advertisement

รัฐดันแก้ รธน.ทั้งฉบับ 'เหลิม'ฟุ้งร่างของ ครม.เนี้ยบ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ก.พ. 2555 02:27

ครม.ถกดันร่างรัฐธรรมนูญฉบับรัฐบาลเดินหน้าร่าง รธน.ใหม่ทั้งฉบับ "เฉลิม" ฟุ้งร่างของ ครม.เนี้ยบ สง่างาม ยึดโยง ปชช. หารือทูต ปท.ต้นแบบ ปชต.ยังตะลึง กำชับสื่อสารกับสังคมสั้นๆ แก้ ม.291 ตั้ง 99 ส.ส.ร.ยกร่าง รธน.ทั้งฉบับ วางเกมล่อ ปชป. ติดกับ เตรียมตอกกลับเคยหนุน รธน.ปี 40 แต่กลับกล้าปฏิเสธร่าง รธน.ที่เป็น ปชต. มากกว่า "ชุมพล" หนุนสุดตัว เย้ยจะรอดูน้ำหน้า ปชป. "ปู" ยืนยันไม่แตะหมวดพระมหากษัตริย์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ครม. เมื่อเช้าวันที่ 13 ก.พ. ซึ่งมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ประชุมได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษที่หยิบยกขึ้นมาหารือเป็นเรื่องแรก ทั้งที่เป็นเรื่องเพื่อพิจารณาปกติ เรื่องที่ 9 คือ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับของรัฐบาล ที่เสนอโดยกระทรวงยุติธรรม โดยใช้เวลาหารือนานกว่า 40 นาที โดยนายกฯ มอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ เป็นผู้อภิปรายอธิบายให้ ครม.ฟังเป็นรายมาตรา

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ข้อความที่ต้องการให้สื่อสารไปถึงประชาชนเพียงสั้นๆ คือ ครม.ได้มีมติให้แก้ไข ม.291 และให้มีแต่งตั้ง ส.ส.ร. โดยร่างของภาคประชาชนและของ ส.ส. ก็เสนอเข้าสภาแล้ว ดังนั้น เพื่อเป็นการสงวนสิทธิของรัฐบาล รัฐบาลจึงขอเสนอร่างของรัฐบาล ส่วนรัฐธรรมนูญปี 50 นั้น ก่อนที่เรามาเป็นรัฐบาลได้หาเสียงประกาศไว้ทุกเวทีว่าจะแก้ไข และเมื่อรัฐบาลประกาศจะแก้ไขก็เดินหน้าเรื่องนี้ ซึ่งนายกฯ ได้กล่าวเสริมว่า การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายเร่งด่วนที่เราประกาศเอาไว้จะทำในปีแรก ซึ่งเราจะต้องทำ จริงอยู่แม้ว่าภารกิจของรัฐบาลคือ แก้ไขฟื้นฟูเยียวยาน้ำท่วม แต่ความเป็นอยู่หลักของประเทศที่จะเดินหน้าต่อไปได้ก็มีเรื่องของความเป็นประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญ ตนจึงเห็นว่า รัฐบาลไม่ควรเสียสิทธิและขอสื่อสารกับสังคมว่า รัฐบาลแก้ไข ม.291 มาตราเดียว และให้มี ส.ส.ร. มีการเลือกตั้งจากประชาชน 77 คน และรัฐสภาเลือกอีก 22 คน รวมเป็น 99 คน

