advertisement

'มูชาร์ราฟ' อดีตผู้นำปากีฯคืนถิ่นหลังลี้ภัย 4 ปี

โดย ทีมข่าวต่างประเทศ 25 มี.ค. 2556 02:00

เปอร์เวซ มูชาร์ราฟ อดีตประธานาธิบดีปากีสถาน หนีคดีอาญาลี้ภัยอยู่ต่างแดน เดินทางกลับฐิ่นเก่าแล้ว เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งผู้นำใหม่ในเดือน พ.ค. ที่จะถึงนี้...

สถานการณ์ทางการเมืองของปากีสถานยกระดับความเข้มข้นขึ้นมาทันที เมื่อวันที่ 24 มี.ค. พล.อ.เปอร์เวซ มูชาร์ราฟ อดีตประธานาธิบดีปากีสถานวัย 69 ปี ผู้หลบหนีคดีอาญาไปลี้ภัยอยู่ต่างแดนตั้งแต่ปี 2552 ได้เดินทางกลับมายังปากีสถานแล้ว เพื่อคุมบังเหียนพรรคในการสู้ศึกเลือกตั้งผู้นำใหม่ในเดือน พ.ค. ที่จะถึงนี้ หลังจากรัฐบาลของนายอาซิฟ อาลี ซาร์ดารี ประธานาธิบดีปากีสถาน ประกาศยุบสภาไปเมื่อสัปดาห์ก่อน

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พล.อ.มูชาร์ราฟ ได้เดินทางโดยเครื่องบินส่วนตัว บินจากนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มาลงที่นครการาจี ทางตอนใต้ของปากีสถาน ท่ามกลางเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีจากกลุ่มผู้สนับสนุนที่มารอต้อนรับ และการรักษาความปลอดภัยของตำรวจคอมมานโดปากีสถานที่คุ้มกันอารักขาอย่างเหนียวแน่น เนื่องจากก่อนหน้านี้ที่ พล.อ.มูชาร์ราฟ ประกาศว่าจะกลับประเทศ ทางกองกำลังติดอาวุธตาลีบันในปากีสถานก็ออกแถลงว่า จะต้อนรับอดีตผู้นำด้วยกระสุนปืนสไนเปอร์และหน่วยระเบิดพลีชีพ

สำหรับคดีอาญาของ พล.อ.มูชาร์ราฟ ไม่ว่าข้อหาสมคบคิดก่อเหตุฆาตกรรม จนกระทั่งข้อหาละเลยการรักษาความปลอดภัยให้แก่นางเบนาซีร์ บุตโต อดีตหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน จนเป็นเหตุให้เธอถูกลอบสังหารในเดือน ธ.ค. ปี 2550 นั้น ทางการปากีสถานได้ออกคำสั่งประกันตัวแก่ พล.อ.มูชาร์ราฟแล้วก่อนหน้าที่เจ้าตัวจะเดินทางกลับประเทศ 1 วัน ทำให้ พล.อ.มูชาร์ราฟไม่ต้องถูกจับกุมตัว

วันเดียวกัน กระบวนการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีรักษาการของปากีสถานได้ข้อสรุปแล้ว โดยคณะกรรมการเลือกตั้งได้เลือกนายฮาซาร์ ข่าน โคโซ อดีตผู้พิพากษาวัย 84 ปี ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง หลังจากการโหวตเฟ้นหานายกรัฐมนตรีรักษาการโดยคณะกรรมาธิการสภาและพรรคฝ่ายค้านไม่สามารถตกลงกันได้

ส่วนที่เขตวาซิริสถานเหนือ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของปากีสถาน ได้เกิดเหตุคนร้ายลอบจุดชนวนระเบิดที่ซุกซ่อนไว้ในรถยนต์ บริเวณด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงปากีสถาน โดยระเบิดมีความรุนแรงอย่างมากเนื่องจากข้างของรถดังกล่าวมีรถบรรทุกน้ำมันอยู่ 2 คัน เบื้องต้นทางการเผยว่ามีผู้เสียชีวิต 17 ศพ บาดเจ็บ 37 คน ในจำนวนนี้เป็นทหาร 34 นาย ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นฝีมือของกองกำลังตาลีบัน หรือเครือข่ายกลุ่มก่อการร้ายสากลอัล เคดาในพื้นที่หรือไม่.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement