ขรก.ไทยลุ้น รับโบนัส 6.8พันล้าน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ขรก.ไทยลุ้น รับโบนัส 6.8พันล้าน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ส.ค. 2552 05:45
5,380 ครั้ง


ก.พ.ร.ดันชงครม.ขอใช้งบเหลือจ่ายของส่วนราชการ พร้อมของบกลางปีงบฯ สมทบ จ่ายเงินรางวัลข้าราชการ 6,835 ล้านบาท ต่อลมหายใจสู้พิษเศรษฐกิจ จ่อ แก้ระเบียบแจกถึงมือขรก.ระดับล่างก่อน ...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 11 ส.ค.นี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จะเสนอให้ ครม. พิจารณาให้ความเห็นชอบการจัดสรรเงินรางวัล สำหรับส่วนราชการจังหวัดและสถาบันอุดมศึกษา ที่มีการจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการ  ประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2552 หรือ เงินโบนัสข้าราชการ ซึ่งต้องใช้งบประมาณ จำนวน 6,835 ล้านบาท โดยให้ใช้เงินงบประมาณเหลือจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2552 ของส่วนราชการ และขอให้จัดสรรเงินสมทบบางส่วน จากเงินงบกลางประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553 โดยระบุเหตุผล เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติราชการ ให้มีประสิทธิภาพ และ ประสิทธิผล โดยไม่ทำให้เกิดภาระผูกพันงบประมาณ ในระยะยาว และเป็นการผ่อนปรนภาระการขึ้นเงินเดือนข้าราชการภายใต้สภาวะวิกฤติเศรษกิจ นอกจากนี้ ยังเป็นการสนับสนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยการใช้จ่ายของข้าราชการและลูกจ้างประจำมากกว่า 1.5 ล้านคนด้วย

นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการ ก.พ.ร. ให้สัมภาษณ์ว่า สืบเนื่องจากในปีงบประมาณพ.ศ.2553 คณะรัฐมนตรี ได้ตัดงบประมาณรายการค่าใช้จ่าย การปรับเงินค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐ ประจำปีงบประมาณพ.ศ. สำหรับการจัดสรรเงินเพิ่มพิเศษ สำหรับผู้บริหาร และเงินรางวัล สำหรับผู้ปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2552 รวม 6,835 ล้านบาท ไปแล้ว เนื่องจาก ภาวะเศรษฐกิจไม่ดี รัฐบาลไม่มีเงินมาจัดสรรให้ แต่ที่ประชุมคณะกรรมการ ก.พ.ร. เมื่อคราวการประชุมวันที่ 30 มิ.ย. 2552 ที่ประชุมมีความเห็นว่าระบบการประเมินผลการปฏิบัติราชการฯ ยังมีความจำเป็นทำให้เกิดการปรับปรุงประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของระบบราชการที่ดีขึ้น การจัดสรรเงินรางวัลข้าราชการ ยังเป็นการเพิ่มขวัญกำลังใจ แก่ข้าราชการทำให้เกิดความพึงพอใจ ปรับปรุงยกระดับคุณภาพการบริการประชาชนให้สูงขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศโดยรวม ซึ่งถ้าไม่มีงบประมาณมาจัดสรรเป็นเงินรางวัลรัฐบาลต้องส่งสัญญาณให้ทราบล่วงหน้า เพราะเมื่อข้าราชการปฏิบัติตามคำรับรองแล้ว ย่อมมีความคาดหวังที่จะได้เงินรางวัลประจำปี

เลขาธิการ ก.พ.ร. กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการ ก.พ.ร. ยังเห็นว่า ในขณะนี้ข้าราชการประเภทอื่น เช่น ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ข้าราชการสังกัดกรุงเทพมหานคร เป็นต้นยังคงได้รับเงินรางวัลประจำปีอยู่ แต่ข้าราชการสังกัดฝ่ายบริหารที่ถือเป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลในยามวิกฤตเศรษฐกิจ หากรัฐบาลงดการจัดสรรเงินรางวัลประจำปี อาจส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติงานได้ จึงเห็นควรเสนอ ครม. พิจารณา จัดสรรเงินรางวัล อีกครั้ง ซึ่งในมาตรา 48 และ 49 ใน พ.ร.ฎ. ว่าด้วยหลักกณฑ์และวีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 กำหนดให้ส่วนราชการมีการติดตามประเมินผลการปฏิบัติราชการ และให้ ก.พ.ร.เสนอ ครม. จัดสรรเพิ่มพิเศษเป็นบำเหน็จความชอบ แก่ส่วนราชการ หรือ ส่วนราชการใช้เงินงบประมาณเหลือจ่ายของส่วนราชการนั้น เพื่อนำมาใช้ปรับปรุงการปฏิบัติงานของส่วนราชการ คือ พัฒนาองค์กร หรือ จัดสรรเป็นเงินรางวัลให้ข้าราชการ ซึ่งทุกปีเราจะใช้การเสนอของบประมาณมาจ่ายเป็นบำเหน็จความชอบพิเศษ แต่ปีนี้ เราเสนอขอใช้เงินเหลือจ่ายจากงบประมาณส่วนราชการ ที่ประหยัดได้จากค่าน้ำค่าไฟ หรือ การประมูลงานต่างๆ และที่เหลือขอสมทบจากงบกลางปีงบฯ

นายทศพร กล่าวว่า เท่าที่ดูประมาณการตัวเลขงบประมาณจากปีก่อน และข้อมูลจากกรมบัญชีกลางคิดว่าน่าจะมีเงินเหลือจ่ายเพียงพอจะดำเนินการถ้า ครม.อนุมัติหลักการทาง ก.พ.ร. ก็ต้องไปทำความตกลงกับกรมบัญชีกลาง เพื่อเสนอแก้ไขระเบียบของกรมบัญชีที่กำหนดให้นำเงินเหลือจ่ายมาใช้ได้ไม่เกิน 50% มาให้เพื่อการพัฒนาองค์กร เพื่อให้นำไปใช้จัดสรรเป็นเงินรางวัลประจำปีได้ที่สำคัญในปีนี้ อาจต้องปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินรางวัลข้าราชการกันใหม่ โดยจะเปลี่ยนไปเน้นให้ความสำคัญกับข้าราชการระดับล่างเป็นอันดับแรกก่อน ส่วนผู้บริหารระดับสูงคงต้องเสียสละ ถ้ามีงบเหลือพอถึงจะได้ด้วย เพื่อเงินลงไปอยู่ในมือข้าราชการระดับล่างจริงๆ และนำไปช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพจับจ่ายใช้สอย เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเดียวกับกรณีเช็คช่วยชาติ ทั้งนี้ ข้าราชการจะไม่ได้รับเงินรางวัลประจำปีงประมาณ 2553 แน่นอน เพราะงบประมาณถูกตัดไปแล้ว ส่วนปีงบประมาณ 2554 จะมีหรือไม่ต้องแล้วแต่ภาวะเศรษฐกิจ และนโยบายของรัฐบาล

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement