advertisement

เปลือยใจ ปลอดประสพ "ผมพูดผิดแต่รักษาชีวิตคนไว้ดีกว่า.."

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ต.ค. 2554 05:30

ทำชาวบ้านตกอกตกใจ อลเวง-อลม่าน กันเล็กน้อยเมื่อทีวีถ่ายทอดสดออกอากาศประกาศเตือน ให้ประชาชนเตรียมอพยพด่วนใน 7 ชั่วโมง หลังรัฐบาลไม่สามารถคุมประตูระบายน้ำบ้านคลองพร้าวที่เสียหายได้ แต่อีกไม่กี่อึดใจถัดมากลับได้ฟังแถลงใหม่อีกครั้งว่า สามารถควมคุมน้ำได้ สร้างความสับสนงงงวยแก่ชาวกรุงในนาทีเป็นนาทีตาย เฝ้าระวังน้ำท่วมอย่างใจจดใจจ่อในเวลานี้....

ภายหลัง นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะหัวหน้าศูนย์ตรวจสอบ พื้นที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม(ศปภ.) ออกอากาศยิงสดทีวีเมื่อหัวค่ำวันที่ 13 ต.ค. สร้างความตระหนกต่อคนที่อยู่ในพื้นที่ รังสิต-เชียงรากน้อย-สายไหม ไม่น้อย โดยภายหลังแถลงประกาศเตือนกลับมีคนใน ศปภ. ออกมาบลัฟข้อมูลกันเองโดยยืนยันว่าไม่ได้ร้ายแรงถึงขนาดอพยพผู้คนแต่อย่างใด

ไทยรัฐ ออนไลน์ มีโอกาสสัมภาษณ์นายปลอดประสพ ว่าอะไรและเหตุใดจึงตัดสินใจแถลงเช่นนั้น ในนาทีหน้าสิ่วหน้าขวาน ที่ต้องใช้ความเด็ดเดี่ยวในการตัดสินใจประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่...


“ถ้า ผมไม่พูดวันนี้จะมีคนมาเยอะมั้ย ถ้าผมไม่พูดทหารจะมากันเยอะมั้ย และถ้าผมไม่พูดวันนี้ มันจะคงจะพังไปหมดแล้วมั้ย แต่ไม่เป็นไร ที่เราพูดไปก็เพราะหวังดี ไม่น้อยใจ ผมแก่แล้ว และผมก็รักษาชีวิตคนไว้ได้...”


นายปลอดประสพ เล่าให้กับไทยรัฐออนไลน์ฟังถึงเหตุผลที่ต้องประกาศไปก็เพราะว่า ประตูระบายน้ำคลองบ้านพร้าวนั้น เพราะผมเป็นคนไปเห็นปัญหามาได้ 2-3 วันก่อนที่จะแถลงแล้ว แต่ว่าเมื่อวานสถานการณ์มันเลวร้ายที่สุด แตกยาว และบริษัทที่เข้าไปทำก็ถอนตัวออกมา เหลืออยู่แค่รถของนายก อบจ. และรถลูกน้องเขาเพียง10 กว่าคน และน้ำก็ไหลทะลักเข้ามาเยอะมาก ผมเห็นว่าทั้งคืนก็ยังไม่ได้ทำ น้ำก็ไหลลงมา เห็นมาแล้วก่อนหน้านั้นอีก รวมวันนี้(13 ต.ค.)ก็เข้าวันที่ 4 แล้ว และก็บังเอิญวิม (นายวิม รุ่งวัฒนจินดา โฆษกศปภ.) เขาก็เดินมาบอกผม บอกว่าพี่ๆเขาแจ้งมาว่ามันแตกแล้ว ผมรู้มานานแล้วแต่ไม่พูด รู้กันแค่กับทหารเท่านั้น

เมื่อถามว่า นายวิม เขารู้ได้อย่างไรว่ากั้นน้ำแตก นายปลอดประสพ กล่าวว่า วิมเขามีคนแจ้งเขาแล้วมาบอกว่ามันแตก สุดท้ายก็มาคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะแจ้งข่าวให้ประชาชนได้ทราบ ก็เลยรีบชวนกันมาออกบอกกับสื่อและประชาชน แต่วิมเขาไม่ได้เห็น จุดประสงค์ของผมก็คือว่าเขื่อนมันแตก อยากจะมาเตือนและบอกความจริงกับประชาชน เพราะเขื่อนกันน้ำ มันแตกแล้ว และน้ำก็ไหลมาเยอะแยะ มีคนซ่อมอยู่เพียงนิดหน่อย มันก็ไหลและไม่ว่าจะไหลไปทางไหนน้ำมันก็ท่วมทั้งนั้น


“ผมพูดผิดแต่รักษาชีวิตคนไว้ดีกว่า…..”

ส่วน ใครอยู่ที่ในที่ต่ำก็ให้เก็บข้าวของออกมาในที่สูง มีรถก็นำขึ้นที่สูง บ้านชั้นสองก็ไม่เป็นปัญหา ถ้าบ้านชั้นเดียวแล้วยกสูงหน่อยก็ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน ก็นั่นแหละที่ผมบอกเพราะผมเห็นชีวิตคนน่ะสำคัญไม่เสี่ยง เมื่อถามว่า เป็นการพูดผิดหรือแถลงผิดไม่ นายปลอดประสพ กล่าวว่า ผมพูดผิดแต่รักษาชีวิตดีกว่า ถ้าผมไม่พูดแล้วเกิดความเสียหายขึ้นมานั่นมันก็ไม่ถูก ผมบอกไปเท่านั้นเอง แต่บังเอิญมีคนถามขึ้นมาเท่านั้นว่าถ้าเขามาแล้วจะอยู่ที่ไหน ผมก็เลยบอกไปว่าดอนเมืองแล้วกัน แล้วถามว่าเมื่อไหร่ ผมก็บอกไปเลยว่ามาเลยใน 7 ชั่วโมง ผมก็บอกไปอย่างไม่ระวังตัวเองเท่าไหร่หรอก ในเมืองนอกเขาก็ไม่มีใครเอาชีวิตคนไปเสี่ยงหรอกครับ สถานการณ์ในวันนี้ ผมก็อยู่ด้วยทั้งวัน มีรถตักดินมา 3 คัน มีของคุณขวัญชัย ไพรพนา ส่งมาช่วยจากอุดร และมีอีกคันหนึ่งของที่มีอยู่เดิม

และวันนี้มีทหาร มาเยอะ มาทำแนวคันดิน ถ้าผมไม่พูดวันนี้จะมีคนมาเยอะมั้ย ถ้าผมไม่พูดทหารจะมากันเยอะมั้ย และถ้าผมไม่พูดวันนี้ มันจะคงจะพังไปหมดแล้วมั้ย แต่ไม่เป็นไร ที่เราพูดไปก็เพราะหวังดี ไม่น้อยใจ ผมแก่แล้ว และผมก็รักษาชีวิตคนไว้ได้ ผมกลับภูมิใจเสียอีก บวกลบคูณหารแล้วผมรักษาชีวิตคนได้แล้วถูกด่านิดหน่อย ผม ถูกด่าก็ไม่เป็นไร แต่ก็มีคนส่งเอสเอ็มเอสมาให้กำลังใจผมเช่นกัน ไม่ชอบ อยากด่าก็เชิญ ด่าแล้วสบายใจหายเครียดก็เชิญ ผมรับได้ ยืนยันว่าที่ผมทำหน้าที่เพราะหวังดี ที่ทำไปเพราะเห็นคุณค่าชีวิตคน ความจริงถ้าเป็นเมืองนอก เตือนพลาดก็ไม่เป็นไร ดีกว่าปล่อยให้คนตาย ก็อย่างที่คุณวิมเดินมาเตือนครั้งที่แล้วคุณก็ได้ยินแล้วนี่ เชิญคนอื่นแล้วกัน ผมขอทำหน้าที่ตามที่ถนัดในเรื่องเทคนิคของผมดีกว่า


“จริงๆเจ้าของเรื่องคือกรมชลประทานและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยตรง ผมนี่ยุ่งไปเองแท้ๆ....”