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เนื้อหาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเราจะแก้ทั้งฉบับ ซึ่งไม่เจาะจง การจะไปแก้อย่างไรเป็นเรื่องของ ส.ส.ร. ส่วนพรรคประชาธิปัตย์บอกว่าจะมีการล็อกสเปก ส.ส.ร.นั้น ไม่รู้จะล็อกกันอย่างไร ถ้าภาษาการเมืองก็ถือว่า กลัวแพ้ เลยต้องออกมาโวยวาย "ร่างของ นปช. ก็ได้เห็นแล้ว ร่างของพรรคเพื่อไทยก็ได้เห็นแล้ว แต่ขอชมว่า ร่างของ ครม.ชุดนี้ที่ทำมาโดยท่านประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม เป็นร่างที่หลักการ วิธีคิด เนี้ยบที่สุด คลาสสิก งดงาม ดูดีมาก ให้เกลาเพียงบางถ้อยคำเท่านั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ แต่คุยได้เลยว่าในกระบวนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ สะอาด สว่าง สง่างาม คลาสสิก เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้ามา จะไม่มีใครกล้าวิจารณ์และวิจารณ์ไม่ได้ ก่อนทำก็ไปทำประชาพิจารณ์ขอความเห็นประชาชน สุดท้ายยังกลับไปหาประชาชนไปทำประชามติ ผมดูไม่ออกว่าประชาธิปัตย์จะค้านยังไง ดูแล้วค้านไม่ได้สักเรื่อง ที่ประชาธิปัตย์ไปขึ้นป้ายคัดค้านก็ว่ากันไป ถ้าจะทำจริงก็ควรไปขึ้นที่ภาคเหนือกับภาคอีสานด้วย จะได้รู้ว่าสภาพป้ายจะเป็นอย่างไร ผมขอบอกนะใครที่จะออกมาโต้กับผมเรื่องนี้ ผมไม่พูดเลย แต่ผมจะกวาดต้อนให้เข้าคิลลิ่งโซนและผมจะมาเก็บรวดทีเดียว" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

ขณะที่ นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้กล่าวเสริมว่า "ผมขอยืนยันเลยว่า ผมเป็นคนทำรัฐธรรมนูญมากับมือ ตอนนั้นนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ยังไม่เล่นการเมืองเลยด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นความจริงที่ร่างรัฐธรรมนูญของรัฐบาลเป็นประชาธิปไตยและส่ง่างามมาก เพราะคราวที่แล้วตอนร่าง รธน.ปี 40 มันไม่วกกลับไปทำประชามติกับประชาชนอีก แต่ร่างนี้มีการกลับไปถามประชาชนอีก ตรงนี้จะเป็นจุดแข็งของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่มีส่วนร่วมและยึดโยงภาคประชาชน ผมอยากจะดูหน้าประชาธิปัตย์เขาซิ ว่ารัฐธรรมนูญปี 40 ผมร่างของผมมากับมือแล้วมันยังมาชมกันทั้งพรรค ก็เมื่อเคยชมรัฐธรรมนูญปี 40 ของผม แล้วจะมาว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ของรัฐบาลได้ยังไง เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราจะอธิบายต่อสังคมได้เพียงแค่ว่า เมื่อประชาธิปัตย์เคย ยอมรับรัฐธรรมนูญปี 40 แล้วทำไมถึงไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทั้งที่ดีกว่า และผมขอบอกนะว่าการมาทำงานร่วมกับรัฐบาลนี้ได้ทำงานกับมือชีพ หลายอย่างมีวิวัฒนาการการทำงานที่ดีมาก ยอมรับว่าดีกว่าจริงๆ"

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาตั้งข้อสังเกตว่าร่างรัฐธรรมนูญของรัฐบาล ถ้าส่งขึ้นทูลเกล้าฯ ไปในครั้งแรกแล้วพระมหากษัตริย์ไม่ทรงเซ็นกลับลงมา ถ้ากลับลงมาส่งขึ้นไปใหม่ ถ้ายังไม่เซ็นอีกก็ประกาศใช้เลย สิ่งที่ประชาธิปัตยืกำลังโต้ว่าเป็นการลิดรอน หรือหมิ่นพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นการพูดของคนที่ไม่เคยเรียนกฎหมาย

"ผมเป็นดอกเตอร์ด้านกฎหมาย อ่านกฎหมายรู้ ดูกฎหมายเป็น ต้องบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับไหนเขาก็ทำแบบนี้เรียกว่าเป็นนิติประเพณี ซึ่งทุกคนก็รับในหลักการนี้ ไหนถามกฤษฎีกาพิจารณาซิ ทางกฤษฎีกาก็บอกว่าก็เป็นแบบนี้ เช่นเดียวกับ นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาก็ยืนยันว่าเป็นแบบนี้ ในส่วนของบุคคลที่จะสมัครเป็น ส.ส.ร นั้น มีความต่างกันอยู่ระหว่างร่างของรัฐบาล โดยกระทรวง ยธ.กับร่างของรัฐธรรมนูญปี 40 เพราะฉะนั้น อย่าไปเขียนให้ขัดกัน หมายความว่า กติกาของผู้สมัครเป็น ส.ส.ร.ในปี 40 จะต้องเป็นหลักเกณฑ์เดียวกัน อะไรที่ห้ามต้องห้ามเหมือนกัน และ ส.ส.ร.นั้นต้องมีคุณสมบัติเหมือนคุณสมบัติของส.ส. ถ้าห้ามเป็นพนักงานลูกจ้างหรืออะไรก็ตาม ก็ต้องห้ามเหมือนกัน"

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ในประเด็นที่จะบอกว่าการที่รัฐธรรมนูญที่ประกาศกำหนดใช้ หรือมีเหตุตกไป การพูดแต่ละครั้งต้องระบุด้วยว่าเหตุอะไร ไล่ดูที่เขียนบอกว่ามีเหตุ อยู่หลายจุด ขอให้กฤษฎีกาไปไล่ดู ส่วนเรื่องระยะเวลาให้ไปดูให้สอดรับ ให้กระชับชัดเจนซึ่งต้องเน้นทำให้เร็ว แต่เราอย่าไปสื่อสารว่าแต่ละขั้นตอนเป็นอย่างไร ต้องใช้เวลาแค่ไหนอย่างไร แต่ให้เน้นพูดแค่ว่า ให้ส.ส.ร.ทำและเราก็ไม่ควรไปกำหนด แต่สิ่งที่เราต้องการคือ เราต้องการเร็วแต่เราไม่ต้องไปบอกใคร วันนี้ทางเลือกของประเทศที่เป็นทางรอดคือ ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ อะไรที่ไม่กำหนดเวลาเราต้องไปกำหนด เต่เราต้องไปกำหนดกับคนทำงาน อย่าไปกำหนดกับสื่อ เช่น จะบอกว่าพรรคพื่อไทยจะแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 3 เดือนอย่างนี้ไม่ได้ แต่ต้องไปกำหนดกับคนทำงาน เช่น ส.ส.ภายหลังการเลือกตั้งไม่เกิน 30 วัน ต้องเรียกประชุมสภา ส.ส.ร.ก็เช่นกัน ต้องไปดูว่าภายหลังได้ ส.ส.ร.กี่วันจึงจะเรียกเพื่อมาประชุม ใครหน่วยงานใดจะเป็นฝ่ายธุรการให้ ส.ส.ร.ชุดนี้ต้องมีสำนักงานให้ ส.ส.ร. เพื่อให้เขาได้ถกเถียงกันหรือไม่

