advertisement

'กรณ์' โพสต์เฟซบุ๊ก รับรู้สึกผิด แจงศาล รธน.เห็นตามไม่ได้

โดย 24 ก.พ. 2555 10:55

"กรณ์" โพสต์เฟซบุ๊ก ยอมรับกังวลอนาคตประเทศ แต่ยังทำหน้าที่ตรวจสอบทุจริต พ.ร.ก.2 ฉบับ อย่างเข้มข้น รับรู้สึกผิดที่แจงศาล รธน.ให้เห็นไม่ได้ว่า 2 พ.ร.ก.กู้เงิน สามารถหลีกเลี่ยงได้

วันที่ 24 ก.พ. นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.กระทรวงการคลัง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ยืนยันส่วนตัวรู้สึกผิดที่ไม่สามารถชี้แจงศาล รธน.ให้เห็นว่า พ.ร.ก.กู้เงินทั้ง 2 ฉบับ ที่ศาล รธน.วินิจฉัยไปว่า ไม่ขัด รธน. และหลีกเลี่ยงไปออกเป็น พ.ร.บ.แทนได้ เมื่อเรื่องจบก็คือจบ ทั้งนี้เตรียมแจงในสภาพุธหน้า ชี้ให้เห็นจุดอ่อนและปัญหาร่าง พ.ร.ก. 2 ฉบับนี้

นายกรณ์ยังปัด การต่อสู้นี้ไม่ได้มีเป้าหมายสร้างปัญหาให้รัฐบาล แต่ทำเพื่อเป้าหมาย 2 ประการ คือ 1. ต้องการปกป้องหลักการบริหารในระบบรัฐสภาฯ ที่ให้อำนาจการตรากฎหมายกับผู้แทนของประชาชน เพื่อไม่ให้มีการรวบอำนาจอยู่ในมือรัฐบาลฝ่ายเดียว และ 2. เพื่อรักษาวินัยทางการคลังไม่ให้รัฐบาลกู้เงินเกินเพดานกฎหมาย และเพื่อไม่ให้กู้โดยไม่มีการตรวจสอบว่าจะใช้เมื่อใด อย่างไร ยอมรับว่ากังวลจริงต่ออนาคตจากการตีความครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ก็จะทำหน้าที่ต่อไป จะคอยติดตามการใช้กฎหมายอย่างใกล้ชิดว่าตรงต่อนิยามเร่งด่วนจำเป็นหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ประชาชนก็จะเห็นและตัดสินได้ด้วยตัวเอง ข้อสำคัญจะมีการอาศัยกระบวนการที่ไม่มีการตรวจสอบเพื่อการทุจริตโกงกินหรือไม่ นี่คือหน้าที่ของเราที่ต้องทำต่อไป เนื้อหามีดังนี้

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

"ผมได้ไปทบทวนคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยสรุปศาลมองว่าทั้งหมดมีความเร่งด่วนจริง และหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมเองก็รู้สึกผิดว่าไม่สามารถชี้แจงศาลได้ว่า พ.ร.ก.ทั้งสองหลีกเลี่ยงได้แน่นอน โดยการตรากฎหมายในรูปของ พ.ร.บ.ตาม  ปกติ ซึ่งจะมีความชอบธรรมและโปร่งใสกว่า แน่นอนเมื่อศาลวินิจฉัยแล้ว เรื่องก็จบ และขั้นตอนต่อไปก็คือการยืนยันในสภาฯ ในวันพุธที่จะถึงนี้ พวกผมก็ต้องไปชี้ให้เห็นจุดอ่อนและปัญหาใน 2 ร่างกฎหมายนี้ แต่ด้วยเสียงข้างมากในสภาฯ รัฐบาลก็คงได้รับเสียงสนับสนุนจากสภาฯ อยู่ดี"


"การต่อสู้ทั้งหมดไม่ใช่เพราะต้องการสร้างปัญหาให้รัฐบาล หากแต่ผมและคณะมีเป้าหมายอยู่ 2 ประการหลักด้วยกันในการต่อสู้เรื่องนี้ คือ ๑) ต้องการปกป้องหลักการบริหารในระบบรัฐสภาฯ ที่ให้อำนาจการตรากฎหมายกับผู้แทนของประชาชน เพื่อไม่ให้มีการรวบอำนาจอยู่ในมือรัฐบาลฝ่ายเดียว และ ๒) เพื่อรักษาวินัยทางการคลังไม่ให้รัฐบาลกู้เงินเกินเพดานกฎหมาย และเพื่อไม่ให้กู้โดยไม่มีการตรวจสอบว่าจะใช้เมื่อใด อย่างไร"

"ผลจากคำวินิจฉัยในครั้งนี้ ทำให้มีความเสี่ยงมากขึ้นในทั้ง 2 ประเด็น แต่ต่างคนก็ต่างหน้าที่ครับ ผมยอมรับว่ากังวลจริงต่ออนาคตจากการตีความครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ผมและคณะก็จะทำหน้าที่ต่อไป เราจะคอยติดตามการใช้กฎหมายอย่างใกล้ชิดว่าตรงต่อนิยามเร่งด่วนจำเป็นหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ประชาชนก็จะเห็นและตัดสินได้ด้วยตัวเอง ข้อสำคัญจะมีการอาศัยกระบวนการที่ไม่มีการตรวจสอบเพื่อการทุจริตโกงกินหรือไม่ นี่คือหน้าที่ของเราที่ต้องทำต่อไปครับ" นายกรณ์ กล่าว.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement