กงสุลพาเยี่ยม '13หญิงไทย' ติดคุกศาลจีน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

กงสุลพาเยี่ยม '13หญิงไทย' ติดคุกศาลจีน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ก.ค. 2553 07:15
6,893 ครั้ง


เผยนักโทษหญิงไทย 13 คน ถูกตัดสินประหารชีวิตคดีลักลอบขนยาเสพติดที่มณฑลกวางตุ้ง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน แต่ศาลยังปรานีให้คุมขังระหว่างรอการลงอาญา...


เมื่อวันที่ 22 ก.ค.กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้จัดโครงการ "ความหวังสุดท้าย" นำญาติของนักโทษหญิงไทยคดียาเสพติดที่ถูกศาลตัดสินประหารชีวิตแล้วจำนวน 13 คน ไปเยี่ยม โดย น.ส.มธุรพจนา อิทธะรงค์ รองอธิบดีกรมการกงสุล ได้รับมอบหมายจาก นายจักร บุญหลง อธิบดีกรมการกงสุล ให้เป็นหัวหน้าคณะนำญาตินักโทษจากประเทศไทย จำนวน 10 คน และบินไปสมทบจากประเทศแคนาดาอีก 1 คน เดินทางไปยังนครกวางโจว มณฑลกวางตุ้ง ระหว่างวันที่ 20-21 ก.ค. ที่ผ่านมา จากนั้นร่วมกับ น.ส.สิริพร วนาวิริยะ อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง นายประสม ฟองทอง รองกงสุลใหญ่ ณ นครกวางโจว นายสุวิทย์ สุทธิจีระแพทย์ และนายวิทิต เภาวัฒนสุข นักการทูตชำนาญ กรมการกงสุล เดินทางไปยังเรือนจำหญิงมณฑลกวางตุ้ง เพื่อเยี่ยมนักโทษหญิง หลังจากที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครกวางโจว ได้ประสานกำหนดการเข้าเยี่ยมไว้ล่วงหน้าแล้ว

จากการเข้าเยี่ยมที่ เรือนจำหญิงมณฑลกวางตุ้ง เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ซึ่งเป็นวันแรก นายโหล กัว กรรมการฝ่ายการเมือง กรมบริหารเรือนจำ มลฑลกวางตุ้ง ได้นำผู้บริหารได้แก่ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารเรือนจำ, หัวหน้าเรือนจำหญิงมณฑลกวางตุ้ง และคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ นำเข้าห้องประชุมของเรือนจำ พร้อมทั้งเปิดเผยให้ทราบว่า ขณะนี้มีนักโทษชาวไทยถูกคุมขังในเรือนจำของมณฑลกวางตุ้งจำนวน 39 คน เป็นนักโทษชาย 12 คน ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำชายตงกว่าน และนักโทษหญิง 27 คน ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำหญิงมณฑลกวางตุ้ง ที่นครกวางโจว ในจำนวนผู้ต้องขังทั้งหมด 34 คน เป็นผู้กระทำผิดคดีลักลอบขนยาเสพติดเข้าประเทศจีน คิดเป็นร้อยละ 92 และความผิดในคดีลักลอบขนยาเสพติดเข้าประเทศที่มณฑลกวางตุ้งมีโทษสูงสุดถึง ประหารชีวิต หากศาลตัดสินประหารชีวิตก็ต้องถูกประหารชีวิต ถ้าศาลพิจารณาแล้วเห็นควรให้คุมขังระหว่างรอการลงอาญา หากประพฤติตนดีก็อาจได้รับการลดโทษ

นายโหล กัว เปิดเผยอีกว่าสำหรับผู้ต้องขังหญิงไทยทั้งหมด ศาลตัดสินประหารชีวิตแล้วและถูกคุมขังระหว่างรอการลงอาญา ได้รับการปฏิบัติตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด และมีสิทธิเสรีภาพตามกฎหมาย ได้รับการดูแลอย่างดีทั้งด้านอาหาร การตรวจสุขภาพ รักษาพยาบาลรวมทั้งทำงานและได้รับรายได้ นอกจากนี้ระหว่างถูกคุมขังหากมีความประพฤติดี ปฏิบัติตามกฎหมาย และทำตัวเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ทางเรือนจำก็จะพิจารณาเสนอให้มีการลดโทษ จากโทษประหารชีวิตลดเหลือจำคุกตลอดชีวิต และลดลงไปอีกต่ำสุดจำคุก 10 ปี ในปัจจุบันนักโทษหญิงไทยจำนวน 27 คน ถูกตัดสินประหารชีวิต 13 คน เดิมมี 11 คน และเพิ่งรับตัวมาเพิ่มใหม่อีก 2 คน โทษจำคุกตลอดชีวิต 10 คน จำคุก 15 ปี 3 คน และจำคุก 12 ปี 1 คน ในจำนวนนี้เป็นเอดส์ 1 คน