เมื่อถามว่าคนมองว่าเกิดความขัดแย้งกันเรื่องข้อมูลภายในศปภ. นายปลอดประสพ กล่าวว่า ผมรู้สึกเฉยๆไม่มีอะไร ไม่มีภาระและผมก็ชัดเจน ผมพยายามที่จะหลีกเลี่ยงเรื่องวุ่นวายที่จะไม่ไปยุ่งในเรื่องที่ไม่ใช่ของผม ปลอดประสพไม่เอาอีกแล้ว เปลืองตัว ตอนนี้ผมก็ทำเรื่องผันน้ำหลัก 3 สาย ท่าจีน บางปะกง เจ้าพระยา และก็ดูแลแทนท่านนายกฯในการประสานงานในการระบายน้ำออก มาดูแลตรวจว่าทำตรงไหนบ้าง ผมไม่เข็ดหรอก ผมทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม ถ้าผมไม่ทำผมก็แย่แล้ว ผมไม่ใช่คนขี้ขลาด ถ้าผมไม่พูดจริงๆก็ไม่รู้จะทำได้หรอไม่ ผมขี้เกียจพูดแล้ว ถ้าให้ไปแถลงอีกก็ไม่เอา ขี้เกียจ เบื่อ ไม่ถูกตำหนิอะไร คนที่เป็นรัฐมนตรีเท่าๆกันจะมาตำหนิอะไรผม ถามว่าเท่ากันหรือเปล่า?  ผู้บังคับบัญชาผมคือนายกฯคนเดียว ไม่ว่าใครทั้งนั้นก็เป็นรัฐมนตรีเท่าๆกัน ใครจะมาตำหนิผม ท่านเข้าใจผมนะว่าหวังดีกับส่วนรวม


ถึงตอนนี้ก็ยัง ไม่มีใครกล้าบอกนะว่าประตูน้ำคลองบ้านพร้าว ก็ยังไม่เสร็จ นายปลอดประสพ กล่าวว่า ไม่รู้สิ คุณก็ไปบอกเองสิ ต้องไปดูเองและเขียนเอง ผมไม่บอกแล้ว ผมเห็นว่ามีอีกหลายประตูแต่จำไม่ได้จริงๆที่ยังไม่เสร็จ ไอ้นี่ผมแค้ไปดูแล้วเห็นโดยบังเอิญ เป็นห่วงก็เลยติดตาม จริงๆเจ้าของเรื่องคือกรมชลประทานและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยตรง ผมนี่ยุ่งไปเองแท้ๆ เมื่อถามว่าแล้วทำไมศปภ.บอกรายงานไม่ครบ นายปลอดประสพ กล่าวว่า ไม่รู้ เสร็จไม่เสร็จคุณต้องไปดูเอง ผมก็ไม่อยากมีอำนาจ ไม่จำเป็น ไม่อย่าล้วงลูกคนอื่น สังคมไทยละเอียดอ่อน ผมเอานิสัยฝรั่งมาใช้เยอะ ผมก็รู้เรื่องทรัพยากรเยอะ และสิ่งแวดล้อมก็รู้เยอะ แล้วที่ผ่านมาจากวันที่แถลงเมื่อวนก่อนมันเป็นจริงมั้ยละ

ส่วน กรุงเทพน้ำจะท่วมมั้ย นายปลอดประสพ กล่าวว่า ผมหวังว่าจะไม่เป็นอย่างนั้น คืองี้ที่เราคุยกันรอบๆกรุงเทพคงจะท่วมบ้าง ทั้งภาคตะวันออกและตะวันตก แต่กรุงเทพชั้นในก็คงจะปลอดภัยสัก 90 เปอร์เซ็นต์ แต่รอบๆชานเมือง ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและชานเมืองก็มีบ้าง แต่อย่างไรก็ไม่ท่วมกรุง



*** สำหรับประวัติของนายปลอดประสพ สุรัสวดี นั้นไม่ธรรมดา ดีกรีปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการประมง ม.เกษตรศาสตร์ - ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาเทคโนโลยีการประมง ม.แม่โจ้ - ปริญญาเอก สาขานิเวศวิทยาแค่ 2 ปี 7 เดือน คนแรกและคนเดียวของ Mantoba University ประเทศแคนาดา - ปริญญาโท การบริหารการประมง มหาวิทยาลัยโอเรกอน สเตท Oregon State University ประเทศสหรัฐอเมริกา
ส่วนประสบการณ์ทำงานนั้นเคยดำรง ตำแหน่ง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ง แวดล้อม,เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม,รองปลัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์เมษายน,อธิบดีกรมประมง


...เรียก ได้ว่าเป็นกูรูและเติบโตมาทางด้านทรัพยากรธรรมชาติการจัดการโดยแท้จริง ในสายงานอาชีพของตนเอง เมื่อคนเชี่ยวชาญและผ่านงานโดยตรงกล้าออกมาเตือนดังๆ สังคมก็ควรจะรับฟังและวิเคราะห์ประกอบตามด้วย จึงจะเหมาะในสถานการณ์ที่ช่วยอะไรได้ก็ควรช่วยกันดีกว่ามาจ้องเตะตัดขา กันเองในเวลาแบบนี้.

โหวตข่าวนี้