advertisement

เมื่อ 'ธีรยุทธ' ทำนาย 'ยิ่งลักษณ์ 'จะเป็นนายกฯ มีคนรักมากที่สุด

โดย 19 มี.ค. 2555 05:30

ถือเป็นสีสันของหน้าการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อนายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ถือกันว่าเป็นขาประจำ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ในอดีตมักจะออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงจุดเด่น-จุดด้อย การบริหารงานของรัฐบาลทักษิณ รวมไปถึงรัฐบาลชุดอื่นๆ ในอดีต ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการตั้งสมญานาม และให้ข้อมูลรัฐบาลไปในแนวที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า รู้สึกเจ็บๆ คันๆ ขณะที่บางดอก ผู้นำรัฐบาลบางยุค ถึงกับเรียกว่า "จุกอก" ก็แล้วกัน


แล้วเมื่อวานที่ผ่านมา นายธีรยุทธก็ยังสามารถการันตีเครื่องหมายการค้าของตัวเองได้เป็นอย่างดี แม้ห่างหายจากสนามการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองไปเป็นเวลากว่า 2 ปี เนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพ เมื่อยังหาญกล้าทำตัวเป็นหมอดูระหว่างการแถลง "วิเคราะห์การเมืองไทย แนวโน้มวิกฤติปัจจุบัน" ที่ตึกโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ โดยออกมาทำนายทำนอง"หยิกแกมหยอก"แบบน่ารักๆ กับทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

 

 


"ขอชมคุณยิ่งลักษณ์เรื่องการแต่งตัว ที่แต่งได้สมาร์ทมาก ผมประเมินนะ และขอเป็นหมอดู ท่านจะติด 1 ในผู้นำสตรีที่แต่งตัวดีที่สุดของโลกในปลายปีนี้ ผมคิดนะ อันนี้เป็นเรื่องจริงคือขอให้คนสวยแต่งตัวดีๆ ยิ้มย่องผ่องใส ชาวบ้านจะรักมาก ผมทำนายว่า จะเป็นนายกฯ ที่คนรักมากคนหนึ่ง โดยเฉพาะชาวบ้าน และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ภาษาอังกฤษเรียกว่า เป็น "Photogenic"(โฟโต้เจนิค) หรือเรียกว่า "ยิ่งลักษณ์โฟโต้" ก็ได้ คือ "ยิ่งลักษณ์" ถ่ายรูปขึ้น ไม่กลัวกล้องไง สวยมาก!" นายธีรยุทธ กล่าว


นายธีรยุทธ ยังกล่าวต่อไปอีกว่า ส่วนนายอภิสิทธิ์ อยากตั้งฉายาหลายรอบแล้ว อยากตั้งให้ว่า "มาร์คเมาอู้" (อู้คำเมือง) คือพูดมากไปหน่อย เพราะฉะนั้น "ยิ่งลักษณ์" ก็ให้แต่งตัวสวยๆ ไปเจอชาวบ้านทุกวัน ส่วน "มาร์ค" ก็ให้พูดทุกวันไปเรื่อยๆ แต่ถ้าจะให้แนะนำคือ ท่านต้องเจาะประเด็นลึกๆ มากกว่า คิดว่า "อภิสิทธิ์" น่าจะเขียนบทความมากกว่าสัมภาษณ์ คือตอนนี้สังคมต้องการคนที่มีพลังความคิด แล้วสามารถที่จะบอกว่าประเทศจะไปทางไหน มากกว่าจะมาพูดเรื่องปลีกย่อยของอีกฝ่ายหนึ่ง

"สำหรับนายกฯ ผมให้กำลังใจจริงๆ ให้ลงไปเยี่ยมชาวบ้านมากกว่า เพราะคนกรุงเทพฯ ก็คงไม่ได้ชอบนายกฯ สักเท่าไหร่ จากปัญหาหลายเรื่อง ดังนั้นนายกฯ จึงต้องไปหาฐานต่างจังหวัด หวังว่าจะได้เห็นพัฒนาการนักการเมืองหนุ่ม-สาว ต่อไปในอนาคต" อาจารย์ธีรยุทธ กล่าว


โดยระหว่างการแถลง นายธีรยุทธวิเคราะห์ประเด็นการเมืองที่เกิดขึ้นได้อย่างแหลมคม โดยกล่าวว่า การเมืองในยุคปัจจุบัน เห็นว่าเป็นยุคของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือเป็นการเมืองยุคทักษิณ ซึ่งน่าสนใจ คือ พ.ต.ท.ทักษิณ เวลานี้อยู่นอกประเทศ แต่พรรคการเมืองของทักษิณชนะการเลือกตั้งตลอด ขยายฐานคนเสื้อแดง ชุมนุม ไปเลือกตั้งได้อย่างกว้างขวาง

 

ถ้าให้ประเมิน คิดว่าตั้งแต่ปี พ.ศ.2500 เป็นต้นมา นักการเมืองที่มีอิทธิพลมากที่สุด มี 3 คน 2 คน เป็นทหาร อีกคนเป็นพลเรือน ก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งทำให้มีผลในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมาก ก็คือ 1. จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตช์ คนที่ 2. พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อีกคนก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่จะช่วยให้การเมืองไทยดีขึ้น หรือประเทศถึงขั้นเสียหาย ถึงขั้นล่มจม ก็ต้องพิสูจน์กันพอสมควร


ทั้งยังฝากคำพูดไปถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ที่นายธีรยุทธใช้คำว่า "เพื่อน" โดยระบุว่า "ส่วนตัวอยากให้ทักษิณกลับบ้าน เพราะคิดถึงเพื่อนเก่าขาประจำซึ่งกันและกัน เพราะเคยท้าทายกันว่า ใครจะหลุดจากอำนาจก่อน หรือเสื้อกั๊กผมจะขาดก่อนกัน ซึ่งทักษิณก็ออกนอกประเทศไปเป็นเวลา 6 ปี แล้ว ขณะที่ผมเอง เสื้อกั๊กก็ขาดแล้วเช่นกัน มี 2 รู (โชว์ให้ผู้สื่อข่าวดูด้วยระหว่างการแถลงข่าว)

 

ดังนั้นก็ถือว่าเจ๊ากันไป ส่วนตัวอยากให้กลับมารับโทษแล้วหาทางสู้คดีใหม่ เพราะความจริงเจ้าตัวก็มีความผิดตามกฎหมาย ก็ขอให้ยอมรับผิดอย่างลูกผู้ชายว่าหลีกเหลี่ยงภาษี กลับมาสู้คดี รับโทษ ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ก็คงเห็นใจ และคงอยากให้มีนิรโทษกรรม ผมจะช่วยหาก พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมารับโทษ ทั้งหมดเพื่อเป็นการรักษาระบบยุติธรรมของบ้านเรา ที่มีมาอย่างยาวนานหลายร้อยปีแล้ว


อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ. ยังกล่าวอีกว่า ที่สำคัญคือเกิดการเมืองรากหญ้าประชานิยมขึ้นเป็นสิ่งใหม่ในสังคมไทย ทั้งนี้ ปมปัญหาสังคมการเมืองไทยคือไม่ยอมรับการดำรงอยู่ของกันและกัน ที่รุนแรงมากที่สุดคือไม่ยอมรับการดำรงอยู่ของอีกฝ่าย ผิวเผิน ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ลึกมาก อาทิ กลุ่มเสื้อแดงก็ไม่ยอมรับเสื้อเหลือง บอกเป็นพวกไม่มีเหตุผล ไม่มีความคิด คลั่งชาติ-คลั่งเจ้า  ส่วนเสื้อเหลืองก็บอกว่า เสื้อแดงไม่มีตัวตน คือถูกจ้างมา โง่เลยถูกหลอก ไร้การศึกษา ถูกชักจูงมาตลอด ซึ่งถือเป็นประเด็นใหญ่เหมือนโดนดูถูกเหยียดหยาม นั่นเป็นสาเหตุสำคัญหนึ่งที่ทำให้เสื้อแดงขยายตัว

"จุดประสงค์ใหญ่คือผมอยากให้มีการยอมรับการดำรงอยู่ซึ่งกันและกัน ถึงไม่ยอมรับก็ต้องทำความเข้าใจและมีมุมมองใหม่ว่า เสื้อแดงทำไมถึงมีการขยายตัว และเป็นพลังสำคัญตัดสินการเลือกตั้งมาโดยตลอด อันนี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เป็นจุดเริ่มต้นพูดคุยเรื่องความสมานฉันท์ในอนาคต ตอนนี้พูดอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเข้าใจกันก่อน แล้วค่อยมาหาวิธี หาทางจะบรรลุเป้าหมายได้อย่างไร

 

 


เพราะเสื้อแดงเค้ามองว่าเค้าชอบทักษิณจากนโยบาย 30 บาท รักษาทุกโรค เพราะช่วยในเรื่องศักดิ์ศรีด้วย ไป รพ.แล้วไม่ถูกดูถูกเหมือนสมัยก่อน กองทุนหมู่บ้านก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้วย จากผลการวิจัย TDRI อีกอันคือเรื่องปราบปรามยาเสพติดที่นักวิชาการ NGO ไม่ได้สัมผัสมันจริงจัง ว่ามันกระทบครอบครัวคนชั้นล่าง ชั้นกลางมาก เท่าที่ตรวจสอบมาเค้าพอใจเรื่องนโยบายปราบยาเสพติดมาก อันนี้องค์กรเอกชน หรือ NGO ต้องกลับไปพิจารณาใหม่ เพราะมันกระเทือนถึงลูกหลานเค้าจริงๆ อันนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมถึงนิยมทักษิณมาก" นายธีรยุทธ กล่าว

อีกอันที่ต้องพูด ผมเห็นว่าการเมืองรากหญ้าหรือประชานิยม มีความสำคัญกับประเทศมาก ถือว่าทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง เป็นการพัฒนาต่อจากการเมือง 14 ตุลา ที่สร้างเสรีภาพให้กับกลุ่มคนชั้นกลาง แต่การเมืองที่ผ่านมาจะวุ่นวายต่อสู้กันอย่างไร แต่ก็กลายเป็นการเปิดพื้นที่ให้กับกลุ่มคนรากหญ้าได้มากขึ้น อันนี้มองอย่างคนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย มีคุณูปการ มีประโยชน์ ถ้ามองว่า ก่อน พ.ศ.2475 ชาวบ้านไม่มีเสรีภาพอะไร หลัง พ.ศ. 2475 ไม่มีเสรีภาพ แต่คนชั้นกลาง ข้าราชการมีศักดิ์ศรีความเป็นคน หลัง 14 ตุลา 2516 คนชั้นกลางกลุ่มทุนมีสิทธิเสรีภาพมาก ชาวบ้านเริ่มมีนิดหน่อย แต่พอมาถึงการเมืองรากหญ้าปัจจุบัน ชาวบ้านเริ่มมีเวทีแสดงออก รู้สึกถึงอำนาจของตัวเอง ถึงแม้จะดูว่าบางครั้งการใช้อำนาจจะดูก้าวร้าวรุนแรงก็ตาม แต่ก็คงต้องให้เวลา เพราะมันเป็นจุดเริ่มต้น