น.ส.มธุรพจนา รองอธิบดีกรมการกงสุล ได้กล่าวขอบคุณกรมบริหารเรือนจำมณฑลกวางตุ้ง ผู้บริหารเรือนจำ และรัฐบาลจีน ที่อนุญาตให้นำญาตินักโทษหญิงมาเยี่ยมนักโทษซึ่งเป็นความหวังครั้งสุดท้าย ที่จะได้พบญาติ นอกจากนี้ยังจะได้นำข้อมูลไปนำเสนอผ่านสื่อมวลชนในการป้องปรามและเตือนหญิง ไทยไม่ให้ตกเป็นเหยื่อถูกหลอกลวงให้ขนยาเสพติดมาที่มณฑลกวางตุ้ง เนื่องจากมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต จากนั้นทางผู้บริหารเรือนจำ ได้นำคณะรองอธิบดีกรมการกงสุลไปพบนักโทษหญิงทั้ง 13 คน หลายคนต่างร่ำไห้เมื่อรู้ว่ามีญาติมาเยี่ยม น.ส.มธุรพจนา กล่าวให้กำลังใจว่าทำตัวให้ดีเพื่อจะได้มีโอกาสลดโทษ จากนั้นได้นิมนต์พระอธิการดุษฎี เมธังกุโร เจ้าอาวาสวัดทุ่งไผ่ อ.เมืองชุมพร เทศนาให้นักโทษหญิงฟังว่าชีวิตที่ผิดพลาด วันข้างหน้าเวลาที่เหลือก็ทำให้ดี ขอให้ยึดหลัก 4 ปรับ คือปรับตัวให้อยู่รอด ปรับใจยอมรับความจริง ปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นและปรับเปลี่ยนชีวิตที่เหลือ เพื่อจะได้มีชีวิตต่อไป จากนั้นทางเรือนจำได้นำนักโทษหญิงไปพบญาติแบบใกล้ชิดนั่งโต๊ะกอดคอร้องไห้ คุยกัน 15 นาที ก่อนจะให้กลับ และยังอนุญาตให้เข้าเยี่ยมเป็นพิเศษในวันที่ 21 ก.ค.อีก 1 วัน เนื่องจากเห็นใจที่ญาติมากันไกลและยังไม่รู้ว่าจะได้พบหน้ากันอีกหรือไม่

ทาง ด้านนายประสม ฟองทอง รองกงสุลใหญ่ ณ นครกวางโจว กล่าวว่า โครงการ "ความหวังสุดท้าย" นี้ ได้ดำเนินการมา 9 เดือน ผ่านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย และสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ช่วยกันประสานจนบรรลุผล นอกจากนี้ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครกวางโจว ได้ทำเรื่องขอลดโทษให้นักโทษหญิง โดยชี้แจงให้เห็นว่าส่วนใหญ่อายุยังน้อยอยู่ระหว่าง 25-35 ปี ถูกแก๊งชาวแอฟริกันและชาวไทยร่วมกันหลอกลวงให้มาเที่ยวบ้าง มาขนสินค้าไปขายบ้าง แล้วแอบยัดยาเสพติดใส่กระเป๋ามาโดยเจ้าตัวไม่รู้ตัว และขณะนี้ได้รับข่าวดีว่ามีนักโทษหญิงต้องโทษประหาร 1 คน ได้รับการลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิตแล้ว 1 คน พร้อมกันนี้ ขอเตือนชาวไทยที่คิดจะลักลอบขนยาเสพติดเข้า ประเทศจีนว่า อย่าได้คิดกระทำ เนื่องจากกฎหมายมีโทษ รุนแรงถึงประหารชีวิต

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement