advertisement

ทูตยูเอ็นลงพื้นที่ ประเมินจลาจลยะไข่ ชี้วัดปฏิรูปพม่า

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ส.ค. 2555 01:15

ทูตพิเศษยูเอ็นเดินทางเยือนรัฐยะไข่ ประเมินสถานการณ์รัฐยะไข่ และสอบความรุนแรงระหว่างชาวพุทธและมุสลิมโรฮิงญา วัดการปฏิรูปประชาธิปไตยของรัฐบาลพม่าภายใต้การนำของเต็ง เส่ง...

นายโทมัส โอเจีย ควินทานา ทูตพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เดินทางเยือนรัฐยะไข่ ทางภาคตะวันตกของพม่า เพื่อสอบสวนเรื่องความรุนแรงทางเชื้อชาติศาสนา ระหว่างชาวพุทธและชาวมุสลิมโรฮิงญา ซึ่งปะทุขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 78 คน ไร้ที่พักอาศัยหลายหมื่นคน

นายควินทานาเดินทางไปรัฐยะไข่เพื่อสำรวจในขั้นต้นสถานการณ์ตามเมืองต่างๆ ที่เกิดการจลาจลเข่นฆ่ากัน โดยไปเยือนเมืองหม่องดอว์ และภูธิดวง ซึ่งชนส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ติดพรมแดนบังกลาเทศ ใน 31 ก.ค. ก่อนไปเยี่ยมค่ายผู้ลี้ภัยในเมืองซิตตเวย์ เมืองเอกของรัฐยะไข่ใน 1 ส.ค. และไปรัฐยะไข่

ควินทานาระบุชัดเจนว่า การสอบสวนเรื่องความรุนแรงระหว่างชาวพุทธและมุสลิมโรฮิงญา เป็นความสำคัญอันดับต้นของตนในการเยือนพม่า 1 สัปดาห์ และว่าความรุนแรงในรัฐยะไข่เป็นหนึ่งใน “ความท้าทาย” ที่พม่าเผชิญอยู่ ถึงแม้จะมีการปฏิรูปการเมือง ดังนั้น การประเมินเรื่องรัฐยะไข่ของเขาอาจถือได้ว่าเป็นเครื่องวัดการปฏิรูปประชาธิปไตยของรัฐบาลพม่าภายใต้การนำของประธานาธิบดีเต็ง เส่งด้วยว่าคืบหน้าเพียงใด

สำนักข่าวเอพีเผยว่า ยูเอ็นให้ความสนใจโดยตรงต่อเรื่องรัฐยะไข่ เพราะเจ้าหน้าที่ของคณะข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) 5 คนอยู่ในกลุ่มผู้ที่ยังถูกคุมขัง 858 คน ซึ่งถูกจับโทษฐานพัวพันกับความไม่สงบในรัฐยะไข่ นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าท่ีขององค์กรบรรเทาทุกข์นานาชาติอื่นๆ อีก 5 คนยังถูกคุมขังด้วย โดยพลโทเต็ง ฮเตย์ รมว.กิจการชายแดนของพม่า กล่าวหาว่าทั้งหมดเข้าร่วมก่อความรุนแรง รวมทั้งจุดไฟเผาหมู่บ้าน

อนึ่ง ยูเอ็นระบุว่า มีชาวมุสลิมโรฮิงญาอยู่ในพม่าราว 800,000 คน และชี้ว่าชาวโรฮิงญาเป็นหนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์ที่ถูกกดขี่ข่มเหงมากที่สุดในโลก ขณะที่รัฐบาลพม่าไม่ยอมรับว่าชาวโรฮิงญาเป็นหนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศ และชาวพม่าจำนวนมากยังเห็นว่าชาวโรฮิงญาเป็นผู้อพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายจากบังกลาเทศ ส่วนความรุนแรงในรัฐยะไข่แม้จะซาลงแล้ว แต่กลุ่มพิทักษ์สิทธิมนุษยชนและกลุ่มชาวมุสลิมเรียกร้องให้มีการปกป้องคุ้มครองชุมชนชาวโรฮิงญาด้วย เพราะยังถูกกดขี่ปองร้ายอยู่อย่างต่อเนื่อง.

 

โหวตข่าวนี้