advertisement

กรณ์ตามจิกคลัง ชี้3หมื่นล้านใช้ประโยชน์ได้มากกว่ารถคันแรก

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ก.ย. 2554 18:05

“กรณ์” จี้ 3 หมื่นล้าน ใช้ประโยชน์อื่นได้มากกว่ารถคันแรก ถามก.คลัง จะเก็บภาษีจากใคร ท้าความจริงใจรัฐ แก้ปัญหาคนจนผ่านกม.ภาษีที่ดิน

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองนายกฯ เงา ด้านเศรษฐกิจ แถลงหลังประชุมครม.เงาว่า ครม.เงากังวลนโยบายรถคันแรกของรัฐบาล เพราะการใช้เงิน 3 หมื่นล้านบาทไปรองรับโครงการ มีความคุ้มค่ากับเงินภาษีของพี่น้องประชาชนหรือไม่ เพราะเม็ดเงิน 3 หมื่นล้านบาท ถ้านำมาใช้ชดเชยเพื่อให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าปรับลดลงมาเป็น 20 บาทต่อเที่ยว ตามที่พรรคเพื่อไทยได้หาเสียงไว้ จนบัดนี้ยังไม่ทำ จะเพียงพอให้ประชาชนใช้บริการได้ถึงวันละ 5 แสนคน และได้เป็นระยะเวลาถึง 30 ปี

นายกรณ์กล่าวต่อ ว่า ส่วนกรณีกระทรวงการคลังได้ตั้งประมาณการของกรอบการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2555 ไว้ที่ 1.98 ล้านล้านบาทนั้น มีข้อสังเกตว่า เป็นการประมาณการรายได้รัฐบาลเพิ่มขึ้นสูง จากที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ประมาณการไว้ที่ 1.90 ล้านล้านบาท ทั้งที่รัฐบาลเพื่อไทยเองมีนโยบายปรับลดภาษีนิติบุคคลให้นายทุนและบริษัทใหญ่ จากร้อยละ 30 หรือร้อยละ 23 ซึ่งจะกระทบการจัดเก็บรายได้ในปี 2555 รวมถึงการลดภาษีอื่นๆ เช่น ลดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ซึ่งแนวคิดลดภาษีทั้งหมดของรัฐบาลนี้ จะทำให้รายได้ปี 2555 หายไปอย่างน้อย 1 แสนล้านบาท คำถามคือ เมื่อลดภาษีให้นายทุน และประมาณการจัดเก็บรายได้ที่รัฐบาลตั้งเป้าให้หน่วยจัดเก็บต่างๆไปเก็บภาษี เพิ่มจากเดิมถึงเกือบ 2 แสนล้านบาท ขอถามว่า แล้วจะไปจัดเก็บภาษีจากใคร เพราะฐานการจัดเก็บภาษีก็มีเท่าเดิม พรรคประชาธิปัตย์กังวลว่า ประชาชนที่ไม่ใช่นายทุนซึ่งได้รับการลดภาษี จะต้องรับภาระส่วนเพิ่ม ในการจัดเก็บภาษีส่วนนี้ เพื่อมาสนองนโนยายประชานิยมต่างๆ ของรัฐบาล

“ดังนั้นจึงไม่มีหนทางอื่น ภาษีสรรพสามิตคงไปทำอะไรไม่ได้ นอกจากจัดเก็บจากภาษีสรรพากร ซึ่งมี 3 ชนิด คือ ภาษีเงินได้ส่วนบุคคลซึ่งเป็นของมนุษย์เงินเดือน ภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งเป็นภาระประชาชนทุกคน และภาษีนิติบุคคล แต่รัฐบาลได้ประกาศว่าจะปรับลดไปแล้ว”

นอกจากนี้ ครม.เงา ยังได้พิจารณาร่างกฎหมาย 253 ฉบับที่ค้างการพิจารณาของสภาฯ จึงขอให้รัฐบาลยืนยันว่า จะรับทุกร่างกฎหมายดังกล่าว สำหรับในส่วนของกระทรวงคลังที่ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.ที่มีความสำคัญ ขอทวงรัฐบาลว่า ถ้าห่วงการแก้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำทางสังคมจริงตามที่ได้หาเสียงกับคนรากหญ้าไว้ รัฐบาลต้องยืนยันร่างพ.ร.บ.ภาษีทรัพย์สินและที่ดินที่กระทรวงการคลังใช้เวลาหลายปีในการจัดทำมา แล้วบรรจุเป็นวาระพิจารณาของสภา ไม่เช่นนั้นก็แสดงว่า รัฐบาลนี้ไม่ให้ความสำคัญกับคนจนตามที่หาเสียง เพื่อให้มีการจัดตั้งธนาคารที่ดินให้คนจน จะได้มีโอกาสเข้าถึงการครองครองที่ดิน ไม่เช่นนั้น ความเหลื่อมล้ำก็เป็นแค่วาทะกรรม และสะท้อนถึงการปกป้องประโยชน์ของอภิมหาเศรษฐีต่อไป และรัฐบาลควรเร่งดำเนินการ เพราะตามรัฐธรรมนูญจะหมดเวลายืนยันในสิ้นเดือนกันยายนนี้แล้ว

โหวตข่าวนี้