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวย้ำว่า อยากจะกำชับผู้มีหน้าที่ในการให้สัมภาษณ์ทุกคน เรื่องแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องที่จะไปพูดรายละเอียด แต่ขอให้สื่อสารสั้นๆ กับสังคมว่าเราแก้ทั้งฉบับ ไม่เจาะจง และไม่ต้องไปพูดว่าเราจะไม่แก้ไขบทบัญญัติเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์พูดไม่ได้เลย แตะนิดเดียวก็ไม่ได้ ซึ่งในความเป็นจริงรัฐบาลไม่เคยคิด แต่ถึงไม่เคยคิดก็ไม่พูด และเราก็ไม่ทำ เพราะถ้าเราไปพูดแม้จะแค่ว่ารัฐบาลจะแก้รัฐธรรมนูญโดยไม่แตะหมวดเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ก็ไม่ได้ เปิดนิดเดียวก็เท่ากับเป็นการเรียกแขก เพราะฉะนั้น เราจึงไม่พูดข้อความนี้ และเรื่องเกี่ยวกับหมวดพระมหากษัตริย์ที่จริงไม่ใช่เรื่องของเรา จะไปคิดแทนจะไปปรารถนาดีไม่ได้เลย ถ้าเปิดแค่นิดเดียวมีคำว่าพระมหากษัตริย์เท่านั้นแหละทำเนียบฯ เรียกแขกเลย เพราะฉะนั้น นอกจากเราจะไม่แก้แล้ว ยังไม่คิด ไม่ทำ ห้ามคิด ธุระไม่ใช่ แม้แต่การแถลงว่า เราจะแก้รัฐธรรมนูญ ม.291 เปิดให้มี ส.ส.ร.99 คนจะไปพ่วงว่าโดยไม่แตะหมวดพระมหากษัตริย์ ยังพูดไม่ได้เลยยืนยันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ทุกคนเชื่อมั่นว่ามีความเป็นประชาธิปไตยและสง่างามมาก และรัฐบาลไม่มีส่วนได้เสียใดๆ จะดีกับทุกคน ท่านนายกฯ ต้องยืนยันไปเลยว่า ไม่แตะ ไม่คิด ไม่ทำ ห้ามเลย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ ร.ต.อ.เฉลิม พูดมาถึงตรงนี้ นายกฯ จึงตอบรับอย่างจริงจังว่า "ค่ะๆ" ทั้งนี้ นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการ ครม. กล่าวเสริมว่า ตาม ม.291/11 วรรคที่ระบุว่าร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐจะกระทำมิได้ชัดอยู่แล้ว ทั้งนี้ ในตอนท้ายนายกฯ ยังกล่าวขอขอบคุณท่านประชา พรหมนอก และ ร.ต.อ.เฉลิม ที่ได้ทำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่สง่างามและทุกฝ่ายยอมรับ ขนาดฟังตรงนี้ ยังไม่เห็นจุดบกพร่อง และก็เรียนยืนยันว่านี่เป็นนโยบายที่เราจะต้องเร่งทำในปีแรก และเรามั่นใจว่าเมื่อเราคิดดี ปฏิบัติได้ดีไม่มีช่องโหว่ ก็ไม่ควรจะมีใครมาคัดค้าน แต่เราจะเร่งทำรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อจะพิสูจน์ว่าเรามีความจริงใจที่จะมาแก้ไขปัญหาของประเทศชาติบ้านเมืองจริงๆ ไม่มีใครได้ประโยชน์จากการทำรัฐธรรมนูญ และขอบคุณท่านเฉลิมที่ได้กรุณาศึกษาเรื่องนี้อย่างละเอียด

รองนายกฯ ยังได้กล่าวกับ ครม.ว่า เมื่อคืนท่านนายกฯ โทรมาหาตนหลายรอบมาก เรื่องที่จะให้ตนมาพูดเรื่องนี้ และขออาสาว่า จากนี้ไปตนจะขอเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการที่จะพูดเรื่องนี้เอง ซึ่งนายกฯ ก็หัวเราะ พร้อมตอบรับว่า ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น จากนั้น ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวด้วยว่า "เรื่องแก้รัฐธรรมนูญที่พรรคประชาธิปัตย์คิดจะเอาเราให้ตาย ให้แหลกคามือ ที่สุดแล้วนอกจากจะทำอะไรเราไม่ได้ เรายังจะใช้เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายเด็ดของรัฐบาล เพราะเรามั่นใจถึงขนาดว่าตั้งแต่มีประเทศไทยมา ไม่เคยมีรัฐธรรมนูญฉบับใดที่เชื่อมโยงกับภาคประชาชนและมีความเป็นประชาธิปไตยสูงสุด รัฐธรรมนูญปี 40 ที่คนชมกันทั่วบ้านทั่วเมือง พรรคประชาธิปัตย์ก็เคยชื่นชมมาแล้ว และนายชุมพลเป็นกรรมการยกร่างยังชมร่างของรัฐบาลนี้เลย แล้วประชาธิปัตย์จะค้านยังไง เราได้คุยกับทูตานุทูตต่างประเทศที่เขาเป็นต้นแบบประชาธิปไตยอธิบายให้เขาฟัง ก็ยังเห็นด้วย เอาว่าทุกคนมั่นใจนะเดี๋ยวตนจะไปสภาฯ แล้ว เรื่องนี้ตนบอกไว้เลยว่าทำไปตามระเบียบวาระ ไม่ต้องเร่งรีบ ในขณะเดียวกัน ก็อย่าให้ช้า เพราะถ้าเราแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยขึ้นมาเมื่อไร ผลประโยชน์ที่จะตกถึงเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติโดยแท้ เอาที่ไหนมาพูดว่าทำคิดเพื่อคนคนเดียว จะได้ประโยชน์คนเดียวได้อย่างไร คิดมาเนี่ยได้ประโยชน์กันทั้งประเทศ.

 

 

 

 

20120213_0212

โหวตข่าวนี้