สถานการณ์การเมืองในขณะนี้ ฝ่ายเสื้อแดงเป็นฝ่ายรุกทางการเมือง ได้เปรียบ มีงบประมาณและทรัพยากรอยู่ในมือ ขณะที่ฝ่ายเสื้อเหลืองยังตีบตันไม่มีแนวทาง หรือความคิดใหม่ๆ ออกมา ดังนั้นหากจะสู้ได้ จะต้องมีแนวคิดใหม่ออกมาสู้ นอกเหนือจากแนวทางเก่าที่เคยใช้อยู่ ทำให้ฐานมวลชนมีแต่หดตัว ไม่ได้ขยายตัวต่อเนื่องเหมือนอย่างฝ่ายเสื้อแดง

ทั้งนี้ เห็นว่ายุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยยังใช้การเมืองแบบ 3 ขา อยู่ต่อ คือ 1. ขยายฐานคนรากหญ้าออกไปเรื่อยๆ 2. สลายอำนาจของฝ่ายตรวจสอบ ทั้งตุลาการและองค์กรอิสระ และ 3. จะต้องดึงฝ่ายความมั่นคง นั่นคือ "กองทัพ" มาเป็นพวกให้ได้


ส่วนตัวยังเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ต้องการมุ่งมั่นจะสร้างประชาธิปไตยรากหญ้าจริงๆ การปราศรัยกับชาวบ้านไม่ได้เน้นประเด็นที่เป็นโครงสร้างประชาธิปไตย นอกจากอ้อนวอนขอกลับมาเมืองไทยเท่านั้น จึงมีภาพลักษณ์เป็นผู้นำการตลาดมากกว่าผู้นำประชาธิปไตย มุ่งหวังให้รากหญ้ามาเป็นลูกค้าซื้อสินค้าของตนเป็นประจำสม่ำเสมอ มากกว่าจะให้รากหญ้ามาเป็นรากฐานที่ยั่งยืนมั่นคงต่อระบบเศรษฐกิจ การเมืองไทย หรือเป็นอุดมการณ์การเมืองที่มีเป้าหมาย อุดมการณ์ที่สามารถชี้ทางออกที่เหมาะสมให้กับประเทศได้ ซึ่งเท่ากับประเทศเราจะแตกแยก ด่าทอกันเอง หรือใช้ความรุนแรงต่อกันเพื่อแก้ปัญหา การซุกหุ้น หนีภาษี ความไม่รู้จักอิ่มในทรัพย์สิน ในอำนาจ ของทักษิณเท่านั้น

 

นอกจากนี้ นายธีรยุทธกล่าวอีกว่า ทางออกของประเทศไทยในขณะนี้ในระยะใกล้ยังไม่มี ต้องเป็นทางออกระยะยาวเท่านั้น เพราะความขัดแย้งต่างลงลึกมาก ตอนนี้มีเพียงการเสนอจากตนให้ปรับกระบวนการความคิดใหม่ให้สังคมไทย และจะต้องปรับโครงสร้างสถาบันหลักของประเทศทั้งหมดหรือไม่ต้องไปคิดเอา

 


ทั้งหมดยังเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่มีการวิเคราะห์แนวโน้มเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทย ที่เกิดขึ้นและมีแนวโน้มว่าจะเป็นไปออกมา อย่างไรเสีย มันก็ยังเป็นเพียงความคิดเห็น และมุมมองส่วนตัวของนายธีรยุทธเท่านั้น แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษา พ.ต.ท.ทักษิณ ตัดสินใจเตรียมออกมาแสดงความคิดเห็น และขอวิจารณ์แนวคิดดังกล่าวของนายธีรยุทธเรียบร้อยแล้ว โดยนัดแถลงเวลาประมาณ 13.00 น. วันนี้ ที่พรรคเพื่อไทย

 

ส่วนความเป็นจริงจะเป็นเช่นที่มีการวิเคราะห์หรือไม่? มากน้อยเพียงใด? ก็ขึ้นอยู่กับคนไทยและเวลาเท่านั้น ที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ แน่นอนรวมไปถึงคำทำนาย "ยิ่งลักษณ์" จะกลายเป็นนายกฯ ที่มีคนรักมากที่สุดคนหนึ่งด้วย...

โหวตข่าวนี้