advertisement

จับตาคดีปลัด 'สุพจน์' นับจากนี้ไป จะจบลงตรงไหน...

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ม.ค. 2555 05:30

"ถ้าบ้านพักของผมมีเงินอยู่ในบ้านมากขนาดนั้น ผมคงไม่ให้ใครเข้าไปในบ้าน ในห้องนอนของผม ห้องนอนของผมก็ไม่ได้ล็อก มันเป็นไปไม่ได้  อีกอย่างผมจะแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เกิดเรื่องทำไม"

กับคำพูดของ นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เปิดฉากคุยกันทางโทรศัพท์กับทีมข่าว "ไทยรัฐออนไลน์" ซึ่งนับเป็นสื่อมวลชนแห่งแรก ที่นายสุพจน์ ยอมเปิดใจพูดคุยด้วย หลังจากหลบหน้าหายตาไปอย่างยาวนาน ตั้งแต่เกิดเหตุคดีสะท้านเมือง โจรบุกบ้านคนระดับปลัดกระทรวงคมนาคม ย่านลาดพร้าว เข้าไปถึงห้องนอน ปล้นเงินที่ว่ากันว่ามีมากถึงหลักพันล้านบาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2554 ที่ผ่านมา


ภายหลังจากที่เมื่อวันที่ 11 ม.ค. นายเมธี ครองแก้ว กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ออกมากล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม กรณีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จ การร่ำรวยผิดปกติ และการทุจริตต่อหน้าที่ว่า นายสุพจน์ได้ยื่นเอกสารแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินฯ เพื่อแสดงสถานะทางทรัพย์สินในวันที่ถูกปล้นบ้านมาให้ ป.ป.ช.แล้ว เมื่อเย็นวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่จะครบกำหนด ที่ ป.ป.ช. ขีดเส้นไว้ในวันที่ 11 ม.ค. 2554 ซึ่งคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช.ที่มีนายใจเด็ด พรไชยา เป็นประธาน จะไปพิจารณาว่า เอกสารข้อมูลที่นายสุพจน์ยื่นมามีความชัดเจน และสมบูรณ์เพียงพอหรือไม่ จึงจะทราบว่า จะต้องเรียกนายสุพจน์มาชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมอีกหรือไม่ คาดว่าในวันที่ 12 ม.ค. คณะอนุกรรมการ ป.ป.ช.จะรายงานข้อมูลบัญชีทรัพย์สินล่าสุด และความคืบหน้าการไต่สวนคดีนี้ให้ที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ รับทราบ


ทั้งนี้ นายสุพจน์ ยอมรับกับทีมข่าว "ไทยรัฐออนไลน์" เป็นที่แรก แทบจะในทันทีที่ถูกสอบถามถึงกรณีดังกล่าวว่า ได้เข้ายื่นหนังสือแจงบัญชีทรัพย์สินช่วงก่อนที่จะถูกกลุ่มชายฉกรรจ์บุกปล้นบ้านเมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2554 กับนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมาแล้ว พร้อมยืนยันถึงจำนวนเงินที่ถูกปล้นไปจากห้องนอนตัวเองว่า มีเงินอยู่แค่ 5 ล้านบาท ไม่ใช่นับร้อยนับพันล้านอย่างที่เข้าใจกัน


อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวอีกว่า วันนี้ (12 ม.ค.) ตนจะเดินทางเข้าชี้แจงกับคณะกรรมการตรวจสอบชุด ที่มีนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่ทำเนียบรัฐบาล ในเวลาประมาณ 13.00 น. ด้วย ยังยืนยันในข้อมูลเดิมทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าได้เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.2554


แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าที่ขอเดินทางออกไปต่างประเทศนั้น ไปทำอะไร นอกจากอย่างที่รู้ๆกันว่าขอออกไปหลบแรงกดดันทางการเมืองที่พุ่งเข้าใส่อย่างรุนแรง และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องการจะรู้ให้ได้ว่า เงินที่ว่ากันว่ามีจำนวนมากมายมหาศาลเป็นประวัติการณ์นี้ เป็นของใครกันแน่ นายสุพจน์ได้มาได้อย่างไร และเป็นทรัพย์สินที่ได้มาอย่างสุจริตหรือไม่?


แต่จากการจับน้ำเสียงของปลัดกระทรวงคมนาคม ที่ถูกคำสั่งให้มาช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งข้อสังเกตเห็นได้ชัดว่า น้ำเสียงของนายสุพจน์ที่อยู่ปลายสายโทรศัพท์ ดูเหมือนจะคลายความกังวล ลงไปเป็นอย่างมาก เชื่อว่าคงมีการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ เอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วเป็นแน่ จนทำให้เกิดความมั่นใจส่วนหนึ่ง เจ้าตัวจึงกล้าเปิดหน้าเข้าต่อสู้ในคดี หลังจากที่ผ่านมา พยายามหลบเลี่ยง ไม่ขอให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน และไม่สามารถติดต่อได้นานเป็นแรมเดือน ก่อนที่จะกลับมาอีกครั้ง หลังวันหยุดยาวช่วงปีใหม่ หรือเป็นไปได้ว่าอาจมีการเคลียร์กันภายในจนลงตัวแล้วก็เป็นไปได้ ดังนั้นสังคมจึงต้องเฝ้าจับตาอย่างไม่กะพริบ นับแต่บัดนี้เป็นต้นไปว่า คดีปล้นสะท้านเมืองนี้สุดท้ายจะจบลงตรงที่ใด.... ระหว่างปลัดคมนาคมรายนี้ พบมีความผิดจริงและต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย หรืออีกทางหลุดจากข้อกล่าวหาทั้งหมดซึ่งถ้าดูตามเนื้อผ้า มาถึงขั้นนี้คงเป็นไปได้ค่อนข้างยาก และยังต้องจับตาดูต่อไปด้วยจะมีนักการเมืองใหญ่ใครบ้างที่อาจติดร่างแหไปด้วย หรือสุดท้ายกลายเป็นไม่มีอะไรในก่อไผ่ เป็นมวยล้มต้มคนดู...

 

โหวตข่าวนี้