advertisement

ปชป.ปัดเอี่ยว'บลูสกายทีวี' ขวางกมธ.ไม่มีสิทธิ์สอบ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ก.พ. 2555 21:14

“เทพไท” แจง “ปชป.” ไม่มีเอี่ยว “บลูสกายทีวี” ชี้ กมธ.ไม่มีสิทธิ์สอบ ต้องยื่นให้ กกต.หรือ ป.ป.ช. ปฏิเสธปลุกภาคนิยม แขวะ “ตู่-เต้น” คนใต้ไม่ยอมรับ ไม่หวั่น “เฉลิม” ฟ้องหมิ่น ท้าแน่จริงฟ้องศาล...

วันที่ 29 ก.พ. ที่รัฐสภา นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายจุติพงษ์ พุ่มมูล เลขาธิการชมรมสื่อมวลชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคประชาธิปัตย์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่อง บลูสกาย แชลแนล ทีวี ว่า ตนจะต้องตรวจสอบว่า ชมรมสื่อมวลชนเพื่อประชาธิปไตย คือสื่อเทียมหรือสื่อแท้ เพราะไม่ทราบที่มาว่าเป็นสื่อชนิดใด เป็นหนังสือพิมพ์หรือสื่อวิทยุ โทรทัศน์ รายปักษ์หรือรายเดือน ซึ่งการกล่าวอ้างว่าพรรคประชาธิปัตย์มีการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 48 ที่ห้าม ส.ส., ส.ว. ที่เป็นนักการเมืองเข้าไปถือหุ้นในสื่อนั้น ตนขอยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับช่องบลูสกาย และมั่นใจว่าการที่ตน และ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์อีก 2 คน ไปออกรายการสายล่อฟ้านั้น ก็เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ เช่นเดียวกับทางรายการของช่องเอเชีย อัพเดต แต่ชมรมดังกล่าวกลับไม่ไปตรวจสอบ

นายเทพไท กล่าวว่า คณะกรรมาธิการไม่มีสิทธิ์ตรวจสอบการกระทำของ ส.ส. ซึ่งหากพบว่า ส.ส.คนใดมีพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย ก็จะต้องยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการด้านจริยธรรมเท่านั้น ซึ่งประธานของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ก็คือ พล.ต.อ.วิรุฬ ฟื้นแสน ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ซึ่งก็อยู่ที่ พล.ต.อ.วิรุฬ ว่าจะรับเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ถ้าหากรับเรื่องจริงก็เปรียบเสมือนการชงกันเอง

ส่วนกรณีที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ออกมาโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ โดยระบุว่า นายชวน หลีกภัย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่เดินทางไปสัมมนาที่จังหวัดสงขลา มีความพยายามที่จะปลุกกระแสชาตินิยมในภาคใต้นั้น นายเทพไท กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยปลุกกระแสใดๆ แต่พรรคการเมืองอื่นต่างหากที่พยายามบิดเบือน และยัดเยียด แต่ก็ถือว่าเป็นที่น่าสงสารที่ทั้ง 2 คน ที่เป็นคนภาคใต้ แต่กลับไม่ได้รับการยอมรับจากคนภาคใต้ด้วยกัน ซึ่งต่อจากนี้ก็คงต้องจับตาดูคณะรัฐมนตรีที่จะไปสัญจรที่จังหวัดภูเก็ต ว่าจะมีการอนุมัติเงินงบประมาณในการพัฒนาพื้นที่เท่ากับภาคเหนือหรือไม่ ซึ่งหากมีการเหลื่อมล้ำกัน ทางรัฐบาลก็ต้องให้คำตอบกับทางสังคม

ส่วนที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ร้องทุกข์กล่าวโทษหมิ่นประมาทที่ สน.แสมดำ กับ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ รวมตนนั้น ยืนยันว่าไม่รู้สึกกังวลใดๆ ในการสู้คดี แต่กังวลในการเดินทางไปให้ปากคำที่ สน.แสมดำ เพราะอยู่ใกล้เคียงกับบ้านพักของ ร.ต.อ.เฉลิม ซึ่งหาก ร.ต.อ.เฉลิม มีความต้องการที่จะหวังผลในรูปคดี ร.ต.อ.เฉลิม ก็ควรที่จะฟ้องร้องต่อศาลอาญาไปเลย อย่างไรก็ตาม หาก ร.ต.อ.เฉลิม ต้องการที่จะดำเนินคดี เพราะหวังผลทางการเมือง เพื่อไม่ต้องการให้มีใครพูดถึงเรื่องนี้อีก ร.ต.อ.เฉลิม ก็จะต้องให้คำตอบกับประชาชนด้วย ซึ่งในวันนั้นตนก็มีพยานในที่เกิดเหตุหลายคน เช่น นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นต้น

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement