advertisement

จับตา ครม. ขึ้นเงินเดือน ป.ตรี 1 ม.ค.57

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 เม.ย. 2555 09:14

วาระการประชุม ครม.วันนี้ (10 เม.ย.) ที่น่าสนใจคือ ก.พ. เตรียมชง ครม. แนวทางปรับเงินเดือน ขรก. ปริญญาตรี 15,000 ใน 2 ปี ดีเดย์ 1 ม.ค.57 อัตราแรกบรรจุรับเต็ม 15,000 บาท  1 ม.ค. 56 ยังได้แค่ 13,300 บาท…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ครม.วันที่ 10 เม.ย.นี้ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เสนอให้ ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบการปรับปรุงค่าตอบแทนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ : การปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุและการปรับเงินเดือนชดเชย ภายหลังจากที่มีมติ ครม. เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2555 เห็นชอบให้ปรับเงินเดือนแรกบรรจุตามคุณวุฒิการศึกษา ของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐในปีที่ 1 ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2555 ให้ผู้มีคุณวุฒิตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป ได้รับเงินเดือนแรก บรรจุรวมกับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว จะมีรายได้ไม่น้อยกว่า 15,000 บาท และวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรี ได้รับการปรับรายได้เพิ่มขึ้นตามระดับวุฒิการศึกษาเช่นเดียวกัน รวมทั้งการชดเชยให้ผู้ได้รับผลกระทบ โดยให้มีผลใช้บังคับไปพร้อมกัน 

โดยอนุมัติหลักการให้ใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อการปรับปรุงค่าตอบแทนดังกล่าววงเงิน 18,000 ล้านบาท และได้มอบหมายให้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง ร่วมกับสำนักงาน ก.พ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาการปรับให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายรัฐบาล โดยคำนึงถึงสภาวะเศรษฐกิจและสถานะการเงินการคลังของประเทศและผลกระทบต่อการจ้างงานของเอกชน ซึ่งสำนักงาน ก.พ.ได้มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.พ.แล้ว เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2555

ปรับ 2 ยก 1 ม.ค. 57 ป.ตรี เริ่มต้นหมื่นห้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้แนวทางดำเนินการที่ได้ปรับปรุงใหม่ ในส่วนของข้าราชการพลเรือนสามัญ กำหนดอัตราเงินเดือนแรกบรรจุให้บรรลุเป้าหมาย ตามนโยบายรัฐบาลในอีก 2 ปีถัดไป โดยให้อัตราเงินเดือนแรกบรรจุขั้นต่ำของวุฒิปริญญาตรีในปีที่ 2 (ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2557) เท่ากับ 15,000 บาท ปีที่ 1 (ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2556) เท่ากับ 13,300 บาท วุฒิ ปวส.ปีที่ 2 เท่ากับ 11,500 บาท ปีที่ 1 เท่ากับ 10,200 บาท (วุฒิ ปวส.คงความแตกต่างของเงินเดือนกับวุฒิปริญญาตรี) และวุฒิ ปวช. ปีที่ 2 เท่ากับ 9,400 บาท และปีที่ 1 เท่ากับ 8,300บาท (วุฒิ ปวช.คงความแตกต่างของเงินเดือนกับวุฒิ ปวส.) และกำหนดอัตราเงินเดือนแรกบรรจุขั้นต่อของคุณวุฒิอื่น ให้สอดคล้องกับอัตราความแตกต่างระหว่างคุณวุฒิต่างๆ ที่กำหนดไว้เดิม 

โดยสรุปอัตราค่าตอบแทนแรกบรรจุ เมื่อปรับใหม่ ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2556 วุฒิ ปวช. 8,300 บาท ปวส.10,200 บาท ปริญญาตรี 13,300 บาท ปริญญาโท 16,400 บาท ปริญญาเอก 20,000 บาท และ ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2557 วุฒิ ปวช. 9,400 บาท ปวส. 11,500 บาท ปริญญาตรี 15,000 บาท ปริญญาโท 17,500 บาท ปริญญาเอก 21,000 บาท ทุ่มงบเพิ่ม 1.2 หมื่นล้าน ปรับทั้งระบบ

นอกจากนี้ ให้ปรับเงินเดือนชดเชยให้ผู้ได้รับผลกระทบ 2 ครั้ง ให้มีผลใช้บังคับพร้อมกับการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุในปีที่ 1 และปีที่ 2 โดยปรับเงินเดือนชดเชยให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายผู้เข้ารับราชการ ในตำแหน่งระดับแรกบรรจุก่อนวันที่อัตราเงินเดือนแรกบรรจุ ที่ปรับใหม่มีผลใช้บังคับอย่างน้อย 10 ปี (มีอายุราชการตั้งแต่ 1 วันถึง 10 ปีโดยประมาณ) 

ส่วนข้าราชการประเภทอื่นและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการ งานบุคคลของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภท นำเสนอคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องให้ความเห็นชอบในรายละเอียดการของปรับในแนวทางเดียวกันและนำเสนอ ครม.พิจารณาอนุมัติให้ใช้งบประมาณประจำปี พ.ศ. 2556-2557 ก่อนดำเนินการบังคับใช้ต่อไป คาดว่าจะใช้งบประมาณเพื่อการปรับเงินเดือนแรกบรรจุฯและการปรับเงินเดือนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบของข้าราชการทุกประเภทและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

สำหรับการดำเนินการในปีที่ 1 (ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2556) เพิ่มขึ้นประมาณ 5,010 ล้านบาท และสำหรับการดำเนินการในปีที่ 2 (ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2557) เพิ่มขึ้นประมาณ 7,135 ล้านบาท

พนักงานราชการเฮได้-ขยับขึ้น 20-30%

นอกจากนี้ ทางคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ (คพร.) ยังได้เสนอให้ ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบ การปรับค่าตอบแทนแรกบรรจุและการชดเชยผู้ได้รับผลกระทบของพนักงานราชการโดยกำหนดค่าตอบแทนแรกบรรจุพนักงานราชการกลุ่มทั่วไปบวกเพิ่มอีก 20% จากอัตราแรกบรรจุข้าราชการ ส่วนกลุ่มงานวิชาชีพเฉพาะให้บวก 30% ให้พนักงานราชการ 137,129 คน โดยต้องใช้งบฯ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2556-2557 รวมทั้งสิ้นจำนวน 6,634 ล้านบาท

คปร. ชงเออร์ลี่รีไทร์ ปีสุดท้าย   

ขณะเดียวกัน นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะประธานกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ขอความเห็นชอบดำเนินการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ (โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 (ออกจากราชการ ณ วันที่ 1 ต.ค. 2555) ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของกรอบระยะเวลาที่กำหนดตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2550 ที่เห็นชอบการดำเนินการมาตรการเกษียณก่อนกำหนด ในระยะเวลาดำเนินการ 5 ปีงบประมาณ (พ.ศ.2552-2556) ซึ่งที่ผ่านมามีการดำเนินการไปแล้ว 4 ครั้ง คือ ปีงบประมาณ พ.ศ.2552-2555 โดยมีผู้เข้าร่วมมาตรการฯรวม 83,204 คน

อย่างไรก็ตาม หากจะดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวนี้ในอนาคต จะต้องมีการทบทวนผลการดำเนินการและกำหนดแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมเพื่อเสนอ ครม.พิจารณา 

ทั้งนี้รายละเอียดการดำเนินการในปีงบฯ 2556 ให้เป็นเช่นเดียวกับปีงบฯ 2555 และได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำเงินก้อนดังกล่าว มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เช่นเดียวกับผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ที่เป็นเงินก้อนก่อนวันที่ 1 ม.ค. 2556 และเห็นควรให้กระทรวงศึกษาธิการกำหนดแนวทางหรือแผนการบริหารอัตรากำลัง เพื่อให้การลาออกของข้าราชการครูไม่กระทบต่อประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ของการศึกษาในภาพรวม

ปัดฝุ่นลุยต่อกองทุนกู้ยืมกรอ. เร่งยุบรวมกยศ.

ด้านกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอครม.เกี่ยวกับการดำเนินการโครงการกองทุนเงินกู้เพื่อการศึกษาที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) สำหรับนิสิต นักศึกษาผู้ขอรับทุนรายใหม่ ที่เข้าเรียนชั้นปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 และปีการศึกษาต่อๆ ไปในระดับ ปวท. ปวส. อนุปริญญา ปริญญาตรี ทุกสาขา ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากเคยมีมติครม.เมื่อวันที่ 13 พ.ค.52 เห็นชอบการกู้ยืมสำหรับผู้กู้รายใหม่ที่เข้าเรียนชั้นปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 52 เป็นรุ่นสุดท้ายและให้สิ้นสุดโครงการ กรอ.

ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินโครงการเงินกู้เพื่อการศึกษาที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคตตามนโยบายของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาที่จะลดข้อจำกัดการเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษาชั้นสูง จึงจัดให้มีโครงการ กรอ. โดยให้ผู้กู้เริ่มใช้คืนต่อเมื่อมีรายได้เพียงพอที่จะเลี้ยงตัวได้ พักชำระหนี้แก่ผู้เป็นหนี้ กยศ. ปรับปลี่ยนการชำรหนี้เป็นระบบที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต โดยสามารถให้ทุนแบบต้องใช้คืนแก่นิสิตนักศึกษาใหม่ได้ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2555 เป็นต้นไป ใช้เงินงบประมาณ จำนวน 6,000 ล้านบาทต่อภาคการศึกษา โดยใช้เงินงบประมาณคงเหลือของ กรอ. ซึ่งปัจจุบัน กรอ.มียอดเงินคงเหลือ 6,282.3481 ล้านบาท 

ทั้งนี้ กอ.รายงานว่ากองทุน กรอ.ได้ให้กู้ยืมเรียนไปตั้งแต่ปีการศึกษา 2549-2554 ทั้งสิ้น 315,207 ราย เป็นเงิน 7,800.7683 ล้านบาท มีผู้ครบกำหนดชำระหนี้ 257,886 ราย ซึ่งชำระหนี้งวดแรกในวันที่ 5 ก.ค. 2554 จำนวน 116.4713 ล้านบาท มีผู้มาชำระ 95,000 ราย กองทุนได้รับคืนแล้วทั้งสิ้น 411.9608 ล้านบาท เนื่องจากมีสถานศึกษาคืนเงินเต็มจำนวน ที่ได้กู้ยืมไป

ทั้งนี้ให้ ศธ.โดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาร่วมกับ ก.ค.และสำนักงานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาดำเนินการยกร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการให้ทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนขึ้นใหม่ เพื่อให้การดำเนินงานของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) และกองทุนเงินกู้เพื่อการศึกษาที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) มีความเป็นเอกภาพ

สธ. ขอเพิ่มตำแหน่งใหม่ 2,666 อัตรา  

ส่วนกระทรวงสาธารณสุข ขออนุมัติยกเว้นหลักเกณฑ์และแนวทางการดำเนินการตามมติครม.วันที่ 28 ก.ย.53 เรื่องมาตรการบริหารกำลังคนภาครัฐ (พ.ศ.2552-2556) และขออนุมัติจัดสรรตำแหน่งเพิ่มใหม่ เพื่อบรรจุบุคคลตามคำขอของ สธ.เพื่อบรรจุทุนรัฐบาล 3 สายงานคือ แพทย์ ทันตแพทย์และเภสัชกร จำนวน 2,666 อัตราเป็นการเร่งด่วน ซึ่งคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอ ครม.คณะที่ 1 เห็นควรให้ สธ. นำตำแหน่งว่างของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) จำนวน 521 อัตราไปบรรจุนักเรียนทุนดังกล่าว ที่สำเร็จการศึกษาในปี 2555 ก่อน ส่วนที่เหลือให้จัดสรรตำแหน่งเพิ่มใหม่ 2,145 อัตรา

