advertisement

'มาร์ค'เตือนรัฐ ซ้ำเติมชาวบ้านหากขึ้นภาษี 'vat อีก1%'

โดย 30 เม.ย. 2555 13:36

“มาร์ค” เตือนรัฐซ้ำเติมชาวบ้าน หากขึ้น vat อีก 1%” ยันไม่เห็นด้วย จี้ เร่งออกกฎหมายภาษีที่ดิน ลดเหลื่อมล้ำ ห่วง การเมืองแทรกแซง ธปท.หาก “โกร่ง” คุม

วันที่ 30 เม.ย. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวถึงกรณีที่นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศไทย ( กยอ.) เสนอให้รัฐบาลขยายฐานภาษีด้วยการเพิ่มการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ( vat) อีก 1% ว่า รัฐบาลต้องพิจารณาให้ดี เพราะขณะนี้ปัญหาค่าครองชีพเป็นเรื่องใหญ่ และการที่รัฐบาลยังผลักดันนโยบายด้านพลังงาน ทั้งขึ้นราคาแก๊ส น้ำมัน และค่าไฟ จะกระทบกับเรื่องของเงินเฟ้อและความเชื่อมั่นของประชาชน ทำให้การจับจ่ายใช้สอยได้รีบผลกระทบแน่นอน

หากเลือกจังหวะนี้ในการเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มก็จะเป็นการซ้ำเติมประชาชน และค่าครองชีพโดยตรง และรัฐบาลควรทบทวนความจำเป็นในการใช้จ่ายของรัฐบาลใหม่ เพราะหลายโครงการอาศัยแนวคิดที่บอกว่าป้องกันน้ำท่วมแต่ไปไกลถึงโครงการอื่นๆ อีกมากมาย แม้กระทั่งโครงการที่ยังไม่มีการศึกษาผลกระทบ จึงคิดว่าขณะนี่ยังไม่ใช่จังหวะเวลาที่จะขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่รัฐบาลควรเร่วแก้ปัญหาค่าครองชีพ เงินเฟ้อ และทบทวนการใช้จ่ายของรัฐบาล แต่ถ้ารัฐบาลจะเดินหน้าเรื่องนี้ก็จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อราคาสินค้าให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชนมากขึ้น รวมถึงกดดันเงินเฟ้อ จนอาจอยู่ในภาวะที่ควบคุมไม่ได้ก็จะกระทบเป็นลูกโซ่ไปถึงเสถียรภาพเศรษฐกิจ โดยตรง

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า หากรัฐบาลต้องการหารายได้เพิ่มและคิดให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชน ก็ควรจะเร่งผลักดันกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งในสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรีได้นำกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ แล้ว แต่รัฐบาลปล่อยให้ตกไป และไม่มีนโยบายที่จะผลักดันเรื่องนี้ต่อ ทั้งๆ ที่จะช่วยขยายฐานภาษี และทำให้เกิดความเป็นธรรมต่อระบบการจัดเก็บภาษี ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ แตกต่างจากการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มที่จะเป็นภาระต่อประชาชนทั้งประเทศ ดังนั้น หากรัฐบาลต้องการขยายฐานภาษีก็ควรทำเรื่องภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง เพราะทำได้ทันทีและยังช่วยแก้ปัญหาความเป็นธรรม ซึ่งเป็นเรื่องในเชิงโครงสร้างด้วย อีกทั้งยังไม่มีผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจด้วย

เมื่อถามว่า รัฐบาลถังแตกหรือไม่ จึงพยายามหาวิธีรีดภาษีจากประชาชนเพิ่มทุกทาง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลคิดถึงโครงการจำนวนมาก ในขณะที่การใช้จ่ายทั้งงบกลาง 1.2 แสนล้านเงินน้ำท่วมจากการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาทก็ยังมีปัญหามากในเรื่องการกลั่นกรองโครงการ

ส่วนกรณีที่รัฐบาลมีแนวคิดที่จะนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมาใช้ลงทุน โครงสร้างพื้นฐานว่า เป็นเพราะรัฐบาลมีความคิดแต่จะใช้เงิน แต่ไม่ประเมินภาวะเศรษฐกิจและความจำเป็นของประเทศ แม้ว่าจะมีความจำเป็นต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน แต่ก็ไม่ใช่เงินจำนวนมากมายมหาศาลเท่าที่รัฐบาลกำลังจะดำเนินการ โดยขาดรายละเอียดและพยายามหาเงินโดยผลักภาระให้ประชาชน ทำหลายสิ่งหลายอย่างที่อาจจะกระทบต่อเสถียรภาพภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งตนเห็นว่า รัฐบาลต้องระมัดระวังเรื่องแนวคิดที่จะใช้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศไปลงทุน เพราะรัฐบาลบริหารประเทศจนเกิดภาวะขาดดุล

เมื่อถามว่า อาจมีการเปลี่ยนแปลงประธานธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งมีข่าวว่า นายวีรพงษ์ อาจจะได้ดำรงตำแหน่งนี้และอาจจะกระทบต่อนโยบายการนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมาลงทุนนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนอยากให้การเลือกสรรประธาน ธปท.มีความเป็นอิสระปลอดจากการแทรกแซง ขอให้สนับสนุนคนที่จะรักษาเจตนารมณ์และแนวทางของ ธปท.เอง เพราะประเทศไทยมีความแข็งแกร่งด้านการเงินการคลังมาโดยตลอด มียุคเดียวที่มีปัญหาคือวิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540 ซึ่งเกิดปัญหาเพราะ ธปท.ถูกแทรกแซงจากการเมืองในเรื่องสถาบันการเงิน

ทั้งนี้ กฎหมายปัจจุบันมีการเขียนป้องกันไว้อย่างดีที่สุด แต่ก็ไม่ทราบแนวทางว่า หากรัฐบาลต้องการแทรกแซงจะทำในรูปแบบไหน และถ้ามีการแทรกแซงเลือกคนที่จะตอบสนองความต้องการของตัวเองไปดำรงตำแหน่ง ประธาน ธปท.ก็จะเป็นอันตราย เพราะเราต้องรักษาแนวทางที่จะให้การเงินมีวินัย ถ้ามีแรงกดดันทางการเมืองเข้าไปแทรกแซงนโยบายด้านการเงิน สถาบันการเงิน หรือคิดที่จะใช้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศเพียงอย่างเดียวก็จะเป็นอันตราย

"ประธาน ธปท.จะมีบทบาทสำคัญในระดับหนึ่งเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายร่วมกับกรรมการ นโยบายการเงินและผู้บริหารของ ธปท. และ ธปท.เองก็มีหน้าที่ตามกฎหมายว่า สามารถทำงานร่วมกับรัฐบาลในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับเป้าหมายทางเศรษฐกิจ ร่วมกันไม่มีความจำเป็นที่จะเข้าไปแทรกแซงเพื่อให้ได้บุคคลที่จะมาสนองตอบ ความต้องการของรัฐบาลเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ ตนยังมีความเชื่อมั่นในความเข้มแข็งของผู้บริหาร ธปท. เพราะที่ผ่านมามีความพยายามกดดันหลายครั้งแต่ ธปท.ก็รักษาแนวทางและทำหน้าที่ของตนเอง" นายอภิสิทธิ์ กล่าว...

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement