advertisement

พม่าเปิดประชุมสภา ล้างบางสายเหยี่ยวเปลี่ยนรองปธน.

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.ค. 2555 02:00

พม่าเปิดประชุมสภาหารือวิกฤติรัฐยะไข่ รวมถึงปรับลดบทบาทของเจ้าหน้าที่อาวุโสหัวอนุรักษ์นิยมหลายราย เพื่อการปฏิรูปสู่ประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์...

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า พม่าเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญวันแรกเมื่อ 4 ก.ค. โดยสส. ลูกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ฝ่ายค้าน 36 คน ซึ่งชนะการเลือกตั้งซ่อมเมื่อ 1 เม.ย. เข้าร่วมประชุมครั้งแรก แต่นางออง ซาน ซูจี ผู้นำเอ็นแอลดี ไม่ได้เข้าร่วมด้วย เพราะยังพักฟื้นจากความเหนื่อยล้าจากการเยือนยุโรป 17 วัน คาดว่าประเด็นใหญ่ๆ ในการประชุมสภาครั้งนี้ คือความรุนแรงระหว่างชาวพุทธและมุสลิมโรฮิงญาในรัฐยะไข่เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งมีผู้เสียชีวิตกว่า 80 คน การแก้ปัญหาไฟฟ้าขาดแคลนเรื้อรังจนประชาชนลุกฮือประท้วง การปฏิรูปเศรษฐกิจ ที่ดินเพื่อการเกษตร และค่าจ้างแรงงานภาคสิ่งทอ ไปจนถึงการลงทุนจากต่างชาติท่ี่กำลังหลั่งไหลเข้าพม่า หลังรัฐบาลพม่าภายใต้การนำของประธานาธิบดีเต็ง เส่ง เดินหน้าปฏิรูปประชาธิปไตย


ที่ประชุมร่วมสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภาพม่านัดนี้ ยังรับรองการลาออกของพลเอก ถิ่น อ่อง มยินต์ โอ รองประธานาธิบดีคนที่ 2 วัย 61 ปี ผู้ใกล้ชิดพลเอกอาวุโส ตาน ฉ่วย ผู้นำสูงสุดของพม่า ซึ่งการลาออกของเขามีผลบังคับตั้งแต่ 1 ก.ค. หลังเขาลาบวชตั้งแต่เดือนพ.ค. โดยถิ่น อ่องฯ เป็นผู้นำกลุ่มสายเหยี่ยวหัวรุนแรงในรัฐบาลพลเรือนอายุ 15 เดือนของพม่าซึ่งไม่เห็นด้วยกับแผนปฏิรูปของเต็ง เส่ง ส่วนตัวเก็งที่จะได้รับเลือกจากกลุ่มสส.สายทหารซึ่งมี 1 ใน 4 ของรัฐสภา ให้ขึ้นมาแทนที่เขาคือพลโทถิ่น เอ ประธานคณะกรรมการเลือกตั้ง

เพื่อนร่วมรุ่นทหารกับเต็ง เส่ง สมาชิกรัฐสภายังเผยว่า เต็ง เส่ง จะปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ด้วย โดยจะปลดพวกอนุรักษ์นิยมหัวรุนแรง ที่ต่อต้านการปฏิรูปหลายคน และดึงพวกสายกลางเข้ามาแทน ซึ่งจะทำให้การปฏิรูปของเต็ง เส่งราบรื่นขึ้น ในกลุ่มที่จะถูกปลดรวมทั้งรัฐมนตรีอาวุโสราว 3 คน ส่วนพวกสายเหยี่ยวอื่นๆ ในครม. ชุดนี้ซึ่งมี 37 คน อาจถูกลดบทบาทหรือให้ไปรับตำแหน่งอื่นที่มีอำนาจหน้าที่น้อยลง และจะมีการควบรวมกระทรวงบางกระทรวงเข้าด้วยกัน

วันเดียวกัน นายซอว์ ซอว์ เจ้าของบริษัทแม็กซ์ เมียนมาร์ กรุ๊ป. ผู้ถือหุ้น 25% ในบริษัททวาย ดีเวลล็ปเมนต์ จำกัด นำโดยบริษัทอิตาเลียน-ไทย ดีเวลล็ปเมนต์ พีแอลซี ของไทย ผู้ได้สัมปทานพัฒนาโครงการท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย มูลค่า 50,000 ล้านดอลลาร์ในพม่า ได้ประกาศถอนตัวจากโครงการนี้แล้ว ทำให้น่าสงสัยว่าโครงการนี้จะสำเร็จลุล่วงหรือไม่ ขณะที่บ.อิตาเลียน-ไทยฯ กำลังดิ้นรนหาเงินร่วมลงทุนอยู่

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement