ชาวบ้าน 3 ตำบล จากจ.สระบุรี เดินทางเขาร้องเรียนนายกฯ ให้สั่งปิดบ่อขยะ อ้างประชาชนเริ่มมีปัญหาเจ็บป่วยจากสารพิษ -เสียชีวิต นายกฯอภิสิทธิ์ ทำได้แค่ลงชื่อรับทราบเรื่องร้องเรียน ชาวบ้านสุดกลั้นถึงกับปล่อยโฮ ...
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 10 มิ.ย. ตัวแทนชาวบ้าน 3 ตำบลประมาณ 20 คน จาก จ.สระบุรี ประกอบด้วย ราษฎรจาก ต.หนองปลาไหล ต.กุดนกเค้า อ.เมืองสระบุรี และต.ห้วยแห้ง อ.แก่งคอย ที่ได้รับความเดือดร้อนจากบ่อขยะอุตสาหกรรมอันตรายจากบ่อขยะของบริษัทเบตเตอร์เวิร์ลกรีน จำกัด (มหาชน) จ.สระบุรี เข้าไปรอพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นหนังสือ ขอให้ออกคำสั่งปิดบ่อขยะของบริษัทดังกล่าว เนื่องจากขณะนี้มีประชาชนที่เจ็บป่วยจากสารพิษเริ่มเสียชีวิต โดยติดต่อผ่านนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อขอพบนายกรัฐมนตรี บริเวณตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
ต่อมา นายอภิสิทธิ์ได้มาพบกับกลุ่มชาวบ้านและได้ชี้แจงว่า ในการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ตนเองได้สอบถามปัญหาดังกล่าวในที่ประชุม อธิบดีกรมควบคุมมลพิษได้รายงานว่าขณะนี้ดำเนินการตรวจสอบเสร็จสิ้น เรียบร้อยแล้ว โดยจะส่งรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรมาให้ในเร็วๆนี้ จึงต้องขอรอรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาทิ กระทรวง สาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม จากนั้นก็ค่อยมาดูว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะหากออกคำสั่งใดคำสั่งหนึ่งไปก่อนแล้วไปผิดเงื่อนไขของกฎหมายแล้วไปร้อง เรียนกันที่ศาลปกครองก็จะยิ่งมีปัญหา
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ภายหลังนายกรัฐมนตรีอธิบายชี้แจงเสร็จสิ้น ตัวแทนชาวบ้านแสดงความไม่พอใจ ต่อคำชี้แจงดังกล่าว ต่อว่านายกรัฐมนตรีว่า จะรับปากแค่นี้ไม่ได้ ขณะที่นายกรัฐมนตรี เมื่อเห็นว่าการชี้แจงไม่ได้ผลจึงเดินผละออกเพื่อไปร่วมประชุม คณะกรรมการบีโอไอ ที่ห้องสีเขียว ตัวแทนชาวบ้านจึงยอมยื่นหนังสือ แต่ขอให้นายกรัฐมนตรีเซ็นชื่อรับเรื่อง นายกรัฐมนตรีก็ยอมเซ้นชื่อให้ แต่หลังจากนายกรัฐมนตรีเดินเข้าไปในห้องสีเขียว ชาวบ้านก็ตะโกนต่อว่าไล่หลังว่า "นายกฯทำได้แค่รับหนังสือ สั่งการอะไรไม่ได้เลย เป็นถึงผู้นำประเทศ แล้วชาวบ้านจะอยู่กันได้ไง จะตายกันหมดแล้ว นายกฯอย่าเกรงใจคนอื่นสงสารชาวบ้านบ้าง"
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ภายหลังนายกรัฐมนตรีเดินเข้าห้องประชุมไปแล้วชาวบ้านก็ยังตะโกนต่อว่านายกรัฐมนตีดังก้อง โดยเฉพาะชาวบ้าน ผู้หญิง 2 คนถึงกับร้องไห้ปล่อยโฮเดินไปบ่นไปต่อว่านายกรัฐมนตรี ว่า รักแต่นายทุน ไม่รักราษฎร ไม่รักแผ่นดิน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำทำเนียบรัฐบาลและตำรวจสันติบาลได้ขอให้ตัวแทนชาวบ้านกลับออกไป แต่กว่าจะเคลียร์ได้ต้องใช้เวลาพอสมควร จากนั้นกลุ่มชาวบ้านที่เข้ามาก็ได้ออกไปสมทบกับกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มเดียวกัน ที่รวมตัวรออยู่นอกรั้วทำเนียบรัฐบาลฝั่งตรงข้ามสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)




















