากการทุจริตของบุคคลใดบุคคลหนึ่งแล้ว ตนเชื่อว่ากลุ่มคนพวกนี้ก็จะออกมาเคลื่อนไหวเช่นกัน

 

“ขอให้จำคำของผมไว้ว่า ที่ พล.อ.สนธิ รับหน้าที่ดัน พ.ร.บ.ปรองดองในครั้งนี้ ก็เพื่อที่จะเข้าไปมีชื่อเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า และจะได้รับมอบหมายจาก พ.ต.ท.ทักษิณให้ดูแลจังหวัดปัตตานีหรือไม่ อาจจะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมดก็ได้ อีกทั้งเงินที่ใช้ในการหาเสียงในครั้งต่อไปที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะมอบให้ พล.อ.สนธิมาใช้หาเสียงในพื้นที่ ก็คือเงินทุจริต ซึ่งเป็นผลสำเร็จที่เกิดจากการผ่าน พ.ร.บ.ปรองดองในครั้งนี้” นายถาวรกล่าว

จึงต้องจับตาดูสถานการณ์การเมืองนับจากนี้อย่างใกล้ชิดไปว่า จะรุ่มร้อน สุ่มเสี่ยง และรุนแรงมากขึ้นตามลำดับตามที่หลายฝ่ายออกมาทำนายทายทักไว้หรือไม่? สุดท้าย หน้าเสื่อทั้งหมดก็ต้องขึ้นอยู่กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าจะเป็นผู้เข้ามาดับชนวนในประเทศ หรือจะกลายเป็นผู้จุดไฟขึ้นเสียเอง...

โหวตข่าวนี้