ทั้งนี้อัตรากำลังใหม่ดังกล่าวให้ สธ.กำหนดเป็นอัตราตรึงไว้ สำหรับการบรรจุนักเรียน ทุนคู่สัญญาเพื่อปฏิบัติงานในสถานบริการสุขภาพในโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและสถานบริการสุขภาพทุกระดับในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และให้ สธ.รายงานการบรรจุแต่งตั้งนักศึกษาคู่สัญญาที่ได้รับการบรรจุในครั้งนี้ไปยังคณะกรรมการกำหนดเป้าหมาย และนโยบายกำลังคนภาครัฐภายในวันที่ 30 เม.ย.2555 ไปดำเนินการด้วย

สม.จี้เลิกข้อห้ามนักโทษเข้ารับราชการ   

ขณะที่ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สม.) ขอให้นำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายของสม. เรื่องสิทธิและเสรีภาพในการประกอบอาชีพ กรณีผู้ที่เคยรับโทษให้จำคุกถูกจำกัดสิทธิในการเข้ารับราชการ เสนอ ครม.ว่า กลุ่มองค์กรที่ใช้ พ.ร.บ.หรือระเบียบที่กำหนดให้การต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเป็นลักษณะต้องห้ามในการเข้ารับราชการโดยไม่มีการกำหนดข้อยกเว้น (องค์การตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2535 ระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการบรรจุ การโอน และการบรรจุกลับเข้ารับราชการ พ.ศ. 2529) ควรมีการพิจารณาทบทวนปรับปรุงและแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายแต่ละฉบับ ให้สอดคล้องกับมิติด้านสิทธิและเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญ ปี 50 และพันธกรณีระหว่างประเทศที่ให้การคุ้มครองและรับรองไว้ โดยไม่เป็นการจำกัดสิทธิของผู้ที่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุด ให้จำคุกในการสมัครสอบเข้ารับราชการ โดยในการกำหนดข้อยกเว้นต้องมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนและมีความเป็นธรรม รวมทั้ง ควรมีการพิจารณาถึงความเหมาะสมในการประกอบอาชีพด้วย

ลุยสร้างเขื่อนแม่วงก์ 1.3 หมื่นล้าน    

กระทรวงเกษตรฯขออนุมัติให้กรมชลประทานเริ่มดำเนินโครงการเขื่อนแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ ใช้เวลาดำเนินโครงการ 8 ปี (ปีงบฯ2555-2562)วงเงิน 13,280.445 ล้านบาท โดยในปีงบฯ2555 จะดำเนินการสำรวจธรณี ปฐพีวิทยา สภาพภูมิประเทศ รังวัด ปักหลักเขต ซึ่งกรมชลประทานจะเจียดจ่ายงบประมาณฯมาใช้เพื่อดำเนินการตามความเหมาะสม และให้ กษ.ร่วมดำเนินการตามแผนปฏิบัติการป้องกันแก้ไขและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและติดตามตรวจสอบผล กระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด และมอบหมายให้สำนักงบประมาณรับไปพิจารณาจัดสรรงบประมาณ เพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามเป้าหมายและระยะเวลาที่กำหนด

ทั้งนี้โครงการเขื่อนแม่วงก์ เป็นโครงการหนึ่งในแผนพัฒนาลุ่มน้ำสะแกกรัง ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 พ.ศ.2525-2529 เนื่องจากพื้นที่บริเวณดังกล่าวประสบปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง และราษฎรมีฐานะยากจน

อย่างไรก็ตาม จะพบได้ว่าหากปริมาณในลำน้ำแม่วงก์ มีมากก็จะส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ในลำน้ำวงก์ จึงทำให้พื้นที่ อ.แม่วงก์ อ.ลาดยาว และ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ รวมถึงพื้นที่บางส่วนของจ.อุทัยธานี และ จ.กำแพงเพชร มักจะประสบปัญหาเรื่องอุทกภัยและภัยแล้งอยู่เป็นประจำ ซึ่งมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปี

โหวตข่าวนี้