advertisement

'อภิสิทธิ์'ฝาก'ยิ่งลักษณ์'ปรองดองไม่ใช่นิรโทษ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.ค. 2554 13:20

"มาร์ค" ลั่นไม่เสียใจตัดสินใจยุบสภาแล้วแพ้เลือกตั้ง ดีใจ "ยิ่งลักษณ์" หนุน "คณิต" ลุยงานด้านความปรองดองต่อ ชี้ปรองดองไม่ใช่นิรโทษกรรม เตือนอย่าฟื้นคดี "ทักษิณ" หวั่นเป็นการจุดปมขัดแย้ง แนะควรเป็นรัฐบาลของประชาชนทั้งประเทศ มากกว่า...

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และรักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกที่ตัดสินใจยุบสภาแล้วแพ้การเลือกตั้งว่า ไม่ได้เสียใจ การตัดสินใจยุบสภาเป็นไปตามที่เคยบอกประชาชนเอาไว้ว่า ควรจะมีการจัดการเลือกตั้งเมื่อบ้านเมืองเดินมาข้างหน้าระดับหนึ่ง และการเลือกตั้งเป็นกระบวนการหนึ่งที่ช่วยให้บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติได้ ดังนั้นได้ทำตามนั้นแล้ว เมื่อประชาชนตัดสินใจเราต้องเคารพการตัดสินใจ วันนี้อยู่ที่ว่าทำอย่างไรรัฐบาลจะใช้ความไว้วางใจของประชาชนทำงานเพื่อประชาชน ส่วนการเดินหน้าเรื่องความปรองดองนั้น เป็นสิทธิ์ของรัฐบาลใหม่ แต่ตนย้ำว่าขอให้เดินหน้าแก้ปัญหาของประชาชนอย่าทำให้สุ่มเสี่ยงให้เกิดความวุ่นวายอีกเลย กับการเอาเรื่องเก่าๆ ต่างๆ เข้ามาอีก

ผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี ให้ความไว้ใจกับคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ(คอป.) ที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธานฯทำงานต่อไป ว่า ดีใจที่รัฐบาลจะไว้วางใจคณะกรรมการของนายคณิต เพราะวันที่ตั้งขึ้นมามีหลายฝ่ายบอกว่าไม่เป็นกลาง ซึ่งนายคณิตและคณะได้ทำงานไประดับหนึ่งได้รับการยอมรับ และตอนนี้ถ้าสนับสนุนให้ทำงานอย่างอิสระจะเป็นเรื่องที่ดี

เมื่อถามถึงกรณีที่ นพ.เหวง โตจิราการ ว่าที่ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ระบุว่าจะต้องการนำคนผิดกรณีจลาจล และคนที่ติดคุกต้องออกมาทั้งหมด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มี 2 เรื่องที่จะฝากเป็นข้อคิดถึงรัฐบาลใหม่ คือ 1.เรื่องการปรองดองไม่ใช่เรื่องของการนิรโทษกรรม ซึ่งนายคณิตพูดชัดเจนว่าการปรองดองไม่ใช่การนิรโทษกรรม ดังนั้นอย่าเอา 2 เรื่องนี้มาปะปนกัน บังเอิญตนไปเห็นข่าวใน CNN ว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ พูดถึงความเป็นไปได้ในการที่จะไปรื้อคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ อยากจะฝากบอกว่าอย่าทำเลย วันนี้ประชาชนให้ความไว้วางใจมาแก้ปัญหาอื่น ถ้าเอาเรื่องนี้กลับเข้ามามันจะเป็นปมความขัดแย้งต่อประเทศชาติบ้านเมือง

เมื่อถามว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ บอกว่าจะต้องกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของคดีเพื่อความเป็นธรรม นายอภิสิทธ์ กล่าวว่า ความจริงมันสำคัญที่จุดสุดท้ายของคดี คือศาลยุติธรรมเป็นผู้ตัดสิน จึงคิดว่า อย่าไปทำเลย ส่วนเรื่องที่ 2.คือเรื่องที่จะไปค้นหาความจริง ความรับผิดชอบในเหตุการณ์ต่างๆ คิดว่าเป็นหลักการ ซึ่งรัฐบาลตนให้ไว้อยู่แล้ว แต่ต้องเข้าใจว่าที่ตนทำเรื่องนี้ไม่เคยมีธง อย่างไรก็ตาม ความจริงก็เป็นความจริง ไม่ควรมีใครไปชี้นำชี้ธง เพราะหากชี้ธงกันทุกฝ่ายก็ชี้ธงได้ บ้านเมืองจะขัดแย้งไปอีก จึงต้องให้คนกลางเป็นคนทำ

เมื่อถามว่า นางสาวยิ่งลักษณ์บอกว่า จะไม่นิรโทษกรรมให้คนใดคนหนึ่งตามนโยบายของพรรคเพื่อไทย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็อย่าไปเล่นคำเลย เพราะในเมื่อการปรองดองที่แท้จริงมันไม่ใช่การนิรโทษกรรมคดีทุจริตคดีอาญาก็อย่าไปทำ ถ้าบอกว่าอยากจะช่วยคนหนึ่งแล้วบอกว่าไม่ทำเพื่อคนใดคนหนึ่งก็เลยไปช่วยอีกสักคน ไม่ได้ต่างจากเดิม เพียงแต่ลากคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องเท่านั้นเอง

ต่อข้อถามว่า นายกฯ มองการโยกย้ายข้าราชการหลังจากเปลี่ยนรัฐบาล อย่างกรณีที่ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่เตรียมใจไว้แล้วอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะโยกย้ายอะไรต้องมีเหตุมีผล และขณะนี้อย่าไปสรุปล่วงหน้า อยากจะฝากข้อคิดว่าปัญหาของประชาชนเป็นเรื่องอื่น ขณะนี้ถ้าจะปล่อยให้คณะกรรมการอิสระเดินหน้าต่อในเรื่องนี้ดีที่สุด เรื่องที่รัฐบาลน่าจะใส่ใจเป็นเรื่องเศรษฐกิจและปากท้อง วันนี้คุณยิ่งลักษณ์ต้องมาเป็นรัฐบาลของคนทั้งประเทศ ไม่ใช่รัฐบาลของพี่ชาย เมื่อถามว่า มองการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งอย่างนี้มันควรจะเร็ว ตนก็อยากให้ตั้งรัฐบาลโดยเร็วเพราะว่าประเทศไม่ควรจะอยู่ในสภาพที่ไม่มีรัฐบาลอำนาจเต็มเป็นเวลานาน

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวที่จะกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์หากที่ประชุมใหญ่พรรคประชาธิปัตย์เลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคและอาจถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า ขณะนี้เป็นกระบวนการของพรรคที่มีเวลาตั้ง 90 วัน จึงอยู่ที่ประชุม ส.ส. แต่คิดว่าพรรคควรใช้เวลานี้ในการทบทวนหลายสิ่งหลายอย่างไม่ควรรีบมีข้อสรุปอะไร อย่างไรก็ตาม คิดว่าหลักการที่ผ่านมาหากพรรคที่อันดับ 1 เสียงเกินครึ่งมันไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีแข่งในสภาฯ เพราะมันชัดเจนอยู่แล้ว รวมถึงกรณีของประธานสภาฯ ด้วย ตนเข้าใจว่าเมื่อเสียงของพรรคข้างมากเกินครึ่งก็ไม่มีความจำเป็น

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากในที่ประชุมใหญ่พรรคประชาธิปัตย์มีเสียงสนับสนุนให้กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคฯ จะรับหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้เพราะอยากให้เป็นเรื่องของคนอื่นเขาคิดอย่างอิสระมากกว่า เพราะการพูดอะไรไม่เป็นประโยชน์ จะเป็นการใช้ความรู้สึกมากกว่า เพราะคิดว่าสมาชิกพรรคควรทบทวนให้ตกผลึกด้วยเหตุด้วยผลกับแนวทางต่างๆ ที่ทำมาส่วนรวมทั้งอาจจะมีคนอาสาตัวเข้ามา อีกทั้งตัวบุคคลไม่ควรผูกพันกับตัวองค์กร ตอนนี้ไม่อยากจะพูดอะไรอยากให้พรรคได้มีโอกาสทบทวนตัวเอง และเราไม่ควรตั้งสมมติฐานตอนนี้ เพราะที่ลาออกเพื่อให้เกิดการเปิดกว้างทางความคิด เพราะทั้งกรรมการบริหารและกรรมการอำนวยการเลือกตั้ง คณะกรรมการยุทธศาสตร์เราเป็นคนนำพรรคเข้าสู่การเลือกตั้งในเมื่อมันไม่สำเร็จ พวกเราควรให้ความเห็นน้อยลง เพื่อให้ทบทวนกันว่าสิ่งที่เผชิญดูต้องการให้พรรคเดินไปอย่างไร

เมื่อถามถึงกรณีที่นายสุเทพเทือก สุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าจะไม่กลับมานั่งในตำแหน่งเลขาธิการพรรคอีกต่อไป นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกับนายสุเทพ เมื่อถามอีกว่า นายกฯ วิเคราะห์ถึงเหตุผลที่แพ้การเลือกตั้งอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ให้ความเห็น เพราะตนลาออก ถอยมาเพื่อให้สมาชิกพรรคเปิดกว้างทางความคิด ดังนั้นไม่ต้องมาถามความเห็นตน เมื่อถามว่า นายสุเทพบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์มีปัญหาเรื่องการตลาดต้องหาคนที่เก่งเรื่องการตลาดเข้ามาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ให้สมาชิกพรรคเปิดกว้างทางความคิด ตนลาออกมาแล้วมาให้ความเห็นตลอดเวลามันไม่ดีหรอก เมื่อถามถึงกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย และว่าที่ส.ส.สัดส่วนจะเข้าพบเพื่อขอคำแนะนำในการเป็นฝ่ายค้าน นายอิภสิทธิ์ กล่าวว่า"ผมไม่ใช่หัวหน้าพรรคแล้ว"

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายฮอร์ นัม ฮง รมว.ต่างประเทศ ของกัมพูชาระบุจะทำงานกับรัฐบาลใหม่ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะปัญหาเขตแดนและผลประโยชยน์ทับซ้อนทางทะเลว่า รัฐบาลใหม่คงต้องกำหนดท่าทีให้ชัด แต่อยากจะย้ำว่าสิ่งสำคัญในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ คือ ต้องดูแลเขตแดนทางบกให้เรียบร้อย ถ้าเราเร่งทำเรื่องทางทะเล โอกาสที่จะแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ไม่คุ้มค่า เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ ครม.เคยแขวนเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนทางทะเลเอาไว้นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ครม.ชุดใหม่เขาต้องมาทบทวนมติ ครม.

โหวตข่าวนี้